แผนใหม่

ลองวางแผนการวิ่งตามที่หนังสือคู่มือวิ่งเพื่อสุขภาพแนะนำให้วิ่งหนักสลับเบาเพื่อให้กล้ามเนื้อได้พัก ใจหนึ่งก็ห่วงเป้าหมายใหม่ที่ตั้งไว้ว่าจะวิ่งหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลภายในสี่สัปดาห์ เวลาน้อยกว่าที่ผ่านๆ มาหนึ่งสัปดาห์เพื่อให้จบภายในเดือนที่มีเพียงยี่สิบแปดวันนี้ ส่วนอีกใจหนึ่งก็คิดว่าอะไรจะเกิดก็เกิด

วันที่วิ่งเบามีเป้าการวิ่งอยู่ที่ห้าจุดห้าห้ากิโลบ้าง หกกิโลบ้างแล้วต่อวัน ส่วนวันที่วิ่งเต็มที่จะอยู่ที่แปดกิโลครึ่ง และพยายามจะจัดให้มีวันได้วิ่งสิบกิโลสักสัปดาห์ละครั้ง แล้วค่อยตามด้วยวิ่งเบาๆ ในวันรุ่งขึ้น

มาสะดุดนิดหน่อยตรงคืนวันอังคารที่เผลอนอนดึกไปหน่อย ทำให้ต้องขอพักวิ่งในวันรุ่งขึ้น แถมอาการงัวเงียยังค้างอยู่จึงต้องต่อไปอีกวัน เช้าวันศุกร์มีกิจกรรมสำคัญของครอบครัว

และยังมีแผนที่จะแวะไปวิ่งที่สวนสมเด็จย่านจตุจัตรที่ห่างหายไปค่อนข้างนาน แม้จะได้ถึงเกือบแปดโมงแล้ว แต่ก็ยังดำรงความมุ่งหมายเดิมคือเป้าหมายการวิ่งที่สิบกิโลเมตร

เมื่อไปถึงต้องอบอุ่นร่างกายอยู่นานก่อนที่จะได้ก้าวออกไปพร้อมกับความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก สภาพของพื้นทางวิ่งเปลี่ยนไปจากเดิมพอสมควรเนื่องจากเป็นการเรียงอิฐต่อกันตลอดทาง มีความสูงต่ำต่อเนื่องไปในตัวเองตลอดเส้นทาง ไม่สมบูรณ์อย่างที่เคยมา แต่ก็ไม่ถึงกับชำรุดทรุดโทรม เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากพื้นปูนที่บ้านบ้าง

ที่สำคัญคือความสมบูรณ์ของสวนสาธารณะที่ช่วยให้คนที่แวะมาได้ฟอกปอดของตัวเองได้เต็มที่ แดดยามนี้ร้อนยังไม่มากและยังมีลมไหลผ่านตัวไประหว่างที่วิ่ง เป็นบรรยากาศที่สบายและมีความสุขอย่างแท้จริง

เพียงสองรอบแรกก็พลันย่ามใจคิดไปถึงว่าจะวิ่งต่อจนถึงสิบห้ากิโลเลยทีเดียว แต่พอได้ห้ารอบก็ขอคงแผนเดิมไว้ก่อนก็แล้วกัน ครบระยะทางที่หกรอบและขอต่อไปจนครบสิบเอ็ดกิโลเพื่อให้คุ้มค่าที่ได้แวะมา เสียที่ตอนเริ่มต้นรอบที่หกต้องกระโดดข้ามอุปสรรคนิดหน่อยทำให้มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าขวา และพยายามวิ่งต่อไปจนเสร็จ

ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบหายใจ ดีแน่ๆ ที่ได้มาวิ่งในสวนที่มีอากาศบริสุทธิ์มากกว่า ร่างกายคงได้รับออกซิเจนเข้าไปฟอกเลือดมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่อาการอึดอัดหายใจได้ไม่เต็มท้องมันยังคงมีอยู่จนวันสุดท้ายของสัปดาห์ คงต้องค้นหากันต่อไป

สัปดาห์นี้วิ่งไปได้เท่านี้

ความตั้งใจอีกอย่างในสัปดาห์นี้คือต้องเอาน้ำหนักส่วนเกินที่พอกมาจากช่วงเทศการตรุษจีนออกไปโดยเร็ว น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ากลับลงมาอยู่ที่แปดสิบหกกิโลแล้ว มาดูกันว่าทำอะไรไปบ้าง

สิ่งสำคัญที่ต้องทำก่อนคือการหยุดมื้อดึกโดยเด็ดขาด น่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งว่าอาหารมื้ออื่นๆ สามารถลดปริมาณได้ แต่มื้อเย็นทำได้ยาก มารู้สึกตัวอีกทีก็กินไปเสียแล้วหลายขนาน การควบคุมจึงตั้งใจมั่นว่าเสร็จจากสลัดมื้อเย็นแล้วหยุดกินทุกอย่าง แม้แต่น้ำสักแก้ว จะได้ต้องลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก

จากนั้นก็พยายามคุมปริมาณอาหารในมื้อเช้าและกลางวัน และยามบ่ายๆ ที่อาจมีอะไรแทรกเข้ามา แต่ก็ยังให้รางวัลตัวเองหลังจากที่ได้ไปวิ่งที่สวนสมเด็จฯ แล้วด้วยบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นและแซลมอนซาชิมิจานใหญ่ แบบที่กินกันให้หายอยาก เอากันให้เบื่อไปเลยและก็เป็นเช่นกันจริงๆ

ช่วงสุดสัปดาห์นี้ก็ได้สลัดผักจากโครงการหลวงที่แวะไปเลือกซื้ออย่างสนุกมือหลังกินบุฟเฟต์ โดยตั้งใจกินสลัดทั้งหกมื้อเลยทีเดียว

จากนี้ไปคงต้องทำให้น้ำหนักลดลงไปจากปัจจุบันอีก เนื่องจากที่น้ำหนักตัวเด้งขึ้นมานั้นมีผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดต่อการวิ่งช่วงต้นสัปดาห์ คงไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาวว่าอะไรเป็นสิ่งดีต่อสุขภาพแล้วหละ