Category Archives: a piece of thought

In search of knowledge, pieces of thought will be saved here.

เคล็ดลับการเขียนของ Jennifer Ashley

เจนนิเฟอร์ยอมรับว่ามีความทะเยอทะยานอยากเป็นนักเขียนขายดี ได้รับการเซ็นสัญญามากมายที่จะนำเม็ดเงินมหาศาลมาให้ ทว่าอีกซีกหนึ่งของหัวใจหากแม้ไม่มีใครซื้อหนังสือเธอแม้สักเล่มหนึ่ง เธอก็จะยังคงเขียนต่อไปและจะส่งให้เพื่อนๆ อ่านหรือโพสต์ลงเวบไซต์

วันนี้เธอมาบอกเล่า 10 เคล็ดลับการเขียนนวนิยายชั้นเยี่ยมให้พวกเราซึ่งได้แก่

  1. อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับนักเขียนคนอื่นๆ ทว่าจงเปรียบเทียบตัวเองกับตัวคุณเองเท่านั้น เช่น ต้นฉบับชิ้นนี้ดีกว่าชิ้นก่อนหรือเปล่า สัปดาห์นี้เขียนได้มากแค่ไหน…จำไว้เถิดว่าความสำเร็จของนักเขียนคนอื่น ไม่ได้หมายความว่าคุณล้มเหลวซะหน่อย
  2. หาจุดแข็ง และลืมกระแสแนวหนังสือในตลาดไปเลย แต่จงค้นให้พบว่าคุณเขียนเรื่องแบบไหนดีที่สุด อย่ากังวลเรื่องตลาดเพราะหนังสือใดก็ตามที่เขียนอย่างหนักแน่นและบอกเล่า เรื่องราวที่สามารถดึงดูดใจผู้อ่านได้ย่อมขายได้เสมอ
  3. อย่ารีบร้อน พึงสร้างสรรค์งานเขียนที่เยี่ยมที่สุดโดยไม่ต้องพะวงว่าคุณต้องเสียเวลานาน สักแค่ไหน ทำอาชีพนักเขียนของคุณให้ยืนยงเผชิญกับโลกของสิ่งพิมพ์อย่างมั่นคง
  4. อย่ากลัวที่จะเขียนด้วยกลวิธีที่คุณเขียนได้ดีที่สุด รูปแบบหรือวิธีการเขียนของนักเขียนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่มีสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด ขอเพียงให้มันถูกกับจริตของคุณก็ใช้ได้แล้ว
  5. จงเข้มข้น คนอ่านบ้างอ่านเพื่อหลีกหนีจากโลกที่จำเจ บ้างอ่านเพื่อแสวงหาความสนุกสนานบันเทิง ไม่ว่าคุณจะเขียนเรื่องแนวใด จงเขียนให้สุดๆ เช่น ฮาก็ฮาสุดขีด หรือเขียนเรื่องสะเทือนอารมณ์ก็ต้องเขียนให้ตัวเองร้องไห้ด้วย
  6. จงรู้รอบ การวิจัยตลาดทำได้ง่ายๆ เพียงแค่เดินไปที่ร้านหนังสือและสังเกตดูตามชั้น สำรวจดูว่าแนวเรื่องที่คุณเขียนมีใครเขียนบ้าง สำนักพิมพ์ไหนรับตีพิมพ์ หาที่อยู่ ชื่อบรรณาธิการ จดไว้สำหรับส่งต้นฉบับของคุณ
  7. อ่านงานของนักเขียนที่คุณชื่นชม แน่นอนที่นักเขียนที่เราชื่นชอบย่อมต้องมีอะไรบางสิ่งที่พิเศษแตกต่างจากคน อื่นๆ จงเรียนรู้จากพวกเขา พยายามค้นหาว่าพวกเขาทำได้อย่างไร นอกจากนี้ควรอ่านเรื่องอื่นที่ไม่ได้อยู่ในแนวเรื่องที่เราเขียนด้วย หาจุดแข็งของงานเขียนแต่ละแนวและนำมาประยุกต์เป็นวิธีการของคุณ
  8. กลุ่มวิจารณ์ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน แม้ว่าจะมีใครหลายคนแนะนำว่าควรจะต้องหากลุ่มวิจารณ์งานเขียนแต่ตัวคุณเท่า นั้นที่จะสรุปได้ว่าพวกเขามีประโยชน์กับงานเขียนของคุณจริงๆ หรือเปล่า
  9. อย่าเสียเงินและเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ วิธีที่ดีที่สุดของการเขียนคือการอ่านหนังสือมากๆ แล้วก็นั่งลงเขียน นอกนั้นเป็นแค่ทางเลือก เก็บเงินของคุณไว้ อย่าจ่ายเพื่อจะได้รับการตีพิมพ์ จำไว้ว่าคุณกำลังเขียนเพื่อให้ผู้คนจ่ายให้คุณ
  10. เขียนทุกๆ วัน การทำเช่นนี้จะทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้ในการเขียนอยู่ตัว การเขียนอย่างสม่ำเสมอจะสอนคุณให้เขียนได้ดีขึ้นกว่าวิธีไหน ๆ คุณจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทุกวัน !

เคล็ดลับทั้งหมดนี้น่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มอบใจทั้งดวงให้การเขียน

ที่มา คอลัมภ์ปรัชญาเปื้อนหมึก จุดประกายวรรณกรรม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 23 มี.ค. 2551

คำแนะนำ 12.5 ข้อของ Phillip Ardagh

คำแนะนำ 12.5 ข้อของ Phillip Ardagh

อาร์เดอร์ได้ฝากคำแนะนำสำหรับนักเขียนใหม่มา 12 ข้อครึ่ง ได้แก่
1. เลือกใช้ถ้อยคำด้วยความระมัดระวัง
2. สร้างให้ตัวละครสมจริง
3. ให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องโดยเลือกวิธีการที่น่าสนใจ
4. ลองผิดลองถูกในการทำงานเขียน บางคนชอบวางแผนตั้งแต่ต้นจนจบ แต่บางคนก็ไม่ทำเช่นนั้น นักเขียนจะเรียนรู้วิธีที่ตนถนัดจากประสบการณ์
5. แก้ไขทบทวนครั้งแล้วครั้งเล่า
6. พักงานที่เขียนเสร็จไว้ชั่วขณะก่อนนำมาอ่านทบทวนใหม่
7. อย่าถามความคิดเห็นใครเพียงเพื่อหวังคำชม
8. เขียนเรื่องให้สมจริง สมเหตุสมผล แม้บางครั้งอาจขี้เกียจจนอยากจะมั่ว
9. เขียนให้เร้าใจน่าสนใจติดตาม
10 .หากความคิดตีบตัน ขอให้เริ่มด้วยคำถาม “อะไรจะเกิดขึ้นถ้า” (what if)
11. หยุดเขียนเมื่อรู้ว่าจะเขียนอะไรต่อ เพราะบางครั้งหากวันนี้เขียนซะจนหมด พรุ่งนี้จะเริ่มใหม่ลำบากยากเย็น
12. เป็นตัวของตัวเอง หาน้ำเสียงของคุณให้พบ
12.5 สนุกกับการเขียน หากการเขียนคือการเติมเต็มภายในตน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชีวิตจะดำเนินไปได้ไม่ดีนักถ้าขาดการเขียน ซึ่งเราๆ ท่านๆ ก็รู้กันอยู่ว่าการเขียนเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง ไม่ใช่เรื่องทำเล่นๆ

แต่จะยังไงก็ตามเถอะอาร์เดอร์ขอเพียงให้คุณ ‘สนุก’ กับมันเท่านั้นแหละ!

ที่มา คอลัมภ์ปรัชญาเปื้อนหมึก จุดประกายวรรณกรรม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 10 ก.พ. 2551

แววตาของเวลา

ทิพยเนตร แห่งวินาที จ้องภาษาตาไปพูดกับดวงดาว ดูราวผู้อยู่ชั่วนิจนิรันดร์ บนหลืบผาสูงนั้นมีแมงมุมหนึ่ง บรรจงถักรูปนานาบุปผชาติเบิกบานแย้มไว้กลางใย กระทั่งราชินีแห่งแมลงปีกสีทอง และผีเสื้องามทั้งหลายต่างหลงใหล บินมาติดใยตายมากมาย แมงมุมตะกรุมตะกรามกินทั้งเหลือเป็นอาหารสำรองไว้อีกมากมาย จนเพื่อนแมงมุมอื่นๆ ยกย่องเป็นเศรษฐี

มันรำพึงว่า ฮะฮ้า แมงมุมเอ๋ย ถ้าหากเจ้าถักรูปถุงทองคำไข่มุกเพชรมณีไว้กลางใย หมู่มนุษย์จะหลงใหล มาติดใยล้มตายลง เสมือนแมลงเป็นมั่นคง เราจะลองดูไหมล่ะ

แมงมุมเฒ่าห้าม อย่า เราจงเลิกใช้วิธีเช่นนั้น อย่าหลอกลวงใคร ดอกไม้ล่อต่อหน้า แล้วเอาเขี้ยวขย้ำข้างหลัง เสียความงามแห่งวิญญาณ อย่าเอาความดีเป็นทาสรับใช้ความชั่วเลย ตราบกาลอวสานแมงมุมและบางเหล่าสัตว์เดรัจฉานเชื่อฟัง

แต่บังเอิญชาวป่าดึกดำบรรพ์หมู่หนึ่ง ได้ยินคำสนทนาของเดรัจฉานเหล่านั้น ชาวป่าเถื่อนดึกดำบรรพ์รู้สึกจับใจในความเฉลียวฉลาดของแมงมุม จึงเก็บสิ่งบาปกลอุบายนั้น มาทะนุถนอมเป็นสมบัติในนิสัยสืบโคตรตระกูลมนุษย์ มาตราบเท่าทุกวันนี้

กวีนิพนธ์ ‘แววตาของเวลา’ โดยอังคาร กัลยาณพงศ์

โปรดเกล้าฯ พระพิธีธรรม 100 วัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพระพิธีธรรมประจำทั้งกลางวันและกลางคืน รับพระราชทานฉันเช้าจำนวน 8 รูป ฉันเพล 8 รูป กำหนด 100 วัน ซึ่งในแต่ละวันจะมีพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยามทุก 3 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. โดยจะมีพระพิธีธรรมรับพระราชทานฉันเช้าในเวลา 07.00 น. และพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมฉันเพลเวลาประมาณ 11.00 น.

กำหนดการประจำวันพระพิธีธรรม

06.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยาม
07.00 น. พระพิธีธรรมรับพระราชทานฉันเช้า
09.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยาม
11.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมฉันเพล
12.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยาม
15.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยาม
18.00 น. ประโคมย่ำยาม
19.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม
21.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยาม
24.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมและประโคมย่ำยาม

การประโคมย่ำยามจะเป็นการประโคมหลังสวดพระอภิธรรมจบ เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังจะประโคมย่ำยามตามธรรมเนียมประเพณี ซึ่งจะเป็นการตีกลองและเป่าปี่ รวมเป็นเวลา 7-8 นาที ซึ่งสมัยก่อนจะมีนางร้องไห้หน้าพระบรมศพหรือพระศพ แต่มายกเลิกในรัชกาลที่ 6

ที่มา นสพ.กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 4 มกราคม 2551

คิดบวก ชีวิตบวก

คิดบวก ชีวิตบวก
Positive Thinking, Positive Life

เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ
เวลาเจอปัญญาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ
เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต
เวลาเจอนายจอมละเอียด ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการฝึกคนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (perfectionist)
เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ
เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการสะท้อนว่าเรายังเป็นคนที่มีความหมาย
เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต
เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี
เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนของการรู้จักยืนหยัดด้วยขาตัวเอง
เวลาเจอลูกหัวดื้อ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง
เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ
เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง
เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือความเป็นอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง
เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม
เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์
เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด
เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบททดสอบที่ว่า “มารไม่มี บารมีไม่เกิด”
เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม “ในวิกฤตย่อมมีโอกาส”
เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า นี่คืองิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต
เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์


Dhamma Intrend โดย ว.วชิรเมธี wvmedhi@yahoo.com