Category Archives: gratitude diary

ขอบคุณ Apple fellow

เย็นนี้หลังจากเรียน Advance Cocoa Programming วันแรก ก็เดินออกมาซื้อแผ่น CD และ DVD เปล่าของ Verbatim ที่เพิ่งเห็นเข้ามาขาย ราคาเท่าไหร่ก็ต้องยอมจ่ายเพราะหาซื้อยากเหลือเกิน

จากนั้นก็แวะไปร้านหนังสือเสียหน่อย เพราะเมื่อพักกลางวันพี่ที่เรียนด้วยกันบอกว่าแกไปดูให้แล้วว่าเจ้า Programming in Objective-C ยังเหลืออยู่เล่มหนึ่ง วันก่อนคิดจะสั่งซื้อจาก Amazon.com อยู่เหมือนกัน แต่ยังห้ามใจไว้อยู่ หากหาได้ในบ้านเราก็คงตัดสินใจซื้อไม่ยากนัก

หลังจากเดินไปมาอยู่หน้าชั้นหนังสือพักหนึ่ง แน่ใจแล้วว่าหาเองไม่เจอแน่จึงเลือกจะไปถามพนักงานขาย เช่นเดียวกับเมื่อพักกลางวันที่ร้านหนังสืออีกร้านหนึ่ง ก็ต้องให้เขาช่วยค้นในคลังข้อมูลก่อนจะคว้าหนังสือ ภาษา C สำหรับงานควบคุมไมโครคอนโทรเลอร์ MCS-51 หลังจากที่ได้เคยค้นข้อมูลจากหน้งสมุดแห่งโลกว่ามีหนังสือสอนการเขียนภาษา C สำหรับ MCS-51 ภาษาไทยดีๆ สักเล่มไหม

ขณะที่พนักงานกำลังไปดูที่ชั้นหนังสือให้ ก็เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มนี้อยู่ตรงหน้า ฝรั่งคนหนึ่งกำลังจะจ่ายเงินซื้อพร้อมกับหนังสืออีกสองสามเล่ม ผมขออนุญาตแกหยิบให้พนักงานคนนั้นดูหน้าปก ได้ความว่าหมดพอดี นี่เป็นเล่มสุดท้าย แต่ข้อมูลในระบบยังแสดงอยู่ว่ามีเหลืออีกเล่มหนึ่งที่สาขาอื่น เธอจึงยกหูโทรศัทพ์สอบถามไปยังสาขานั้นในทันที …เรียกเธอหรือเขาดี เอาเป็นเธอก็แล้วกัน

ไม่ช้ากว่ากัน ฝรั่งคนนั้นก็หันมาถามผมว่าต้องการหนังสือเล่มนี้เหรอ เขายกให้ซื้อเอาไปก่อนก็ได้ เขายังรอซื้อวันหลังได้ อืม…ตกใจเหมือนกันครับ ไม่คิดว่าจะได้น้ำใจขนาดนี้ แต่ก็ปฏิเสธไปว่าไม่เป็นไร คุณมาก่อน ก็ควรจะได้ก่อน แกก็ยืนยันอยู่สองสามครั้ง ผมก็ปฏิเสธอย่างแข็งขัน ด้วยความรู้สึกเกรงใจอย่างยิ่งอยู่ลึกๆ แต่ไม่รู้จะสื่อออกไปอย่างไร …ภาษาอังกฤษแบบฉับพลันของผมนี้คงจะทำให้แกงงๆ อยู่เหมือนกัน

พนักงานก็ทำการสั่งให้ส่งจากสาขานั้นมาที่นี่ คาดว่าจะได้ประมาณต้นสัปดาห์หน้า พร้อมทั้งขอชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ไว้ เพื่อแจ้งข่าวเมื่อหนังสือมาถึง

ผมเองก็ติดพันคุยกับฝรั่งคนเดิม

ฝรั่ง: ทำไมถึงอยากอ่านเล่มนี้
ผม: ผมกำลังศึกษาการเขียนโปรแกรมบน Mac OS X และเพิ่งออกมาจากห้องเรียน
ฝรั่ง: ทำไมใช้ Mac
ผม: ผมชอบ ผมใช้มาตั้งแต่ Apple ][ แล้ว
ฝรั่ง: ผมเคยทำงานที่ Apple
ผม: จริงเหรอ ผมเคยไปน่ะที่นั่น คุณคิดว่าที่นั่นเป็นอย่างไร
ฝรั่ง: ก็เป็นที่ที่น่าทำงานน่ะ
ผม: คุณมาอยู่เมืองไทยนานหรือยัง
ฝรั่ง: ก็ซัก 6 ปีแล้ว …มือก็ส่งนามบัตรให้ผม
ผม: อืม…ดีใจน่ะที่ได้คุยกับคุณ
ฝรั่ง: ผมคิดว่า Cocoa นั้นดีมากน่ะ แนวความคิดของมันดีมากเลย
ผม: ใช่…ผมก็ึิหวังอย่างนั้นเหมือนกัน คุณใช้ Mac ในงานที่นี่ด้วยไหม
ฝรั่ง: ไม่หรอก มันอยู่ที่บริษัทว่าจะใช้เครื่องอะไร แต่ถ้าให้ผมเลือกผมก็เลือก Mac อยู่ดี
ผม: Once an Apple, always an Apple huh…
ฝรั่ง: ใช่เลย always an Apple
ผม: ยินดีน่ะ ยินดีที่ได้คุยกันคุณ

แล้วผมก็เดินออกจากร้าน พร้อมความรู้สึกดีที่ได้รับน้ำใจจากคนที่รัก Apple เช่นเดียวกันผม ขอบคุณมากน่ะคุณ Jerome Poudevigne ขอบคุณสำหรับน้ำใจของคุณ แล้วผมจะเขียน email ไปหา

my iBook’s new companion

วันนี้ได้ฤกษ์เข้าเมืองอีกครั้ง ด้วยว่าคุณ FunkyDog เพื่อนสมาชิกและ moderator ของ Freemac dot NET อุตสาห์หอบเอา iCurve มาบริจาคถึงที่ มิใยต้องให้ท่านลำบากด้วยเล่า ผมจึงเดินทางไปรับที่ Siam Center อันเป็นศูนย์กลางการเดินทาง

เมื่อพบกันจึงตัดสินในไปนั่งคุยกันต่อที่ Au Bon Pain สนุกสนานเฮฮากันไปแม้เนื้อหาจะจริงจัง แล้วจะเครียดไปทำไมเล่า

กว่าชั่วโมงผ่านไป ก็สมควรแก่เวลา ผมจึงได้แยกย้ายกลับบ้าน ขณะที่คุณ FunkyDog ไปทำธุระต่อ วันเวลาของพี่ท่านเพิ่งเริ่มต้นช่วงบ่ายๆ ของวันนี้เอง

กลางทางที่สนามหลวง ผมแวะซื้อหนังสือ ‘ธรรมิกสังคมนิยม’ ของท่านพุทธทาส อินทปัญโญ โดยสำนักพิมพ์สุขภาพใจ ที่ผมอยากได้มานานแล้ว ประจวบกับรอบๆ สนามหลวงมีมหกรรมหนังสือธรรมะ รับวันวิสาขบูชาพรุ่งนี้อยู่พอดี

เมื่อถึงบ้านก็ไม่ต้องรอช้าที่จะแนะนำเพื่อนใหม่ให้กับ iBook ของผม ทั้งสองเข้ากันได้ดี หวังว่าจะอยู่กันจนแก่เฒ่าไปเลย

icurve_install800.jpg

นี่ยังไม่ใช่ที่ที่ตั้งใจไว้ว่าจะจัดที่ให้เพื่อนใหม่ อีกไม่นานคงเข้าที่เข้าทางได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณคุณ FunkyDog อย่างสูงมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

เด็กเขมะฯ มารยาทดี

เมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมมีความต้องการใช้กล่ิองพัสดุขนาด ก ไก่ ที่จำหน่ายโดยไปรษณีย์จึงแวะไปยังที่ทำการไปรษณีย์ข้างโรงเรียนเขมะฯ อีกเช่นเคย

ทันทีที่ผลักประตูกระจกเข้าไป ผมก็ปรี่ไปยังตู้กระจกที่วางผลิตภัณฑ์ของไปรษณีย์เพื่อความแน่ใจว่ายังมีกล่องขนาดนี้จำหน่าย และเพื่อเป็นการตราวจสอบราคาขายอย่างรวดเร็วไปในตัว

แต่ที่โต๊ะหน้าตู้กระจกนั่นมีน้องนักเรียนเขมะฯ กำลังง่วนอยู่กับภาระกิจของเธอ แต่ทันทีที่ผมปรี่เข้าไปมองสิ่งของในตู้ น้องคนนั้นก็เข้าใจว่าข้าวของที่เธอว่าอยู่บนโต๊ะนั้นอาจจะรบกวนสายตาของผม จึงรีบรวบเก็บสัมภาระพร้อมกับกล่าวคำว่า “ขอโทษค่ะ”

อืม…แท้จริงแล้วไม่มีแม้กระทั้งเศษผงจากน้องเธอบดบังทัศนวิสัยอันใดเบื้องหน้าของผมเลยแม้เพียงน้อย แค่ผมได้ยินคำกล่าวสั้นๆ ตรงนั้นก็เกิดความรู้สึกเกรงใจและประทับใจระคนกันไป

น้อยครั้งมากที่ผมจะได้ประสพกับกริยามารยาทที่งดงามเช่นนี้จากคนรุ่นราวคราวเดียวกับน้องเธอจริงๆ สมัยนี้ หรือแทบไม่ได้พบเจอเลยกระัมัง

หากแม้นผมจะไม่รู้สึกประทับใจ…ก็คงเป็นการไม่ให้เกียรติน้องเธออย่างไม่น่าให้อภัย

ขอบคุณพี่ Sport Rider

เพิ่งกลับมาถึงบ้านก็ไม่รอช้าที่จะบันทึกขอบคุณพี่คนขับ Sport Rider คันนั้น

หลังมื้อกลางวันนี้ก็ตกลงกันว่าจะหาที่เดินย่อยอาหารสักนิด จึงมุ่งหน้าไปกลับรถที่ใต้สะพานพระราม ๕ เพื่อตรงไปยังติวานนท์ หลังกลับรถมาตั้งลำสำเร็จ พี่ Sport Rider คันนี้ก็เพิ่งเลี้ยวขวามาจากพิบูลสงครามพอดีเหมือนกัน จึงชลอรถและเปิดไฟเลี้ยวซ้ายไว้

ทั้งๆ ที่โดยมารยาทแล้วเราต้องรอให้เขาไปก่อน เราชลอ พี่เขาก็ชลอเหมือนกัน เป็นอันเข้าใจว่าพี่เขาให้ทางแล้ว จึงเบนรถออกทางซ้าย และยกมือส่งสัญญาณขอบคุณไป ไม่รู้ว่าพี่เขาจะเห็นหรือเปล่า

น้ำใจบนท้องถนนแม้จะหายากหน่อยในยามนี้แต่ก็ไม่ถึงกับเหือดแห้งไปจนหมดแล้ว และใครที่มักก่นด่าผู้หญิงว่าขับรถไม่ได้เรื่อง ผมไม่เคยเห็นด้วยกับข้อนี้อยู่แล้ว

ขอบคุณพี่ Sport Rider อีกครั้งครับ