Category Archives: scratchpad

กาแฟดอยช้าง พรีเมียม ออแกนิค

กาแฟคั่ว ตราดอยช้าง (พรีเมียมออแกนิค)
ROASTED COFFEE BEAN DOICHAANG (PREMIUM ORGANIC)

Organic Farming / สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย GI Thai Geographical Indication / USDA Organic / Fairtrade

SHB 100%
ARABICA
THE ORIGINAL PREMIUM COFFEE

COFFEE DOI CHAANG

WORLD CLASS SPECIALTY COFFEE
SINGLE ESTATE

WWW.DOICHAANGCOFFEE.COM
NET WEIGHT 250 g. e (8.8 oz)

The Fairtrade certification mark is your independent guarantee that this product has been certified in accordance with international Fairtrade Standards.
www.info.fairtrade.net

DIRECTIONS

  1. Grind beans just before brewing, check the size of grind is best for your coffeemaker.
  2. Always use fresh filtered water
  3. Use 2 tablespoons (10g.) ground coffee to 180 ml hot water at 95 °C

STORAGE INSTRUCTIONS
After opening, store coffee in the airtight container, at the cool dry place.

100% ARABICA STRICTLY HARD BEAN

PRODUCT OF THAILAND

…IN QUALITY WE TRUST…

DOI CHAANG COFFEE ORIGINAL Co., Ltd.
787 Moo 3 Wawi District Maesuai
Chiang Rai 57180 Thailand

WWW.DOICHAANGCOFFEE.COM
“JAW SHA DO DAY”

ผลิตโดย
บริษัทดอยช้าง คอฟฟี่ ออริจินอล จำกัด เชียงราย ประเทศไทย
น้ำหนักสุทธิ 250 กรัม (8.8 ออนซ์)
วัน/เดือน/ปี ที่ผลิต

อย 57-2-02046-2-0004
ฮาลลาล 82 973 004 08 46
barcode 8 856709 000214

สั่งจาก greenshopcafe.com ถุงละ 350 บาท ค่าจัดส่งทาง EMS อีก 65 บาท

แรกๆ ที่เริ่มขายจะมีแต่แบบเมล็ด เพิ่งเห็นมีแบบคั่วบดระยะหลังมานี้เอง แต่พอสั่งแบบคั่วบดมาก็ได้แบบบดละเอียดเลย เหมาะสำหรับเครื่องชงแอสเฟรสโซมากกว่า พอจะชงกับเครื่องคอฟฟี่เพรสได้เพราะไม่มีเครื่องใหญ่ใช้

ระดับการคั่วน่าจะเป็น Bold เข้มดีและยังมีกลิ่นหอมมากอีกด้วย

ชงตั้งแต่วันที่ 4 – 20 เม.ย. 2555

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

ข้าวกล้องหอมมะลิแดง ตรา แก้วไพร

ข้าวกล้องหอมมะลิแดง ตรา แก้วไพร

จัดจำหน่ายโดย ASTV ASIA SATELLITE TV

ข้อมูลจำเพาะ
สีแดง : บำรุงเลือด หัวใจ และหล่อเลี้ยงทุกเซลล์

วิธีทำข้าวกล้องงอก (ควรทำภายใน 3 เดือน นับจากวันผลิต)

  1. แช่น้ำ 4 ชม.
  2. ใส่กระชอนปิดฝาให้อบ 6 ชม.
  3. นำมาล้างแล้วปิดฝาให้อบ 10-14 ชม.
  4. หุงได้เลย (เวลาหุงจะมีกลิ่นหอม)

ผลิตที่ 36/1 หมู่.4 ต.บ้านเขว้า อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ

บรรจุ 1 กิโลกรัม
ราคา 105 บาท
วันที่ผลิตดูด้านบนบรรจุภัณฑ์

จัดจำหน่ายโดย
สนใจสั่งซื้อติดต่อ Call Center 02-633-5353

ซื้อจาก ASTV Shop บ้านเจ้าพระยา

Thirst (2009)

นักบวชผู้กลายมาเป็นผีดูดเลือด ยังพอมีสำนึกเหลืออยู่

ความคาดหวังเดียวเมื่อต้องดูหนังใหม่ของ ปัค ชาน วุค คือคงสนุกแน่ๆ โดยไม่สนใจว่าเนื้อเรื่องที่มาที่ไปจะเป็นอย่างไร ขอปล่อยอารมณ์ให้ผู้กำกับคนนี้พาไปแต่โดยดี

ต่อจาก The Front Line มีอีกโจทย์ที่ชวนค้นหาคือพลแม่นปืน นักแสดงหลักหญิงคนเดียวของเรื่องเป็นใครมีผลงานอะไรมาก่อน ความสนใจพาไปสู่การค้นคว้าและทำให้รู้จักเธอมากขึ้น ยิ่งได้รู้ว่าเคยแสดงหนังของ ปัค ชาน วุค มาแล้ว ไม่มีทางพลาดหนังเรื่องนั้นเป็นแน่

เมื่อเคยดูหนังไตรภาคแห่งความแค้น Park Chan-wook’s The Vengeance Trilogy มาแล้ว ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะไม่ดู Thirst (2009) ทันทีที่มีโอกาส

เนื้อเรื่องเล่นกันศาสนา จิตสำนึก ศีลธรรม ความรู้สึกความต้องการลึกๆ ของคน ผ่านตัวนักบวชที่ต้องกลายมาเป็นผีดูดเลือด แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องในศาสนาคริสต์ และเรื่องของแวมไพร์ก็คงมีรายละเอียดเบื้องลึกที่เป็นตำนานเล่าขานกันมาภายในแวดวงของตัวเอง เมื่อผู้กำกับพัฒนาบทของเรื่องให้เป็นตามแนวทางแบบเอเซีย หลายสิ่งหลายอย่างต้องรักษาไว้อย่างเคร่งครัด และบางอย่างต้องถูกลดทอนลงไปบ้าง

เมื่อยังพอมีสำนึกเหลืออยู่บ้าง จึงต้องจัดการให้เรื่องราวจบลงอย่างรับผิดชอบและแน่นอนว่าต้องจบลงในแบบที่ผีดูดเลือดเป็นมานานและคงเป็นอย่างนี้ตลอดไป

สนุกที่บทพาเอานักบวชผู้มีหน้าที่ยกระดับจิตใจของผู้เดินตาม มีความจำเป็นที่ต้องตอบคำถามตัวเองเพื่อหล่อเลี้ยงศีลธรรมภายใน แต่คนก็คือคน เมื่อยังยกระดับจิตใจได้ไม่ถึงขั้น กิเลสก็แทรกเข้ามาแสดงบทบาทได้ ยิ่งพอไปเจอ ‘ตัณหา ราคะ’ เข้าด้วย มันตัวใหญ่ชัดจนพาให้เรื่องราวเลยเถิดไป

ฝีมือของ ปัค ชาน วุค พัฒนายิ่งขึ้นไปอีกกับหนังเรื่องนี้ มีมุมมองแฝงเร้นมากมายที่ถ่ายทอดผ่านเทคนิคการถ่ายภาพ รวมไปถึงจินตนาการในอารมณ์ที่แปลงออกมาเป็นฉากแปลกๆ อีกหลายฉาก ทำให้นึกถึงผลงานเรื่องต่างๆ ของ Terry Gilliam กับความวิจิตรบรรเจิดในมาดเซอร์ๆ แบบฉบับของเทอรี่เอง คิดว่า ปัค ชาน วุค ก็คงพยายามสร้างลายเซ็นต์ของตัวเองให้ชัดเจนขึ้นจากหนังเรื่องแล้วเรื่องเล่าเหมือนกัน

เหมือนเดิมคือนักแสดงนำอย่าง ซอง คัง โฮ Song Kang-ho ก็ร่วมงานกับผู้กำกับผู้นี้มาแล้ว และยังเพิ่งแสดงนำใน Secret Reunion (2010) ของผู้กำกับเรื่อง The Front Line (2011) ไป ส่วนดารานำจาก The Front Line (2011) อย่าง ชิน ฮา คยุน Shin Ha-kyun ก็มาแสดงบทสำคัญในเรื่องนี้ แน่นอนว่าต้องเคยพบเจอเขามาก่อนจากหนังของ ปัค ชาน วุค เรื่องก่อนๆ อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าถือเอานี่เป็นมุมสนุกๆ ของหนังเกาหลีก็แล้วกัน พบเจอนักแสดงหน้าเดิมๆ หมุนเวียนไปรับบทแปลกใหม่ให้เห็นอยู่ตลอเวลา

คำเตือน หนังเรื่องนี้ฉากรักของนักบวชกับภรรยาของคนอื่น ควรเตรียมรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในใจก่อนนั่งดูหนังฉบับ Director’s Cut ความยาวกว่า 135 นาทีเรื่องนี้

ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Thirst ยังมีข้อมูลดีๆ จากผู้กำกับ รอให้อ่านอยู่อีกมากมาย แนะนำว่าอย่าพลาด

ข้อมูลเพิ่มเติม

The Front Line (2011)

ชัยชนะในสงครามคือการเอาชีวิตรอดมาได้ ศัตรูของเราไม่ใช่คอมมิวนิสต์แต่เป็นสงครามเอง

หนังเกาหลีที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนของประเทศเข้าชิงรางวัลออสการ์ที่เพิ่งผ่านไป ถึงไม่เข้ารอบสุดท้ายก็ได้รับรางวัลมากมายภายในบ้านของตัวเอง

เรื่องราวของการรบระหว่าง เกาหลีเหนือด้วยความสนับสนุนของจีน กับ เกาหลีใต้ด้วยความสนับสนุนของอเมริกา ถูกนำมาเล่าอีกครั้งบนแผ่นฟิล์มหลังจากที่เคยผ่านตากับหนังเรื่อง เท กึก กี Taegukgi มาแล้ว สนใจหนังเรื่องนี้ทันทีแม้จะไม่รู้พล็อตเรื่องมาก่อนและไม่ต้องการรู้ด้วย นั่นเพราะคุณภาพการสร้างฉากสงครามของทีมงานเกาหลีนั้นเข้าขั้นสุดยอด พิสูจน์มาแล้วจากเรื่อง เท กึก กี ที่ฉายไปตั้งแต่ปี 2004 แน่ขนาดที่ทีมงานเดียวกันนี้เป็นผู้สร้างฉากสงครามระดับหายใจรดต้นคอ ฉากยกพลขึ้นบกของ Saving Private Ryan (1998) โดย Steven Spielberg ด้วยฉากรบท่ามกลางการปิดล้อมและพลซุ่มยิงในหนังสงครามสัญชาติจีนโดยผู้กำกับ เฟิง เสี่ยว กัง Feng Xiaogang เรื่อง Assembly (2008) มาแล้ว

ผลงานความคมชัดสูงระดับ 1080p ทำให้เห็นรายละเอียดทุกอย่างชัดเจนในจอโทรทัศน์ขนาด 40 นิ้ว ชัดระดับรูขุมขนเลยทีเดียว การถ่ายภาพการจัดแสงนับว่าคุณภาพคับแก้ว เสียงประกอบผ่านการบันทึกและตัดต่ออย่างไม่มีที่ติ

เรื่องเกิดขึ้น ณ แนวรบด้านตะวันออกที่ฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ต่างก็ผลัดกันเข้ายึดครองและล่าถอยซ้ำแล้วซ้ำอีก หนังไม่ได้ออกอารมณ์แอ็คชั่นให้เห็นถึงความสามารถในการสู้รบแต่ถ่ายทอดอารมณ์ของมนุษย์ที่หากเลือกได้ก็อยากใช้ชีวิตปกติสุขมากกว่ามาอยู่ในสงคราม แต่คนที่ผ่านสงครามมาแล้วก็ใช่ว่าจะเป็นปกติธรรมดา บทได้พยายามเล่าถึงสาเหตุที่สร้างให้ตัวละครแต่ละคนมีสภาพจิตใจแบบที่เป็นในปัจจุบัน แม้จะไม่ถึงกับประทับใจคนดูมากนักแต่ก็นับว่าส่วนนี้ก็ขาดไม่ได้เหมือนกัน

กลยุทธ์ในการเข้าตี การจู่โจม การต่อสู้ การร่นถอยมีให้เห็นแบบกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับหนังอย่างน่าประทับใจ ถือว่าทีมงานทำการบ้านมาอย่างละเอียด การเล่าเรื่องด้วยมุมกล้องในฉากรบก็ทำได้หลากหลายดีมาก ทำให้หนังที่ยาวกว่า 134 นาทีไม่มีจังหวะไหนที่น่าเบื่อเลยแม้วินาทีเดียว

เนื้อเรื่องเดินมาถึงจุดไคลแม็กซ์ Climax ตามประวัติศาสตร์จริงที่เกิดขึ้นในช่วงปี 1953 ก็ยังมีเหตุการณ์แอนตี้ไคลแม็กซ์ Anti Climax เกิดขึ้นอีก จนจบเรื่องด้วยอารมณ์ขันที่ขื่นขมเป็นที่สุด

เครดิตท้ายหนังยังพยายามเล่นกันอารมณ์คนดูด้วยการคัดเฉพาะยิ้มของทุกคนออกมาเพื่อแนะนำตัวละครแต่ละตัว ดูแล้วยิ่งขมเข้าไปใหญ่

ความรู้สึกหนึ่งที่มีตลอดการดูหนังเรื่องนี้คือเกาหลีมีประเด็นสงครามของตัวนำไปสู่การรวมจิตใจทุกคนเพื่อร่วมกันมุ่งหน้าสร้างชาติ แล้วประเทศไทยหละมีไหม ไม่เอาที่ชอบแอบอ้างเบื้องสูงมาจัดอีเวนท์ผลาญเงินภาษีประชาชนกินนะ

ที่น่าสังเกตอีกเรื่องคือนักแสดงเกาหลีหลายคนคุ้นหน้าคุ้าตากันเป็นอย่างดี ไม่รู้ว่านักแสดงคุณภาพมีเพียงเท่านี้หรือเป็นนักแสดงที่รู้ทางกันดีกับผู้กำกับ Jang Hun เพราะเพิ่งเล่น Secret Reunion ไปเมื่อปี 2010 ก็มาแสดงต่อในเรื่องนี้เลย เป็นมุมสนุกๆ ของหนังเกาหลีก็แล้วกัน

ข้อมูลเพิ่มเติม

 

อ่านจบ เรื่องของกำลังใจ…ไม่ใช่จักรยาน

My Journey Back to Life

เรื่องของกำลังใจ…ไม่ใช่จักรยาน

…มีคนจำนวนมากถามผมว่า ที่ผมพูดว่าถ้าให้ผมเลือกระหว่างการเป็นมะเร็งกับเป็นผู้ชนะในตูร์ เดอ ฟรองซ์ ผมจะเลือกเอาการเป็นมะเร็งนั้น ผมหมายความว่าอย่างไร ความหมายของผมก็คือ หากผมไม่เคยเป็นมะเร็งผมก็คงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้เรียนรู้มา แม้แต่รายการตูร์ฯผมก็ตงเอาชนะไม่ได้หากผมไม่เคยต่อสู้กับโรคมะเร็งมาก่อน ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ ผมรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้งกับความเจ็บป่วยของผม และไม่เพียงแต่ผมจะไม่อายที่จะเป็นมะเร็งเท่านั้น แต่ผมก็ยังเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเหนือทุกสิ่งทุกอย่างเลยก็ว่าได้

ผมพบหนังสือเล่มนี้วางขายเลหลังอยู่ที่หน้าร้านดอกหญ้า ท่าพระจันทร์นานมาแล้ว นานจนผมจำไม่ได้จริงๆ ว่าเมื่อไหร่แต่จำได้แม่นว่าผมไม่รีรอที่จะหยิบเงินหนึ่งร้อยบาทจ่ายออกไปเพื่อพาหนังสือเล่มนี้กลับมาด้วย

ผมรู้จักหนังสือเล่มนี้มาก่อนแต่ยังไม่ได้หาซื้อมาอ่านจนกระทั่งวันนั้น วันที่รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ออกมานานพอสมควรเหมือนกัน และทุกวันนี้เป็นระยะเวลาเกือบห้าปีแล้วที่ผมออกกำลังกายโดยมีเสียงของ ‘แลนซ์ อาร์มสตรอง’ คอยกระตุ้นและให้กำลังใจ ถ้าได้รู้จักกันจริงๆ ระยะเวลาเท่านี้คงผูกพันกันไม่น้อยเลยทีเดียว แน่นอนว่านักวิ่งไนกี้พลัสทั้งหลายทั่วโลกก็ย่อมสนิทสนมกับแลนซ์ไม่น้อยกว่าตัวผมเช่นกัน

จนกระทั่งถึงเวลาแห่งความหดหู่ถดถอยเหมือนมันจะหมุนวนกลับมาเยี่ยมเยียนอยู่เนืองๆ สถานการณ์อย่างนี้ต้องการกำลังใจอย่างมากเพื่อให้ลุกขึ้นและเดินหน้าทำสิ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อไป เหวี่ยงทิ้งอารมณ์ขุ่นมัวทั้งหลายเหล่านั้นไปโดยพลัน หนังสือเล่มนี้คือกำลังใจครั้งสำคัญที่เหมาะสมอย่างที่สุด

แทนที่ผมจะเลือกอ่านหนังสือเกี่ยวกับคนสำคัญอีกคนในชีวิตที่เพิ่งตายจากไป กลับเลือกอ่านหนังสือของคนที่เอาชนะโรคร้ายได้ก่อน นี่เป็นเรื่องอารมณ์…ไม่ใช่ผลไม้

แลนซ์ อาร์มสตรองเติบโตขึ้นในครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว แม้จะมีชายคนใหม่เข้ามาในชีวิตแม่และให้เขาใช้นามสกุลร่วมด้วย นั่นก็ไม่ใช่ความผูกพันแต่อย่างใด ตั้งแต่เล็กจนเริ่มโต แม่ของเขาเป็นผู้สอนวิชาชีวิตคนแรก และมะเร็งก็มารับช่วงต่อขณะที่ความคะนองพุ่งถึงขีดสุด

แลนซ์ได้บทเรียนชีวิตบทใหม่ต่อจากการสู้สุดใจเพื่อให้ทุกอย่างสำเร็จแบบวัยรุ่น เขาต้องเรียนรู้ตัวเองอีกครั้งผ่านโรคร้ายด้วยความสนับสนุนของครอบครัวและเพื่อนที่ดีที่สุดที่พอจะเหลืออยู่รอบตัว

นิสัยสู้ไม่ถอยทำให้เขาท้าทายตัวเองกับผลการตรวจสุขภาพในคราวหน้าว่าจะต้องดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา และเขาก็ทำได้จริง นิสัยนี้เป็นบทเรียนที่แม่ของเขาสอนมาตลอดจนกลายเป็นบุคลิกสำคัญที่น่าเลียนแบบ

ส่วนการกลับมาใช้ชีวิตบนจักรยานหลังจากซัดมะเร็งจนอยู่หมัดก็ยิ่งเป็นบทเรียนที่ให้กำลังใจกับคนอ่านได้มากเมื่อลองมองย้อนกลับมาหาตัวเอง เรื่องราวการต่อสู้จนชนะการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ จนชนะติดต่อกับสองปีก็เร้าใจเช่นกัน

ลีลาการเขียนเป็นมิตรและสนุกสนานชวนให้ติดตามจนไม่อยากวาง สำนวนภาษาไทยยิ่งเป็นครูสอนการแปลชั้นดีได้เลยทีเดียว แต่กว่าจะอ่านจบได้ก็ต้องสู้กับอารมณ์ที่ชักจะตกต่ำลงยิ่งกว่าเดิมจนต้องทำอะไรบ้างอย่างเพื่อตัดวงจร ถึงกระนั้นก็ยังไม่ถึงกับสามารถสร้างสมาธิให้จดจ่ออยู่กับตัวหนังสือได้นานขึ้นกว่าเดิมได้ นี่เป็นจุดอ่อนที่แก้ไม่สำเร็จจริงๆ

ถ้าเป็นไปได้จะพยายามหาเล่มฉบับภาษาอังกฤษมาเก็บไว้คู่กับเล่มแปลฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 ของประเทศไทยนี้ สำหรับผู้ที่มีอยู่แล้วยังไม่ได้อ่านหรือยังสามารถหาซื้อมาอ่านได้ ขอแนะนำว่าเป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจได้จริง และคนทั่วโลกก็ได้รับกำลังใจมาแล้วไม่น้อย สมค่าหนังสือขายดีอันดับหนึ่งที่รายงานโดยนิวยอร์คไทมส์จริงๆ

ข้อมูลประจำหนังสือ

เรื่องของกำลังใจ…ไม่ใช่จักรยาน
It’s Not About the Bike : My Journey Back to Life
by Lance Armstrong and Sally Jenkins
แลนซ์ อาร์มสตรอง และแซลลี เจนกินส์ เขียน
เกริกฤทธิ์ นานา แปล
ISBN 974-90187-8-8
พิมพ์ครั้งที่ 1  กุมภาพันธ์ 2545
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2545 โดยบริษัท เพิร์ล พับลิชชิ่ง จำกัด
ราคา 260 บาท

ข้อมูลเพ่ิมเติม