This is a story about four people named Everybody, Somebody, Anybody and Nobody. There was an important job to be done and Everybody was sure that Somebody would do it. Anybody could have done it, but Nobody did it. Somebody got angry about that, because it was Everybody‘s job. Everybody thought Anybody could do it, but Nobody realised that Everybody wouldn’t do it. It ended up that Everybody blamed Somebody when Nobody did what Anybody could have.
Category Archives: a piece of thought
In search of knowledge, pieces of thought will be saved here.
จำเป็นต้องเคารพความเป็นมนุษย์ของเอกชน
“…วิธีการพัฒนาหมู่ชนด้วยการลงทุนน้อยและได้ผลมากก็คือ วิธีจะช่วยให้มนุษย์ประชาชนนั้นสามารถช่วยตัวเองได้อย่างดี กล่าวคือ ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ในส่วนกลาง คือรัฐบาล จำเป็นต้องเคารพความเป็นมนุษย์ของเอกชน…”
ป๋วย อึ๊งภากรณ์, หนังสือ ‘ปรีดี ป๋วย กับธรรมศาสตร์และการเมือง’, 2549
จากกรุงเทพธุรกิจ : จุดประกาย วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม 2549
ทฤษฎีเรื่องตลก
นักวิชาการเจ้าของทฤษฎีเรื่องตลก ชื่อ ดร.ริชาร์ ทัฟลิงเจอร์ (Dr. Richard F. Taflinger) กล่าวว่า “เรื่องตลกคือสิ่งที่ทำให้เราหัวเราะออกมาได้”
เขาได้ทำการศึกษาถึงพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องตลกที่ทำให้คนเราหัวเราะออกมา และได้สรุปออกมาเป็นข้อๆ เรียกว่า แก่นแท้ 6 ประการ สำหรับการทำให้บางสิ่งเป็นเรื่องที่ขบขัน คือ
- มันจะต้องเป็นสิ่งที่เรียกร้องการใช้ความคิดสติปัญญามากกว่าการใช้อารมณ์ความรู้สึก
- มันจะต้องเป็นเรื่องกลไกปฏิกิริยาอัตโนมัติ
- มันต้องเป็นเรื่องของมนุษย์ที่มีมาแต่กำเนิด โดยที่สามารถที่จะเตือนเราให้ระลึกถึงเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ได้
- มันจะต้องเป็นบรรทัดฐานทางสังคมที่ยอมรับกันชุดหนึ่ง ซึ่งผู้อ่านมีความคุ้นเคย, ไม่ว่าจะโดยผ่านชีวิตประจำวัน หรือการตระเตรียมขึ้นมาโดยของนักเขียนในเนื้อหาที่แสดง ออกมาก็ได้ และบรรทัดฐานเหล่านั้นได้ถูกฝ่าฝืน
- มันจะต้องเป็นสถานการณ์และองค์ประกอบต่างๆ (ท่าทีของพฤติกรรม และคำพูด) ที่ไม่สอดคล้องหรือเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม หรือไม่สัมพันธ์กันกับบริบทนั้นๆ
- มันจะต้องถูกรับรู้โดยผู้สังเกตการณ์ในฐานะที่ไม่เป็นภัยอันตรายใดๆ หรือสร้างความเจ็บปวดต่อผู้มีส่วนร่วม
แล้วตลกในโทรทัศน์บางประเทศแถวนี้เป็นอย่างไรบ้าง…น่าสงสารไหม เห็นมีแต่ตลกสังขาร คิดได้แค่นั้นเหรอคนที่ชอบเรียกตัวเองว่า “ศิลปินตลก”
อย่าให้มีทัศนคติแบบนี้ติดตัวเมื่อโตขึ้นนะ
โคฟี อันนัน เล่าให้ฟังว่า
วันหนึ่งครูใหญ่เดินเข้ามาในห้องเรียนแล้วยกกระดาษสีขาวแผ่นใหญ่ขึ้น บนกระดาษมีจุดสีดำเล็กๆ จุดหนึ่งอยู่ที่มุม
“นักเรียนเธอเห็นอะไร” ครูถาม
พวกเราตะโกนออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า “จุดดำจุดหนึ่งครับ”
แล้วครูก็พูดว่า “ถ้างั้นไม่มีใครเห็นกระดาษสีขาวแผ่นใหญ่นี้เลยใช่ไหม อย่าให้มีทัศนคติแบบนี้ติดตัวเมื่อโตขึ้นนะ”
จากจุดประกาย วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2549
จดหมายข่าวจากดังตฤณ ประจำวันที่ ๒ ก.พ. ๔๙
ทุกวันพฤหัสฯ จะได้รับจดหมายข่าวดีๆ จากคุณดังตฤณ ผมอ่านแล้วได้สติเสมอ ส่วนในสัปดาห์นี้ประทับใจจริงๆ เพราะอยากทำได้อย่างที่เขียนนั้นอยู่แล้ว
มีคนจำพวกหนึ่งทั้งฝรั่งและไทย
ที่ถือเอาการท้าทายมฤตยู หรือทำกิจกรรมเสี่ยงตาย
เป็นการวัดใจ หรืออีกนัยเป็นการทำความรู้จักกับตัวเองว่าเขาคือใคร
ประมาณว่ายิ่งใหญ่พอจะสยบความกลัวตายได้ไหมอย่างเช่นการเล่นสกีผาดโผน โดดมัวนตัวจากที่สูงนั้น
ลงพลาดนิดเดียวมีสิทธิ์คอหักตายทันที
นี่เป็นที่รู้กัน แต่สำหรับบรรดานักสกีแล้ว
การเสี่ยงตายชนิดนี้แลกมากับรสสุขสุดวิเศษ
ชั่วขณะที่ร่างกายเหมือนไร้น้ำหนักและหมุนพลิ้วสบายดังใจนึก
มันเป็นสุดยอดความสุขภายในสำหรับพวกเขา
แถมได้รับการยอมรับจากคนในแวดวงว่ายูเจ๋งจริงๆถ้าคุณไม่ได้เข้าไปอยู่ตรงนั้น
ตรงที่ลอยเคว้งกลางอากาศเหมือนฝัน
ตรงที่คุณอยู่เหนืออำนาจดึงดูดของโลกสักสิบวินาที
คุณจะไม่มีวันรู้ว่าพวกเขาเสี่ยงตายกันไปทำไม
อย่างมากจะนั่งดูเขาและเธอเล่นผาดโผนเสี่ยงตายกลางหิมะขาวโพลน
ด้วยความรู้สึกเพลิดเพลินและไม่ตระหนักว่าความผิดพลาดนิดเดียว
หมายถึงการชีวิตไปทิ้งหลังเสพสุขเหนือแรงดึงดูดโลกชั่ววูบความจริงยอดแห่งสุขเบาไร้น้ำหนักยังมียิ่งกว่านั้น
เสพรสได้นานกว่านั้น
และไม่จำเป็นต้องเสี่ยงตายด้วย
เพียงคุณนั่งนิ่งๆอยู่กับบ้าน
หายใจเข้าออกตามธรรมดา
ที่ผิดจากธรรมดานิดเดียวคือมีสติตามรู้ไปด้วย
ว่าขณะนี้มีลมหายใจออก ขณะนี้มีลมหายใจเข้า
ขณะนี้ลมหายใจยาว ขณะนี้ลมหายใจสั้น หรือขณะนี้ไม่มีลมหายใจการรู้ไปจนเหลือลมหายใจปรากฏเด่นอยู่อย่างเดียว
จะหน่วงเหนี่ยวให้จิตบังเกิดความตั้งมั่น
หลุดพ้นจากอำนาจแรงดึงดูดของความฟุ้งซ่านและความกระหายกาม
นานเท่าที่กำลังสติของคุณจะสามารถตามรู้ตามดูลมหายใจและในความมีสติรู้ชัดขนาดนั้น
เพียงมีปัญญาพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง
ทราบความเกิด ทราบความดับของลมหายใจ
ทราบความมีอยู่ชั่วคราวของปีติโสมนัสอันเกิดจากจิตวิเวก
ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่านั่นเป็นตัวตน เป็นเรา เป็นของเรา
ก็จะเกิดมิติของความน่าพอใจ ถึงใจยิ่งขึ้นไปอีก
ขอบันทึกไว้เพื่อสะดวกในการระลึกถึงอยู่เสมอ
ติดตามจดหมายข่าวที่ผ่านมาทั้งหมดได้ที่นี่ ดังตฤณวิสัชนา