Category Archives: a piece of thought

In search of knowledge, pieces of thought will be saved here.

รับประทานวิตามินอย่างไรให้ถูกวิธี

อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง เคยแนะนำวิธีรับประทานวิตามินให้กับผู้ร่วมคอร์สสุขภาพแบบชีวจิตอยู่หลายครั้ง เพื่อย้ำเตือนความจำกันอีกครั้ง นี่คือวิตามินและแร่ธาตุในกลุ่มแอนติออกซิแดนท์ที่แนะนำให้รับประทานเสริม ซึ่งประกอบไปด้วย

  • วิตามินเอ วันละ 10,000 ไอยู
  • วิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัม
  • วิตามินดี วันละ 1,000 มิลลิกรัม
  • วิตามินดี วันละ 400 ไอยู
  • ซีลิเนียม วันละ 50 ไมโครกรัม

วิตามินข้างต้นนี้ในหนึ่งสัปดาห์ควรรับประทานวิตามิน 5 วัน โดยรับประทานตามเวลาที่กำกับไว้บนฉลาก และควรหยุดรับประทานสัปดาห์ละ 2 วัน เมื่อรับประทานติดต่อกันไปถึง 2 เดือนแล้ว ให้หยุดรับประทานไปสักพัก จากนั้นค่อยกลับมาเริ่มรับประทานใหม่เมื่อรู้สึกว่าร่างกายเรียกร้อง

วิตามินเป็นเพียงสิ่งที่กินเสริมอาหาร อย่าลืมรับประทานอาหารหลักให้ครบถ้วน จะได้แข็งแรง

ที่มา นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 206 ฉบับวันที่ 1 พฤษภาคม 2550

แรงจูงใจในการศึกษาวรรณกรรม

แรงจูงใจในการศึกษาวรรณกรรม

1. ความรักและความสนใจวรรณกรรม
2. ความนิยมของสังคม
3. การคัดค้านกระแสนิยม ในบางกรณี แรงจูงใจในการศึกษาวรรณกรรมก็เกิดจากการเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านการแสนิยมบางอย่าง ในรัชกาลที่ 6 มีความนิยมเอาอย่างตะวันตกอย่างมากจนเกินพอดี ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาษาและวรรณกรรมไทย เพราะผู้แต่ง “ยังไม่ใคร่จะเอาใจใส่ในทางภาษา ฤาพยายามแต่งเรื่องอันประกอบด้วยคุณวิชาสารประโยชน์ มักแต่งเอาอย่างผู้อื่นตามๆ กันไป… มักแปลแต่หนังสือเป็นเรื่องอย่างเลวในภาษานั้นๆ แลมักชอบหันเหียนเปลี่ยนวิธีเรียบเรียงภาษาไทยไปตามประโยคภาษาต่างประเทศด้วยความโง่เขลา”* นอกจากนั้นการขยายตัวทางด้านการศึกษาก็ทำให้มีผู้สนใจความคิดทางสังคมและการเมือง จนมีการเขียนบทความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสังคมและเขียนโต้ความคิดกันรุนแรงด้วย พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “วรรณคดีสโมสร” ขึ้นใน พ.ศ. 2457 เพื่อส่งเสริม “หนังสือที่แต่งดี” คือใช้ภาษาไทยตามแบบอย่างที่ใช้กันมาแต่โบราณ และ “หนังสือดี” คือหนังสือที่อ่านได้โดยไม่เสียประโยชน์หรือชักจูงความคิดของผู้อ่านไปในทางไม่เป็นแก่นสาร หรือชวนให้คิดวุ่นวายไปในทางการเมือง “อันเป็นเครื่องรำคาญแก่รัฐบาล”**

สมาคมวรรณคดีซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2474 ก็มีวัตุประสงค์ทำนองเดียวกับวรรณคดีสโมสร สมาคมฯ มีหน้าที่วินิจฉัยปัญหาวรรณคดีและพิมพ์หนังสือเผยแพร่คำวินิจฉัยนั้น ส่วนหนึ่งของการวินิจฉัยก็คือการลงมติว่าวรรณคดีเรื่องใดควรยกย่องให้เป็นแบบฉบับในประเภทต่างๆ โดยมีแนวทางการพิจารณาว่าต้องแต่งถูกต้องตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ใช้คำดี ความดี และสัมผัสดี แนวทางนี้เป็นแบบแผนที่นิยมกันในระยะนั้นในหมู่นักวิชาการวรรณคดีที่ประเมินค่าวรรณคดีโบราณของไทย ดังจะเป็นได้จากบทวิจารณ์ต่างๆ ในหนังสือวิทยาจารย์ เป็นต้น***

ในช่วง พ.ศ. 2493-2500 นิยาประเภทพาฝันและโลดโผนผจญภัยเป็นที่นิยมกันมาก ทำให้มีการรวมกลุ่มนักประพันธ์ไทยเป็น “ชมรมนักประพันธ์” เพื่อยับยั้งการเติบโตของวรรณกรรมประเภทนี้ มีการจัดสนทนาแบบ “สภากาแฟ” เพื่อชักจูงให้นักเขียนทบทวนบทบาทและหน้าที่ของตนเองและใช้วิชาชีพเพื่อประโยชน์ของผู้อ่านและมีการเสนอทรรศนะเรื่องศิลปะเพื่อชีวิต ซึ่งทำให้เกิดความเคลื่อนไหวที่มีบทบาทในการกำหนดทิศทางของวรรณกรรมในยุคนั้นค่อนข้างมาก****

4. การเพิ่งพูนความรู้ทางวิชาการ

*พระยาอนุมานราชธน “พระราชกฤษฎีกาวรรณคดีสโมสร” การศึกษาวรรณคดีแง่วรรณศิลป์ หน้า 1
**พระราชกฤษฎีกาวรรณคดีสโมสร
***รื่นฤทัย สัจจพันธ์ุ เรื่องเดิม หน้า 89
****เรื่องเดียวกัน หน้า 97

ที่มา
เอกสารการสอนชุดวิชา 12409 ประสบการณ์ไทยคดีศึกษา
หน่วยที่ 5 ประสบการณ์การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับวรรณกรรม
ตอนที่ 5.1 ความเป็นมาของการศึกษาวรรณกรรมไทย
เรื่องที่ 5.1.4 แรงจูงใจในการศึกษาวรรณกรรม
หน้า 177-178
ISBN 974-613-386-1

รู้จักตัวเองก่อนที่จะก้าวต่อไป

ในการสัมมนาเรื่อง “ไทยศึกษาในทศวรรษใหม่” ได้มีการพูดถึงปัญหาการวิจัยเรื่องไทยศึกษาในขณะนี้ว่า งานวิจัยทุกวันนี้มีลักษณะต่างคนต่างทำ ผลการวิจัยไม่ทำให้เห็นภาพรวมของสังคมไทย โดยเฉพาะในภาวะที่สังคมไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยอิทธิพลตะวันตกและเทคโนโลยี การจะกำหนดทิศทางของความเปลี่ยนแปลงจะต้องอยู่บนฐานที่เรารู้จักตนเองอย่างดีก่อนว่าไทยเป็นอย่างไร ความเป็นไทย สังคมวัฒนธรรมไทยมีลักษณะอย่างไรจึงจะรู้ได้ว่าจะปรับเปลี่ยนสังคมอย่างไร การวิจัยทางไทยศึกษาจึงเพื่อให้รู้จักตัวเองก่อนที่จะก้าวต่อไป

ที่มา
เอกสารการสอนชุดวิชา 12409 ประสบการณ์ไทยคดีศึกษา
หน่วยที่ 1 ขอบเขตและสถานภาพของไทยศึกษา
ตอนที่ 1.2 ไทยศึกษาในประเทศไทย
เรื่องที่ 1.2.1 หน่วยงานไทยศึกษาในประเทศไทย
หน้า 21
ISBN 974-613-386-1

เครื่องแสดงว่ามีการศึกษา

“คนที่ใช้ภาษาได้ถูกต้องนั้น เป็นเครื่องแสดงว่ามีการศึกษา”

อาจารย์ กาญจนา นาคสกุล อุปนายก ราชบัณฑิตยสถาน
รายการรักเมืองไทย ตอนรักภาษาไทย ทางช่อง 11
14 มี.ค. 2550 20:30-21:30 น.

ลักษณะเรือนไทยประยุกต์ในปัจจุบัน

การปลูกสร้างบ้านเรือนไทยสำหรับคนไทยในยุคปัจจุบันจึงจำเป็นต้องประยุกต์อาคารบ้านเรือนไทยให้เข้ากับประโยชน์ใช้สอย วัสดุหาง่าย ราคาถูก ทั้งนี้ เพื่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัยโดยสร้างเรือนไทยให้เหมือนตามแบบดั้งเดิมในส่วนของรูปแบบที่จะแสดงถึงเอกลักษณ์ซึ่งมีลักษณะเป็นไทยที่สอดคล้องกับสภาพดินฟ้าอากาศของประเทศ

ดังนั้น ลักษณะเรือนไทยประยุกต์ในปัจจุบันควรจะออกแบบเรือนไทยใหม่ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

     1. ควรเป็นเรือนยกใต้ถุนสูง อาจกั้นห้องเป็นบางส่วน พื้นชั้นล่างควรเป็นวัสดุทนน้ำได้ เช่นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูกระเบื้อง อาศัยใต้ถุนสูงที่เปิดโล่งบางส่วนใช้เป็นที่จอดรถยนต์

     2. ลักษณะของตัวเรือนควรโปร่ง โล่ง ลมพัดผ่านได้สะดวก

     3. ควรมีระเบียงหรือชานเป็นบางส่วนเพื่อไว้พักผ่อนตอนเย็นๆ

     4. ลักษณะของหลังคาควรยื่นออกจากผนังมากๆเพื่อกันแดดส่อง กันฝนสาด

     5. ออกแบบจัดสวนให้ต้นไม้มีส่วนสัมพันธ์กันตัวเรือน

     6. ถ้าสามารถเป็นไปได้ ควรนำเอาสระน้ำ บ่อน้ำ คลอง คูไว้ใกล้ๆ กับส่วนหนึ่งส่วนใดของเรือน

นอกจากนี้ควรประยุกต์อาคารเรือนไทยให้สอดคล้องกับประโยชน์ใช้สอย ได้แก่

     1. ห้องน้ำ สุขภัณฑ์สมัยใหม่สามารถนำมาใช้ได้โดยไว้ที่ห้องพะไล (ส่วนริมสุดของห้องนอนซึ่งมีเสาและชายคารับต่างหาก)

     พื้นเพิ่มคาน – ตง ให้สามารถรับน้ำหนักพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูกระเบื้องและติดตั้งสุขภัณฑ์

     2. ครัว แยกออกต่างหากจากเรือนนอนเหมือนเดิมโดยติดตั้งอุปกรณ์เครื่องครัวสมัยใหม่ได้ เช่นเตาแก๊ส เตาอบ ตู้กับข้าว ที่ล้างจาน ฯลฯ

     3. ติดตั้งเครื่องปรับอากาศและติดมุ้งลวดกันยุงในห้องนอนและห้องนั่งเล่น

     4. เพิ่มแสงสว่างให้ห้องนอนและห้องโถงโดยใส่กระจกใสบนคอสอง

     5. เพิ่มบันไดขึ้นลงโดยไม่เปียกฝน (ขณะฝนตก)

     6. ทำประตูและกุญแจกันโขมยเพิ่มขึ้น

     7. ใต้ถุนเทคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูกระเบื้องดินเผา และแบ่งส่วนหนึ่งของที่ว่างชั้นล่างเป็นที่จอดรถยนต์

ที่มา
เอกสารการสอนชุดวิชา 12307 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย
หน่วยที่ 3 การสร้างอาคารบ้านเรือนไทย
ตอนที่ 3.4 การสร้างอาคารบ้านเรือนไทยในยุคปัจจุบัน
เรื่องที่ 3.4.2 แนวความคิดในการสร้างอาคารบ้านเรือนไทยในปัจจุบัน
หน้า 165
ISBN 974-613-382-9