Category Archives: monologue

ระพี สาคริก ครูทุกลมหายใจ

ผมได้พบกับอาจารย์ระพี สาคริก อีกครั้งทางหน้าจอโทรทัศน์ผ่านรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ช่อง ASTV News 1 ท่านเป็นครูที่ผมกราบได้ด้วยทั้งวจีกรรม มโนกรรมและกายกรรม ท่านเป็นแขกรับเชิญมาเล่าถึงหลักคิดจากการถวายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

เช้านี้ผมเพิ่งอ่านข้อคิดของท่านจากนิตยสารชีวจิตเล่นล่าสุดก่อนไปวิ่งออกกำลังกายพอดิบพอดีอีกด้วย

ในรายการสภาท่าพระอาทิตย์ ท่านเล่าฟังอีกครั้งเรื่องจิตใจ ทุกสิ่งที่ทำท่านเป็นไปเพื่อพัฒนาจิตใจตัวเอง เพื่อสร้างประโยชน์แก่บุคคลอื่น วางตัวให้ต่ำ มีน้ำใจกับผู้คน สิ่งที่ท่านทำไม่ใช่เพื่อวงการกล้วยไม้ ไม่ใช่เพื่อวงการเกษตร แต่เพื่อสร้างชาติจากฐานรากสุดของสังคม “เกษตรกร” เมื่อเศรษฐกิจของเกษตรกรอยู่ได้ รากฐานของสังคมก็แข็งแรง

ท่านสอนว่าปัญหาที่คนจนต้องรับเงินเล็กน้อยออกมาประท้วงเป็นผลมาจากความไม่จริงใจในการพัฒนา ไม่จริงใจในการดำเนินโครกงารพัฒนาชนบท ผมเข้าใจในทันทีว่า คนยากจนตามต่างจังหวัดจึงยังยากจนอยู่ พึ่งตนเองไม่ได้ ใครให้เงินแม้เพียงเล็กน้อยก็เอา คงเพราะเห็นว่าเป็นบ่อน้ำกลางทะเลทราย

ปัญหามากมายที่ยังคงมีอยู่ในสังคมไทย ท่านสอนว่าเป็นเพราะเราละทิ้งจิตใจ แต่ไปมุ่งพัฒนาแต่วัตถุเงินทาง ท่านยกตัวเองตัวท่านเองว่า ท่านไม่ต้องใช้เงินก็อยู่ได้ เพราะท่านทำความดีมาตลอด จึงมีผู้คนมาสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ท่าน ผมเข้าใจว่า ท่านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการหาเงินมาจุนเจือตัวเอง และสามารถทำงานเพื่อส่วนรวมได้เต็มที่ ผลที่ได้รับก็มาจุนเจือท่านเอง ท่านอยู่ได้ไม่ใช่เพราะท่านได้ทุกอย่างที่ต้องการ แต่ท่านไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างตามกระแสวัตถุนิยม

ในวาระครบ 84 ปี ท่านได้เข้าเฝ้าในหลวง อาจารย์ระพีพารูปที่ท่านกราบแนบสนิทอยู่ที่รองพระบาทเมื่อครั้งสี่ปีที่แล้วมาด้วย ท่านทูลพระองค์เพียงประโยคเดียวว่า “จะทำงานถวายชีวิตเพื่อพระองค์ท่าน” พระองค์ท่านตรัสตอบว่า “ขอเป็นกำลังใจให้” และยังฝากไว้อีกว่า “อย่าทิ้งเรื่องศิลปะ”

คนที่ทำดีก็ย่อมมีศิลปะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ ผมเข้าใจอย่างนั้น และท่านก็กรุณาเล่นไวโอลินเพลงพระราชนิพนธ์ให้ฟัง ตามด้วยทีเด็ดด้วยการเป่าหีบเพลงปากเพลง “บ้านเรา” ให้อีก

ที่ผมกล่าวว่าท่านเป็นครูทุกลมหายใจนั้นเพราะทุกวาจา ทุกการกระทำของท่าน เป็นคำสอนที่เป็นรูปธรรม ผ่านการลงมือทำมาแล้วทั้งสิ้น ไม่มีข้อสงสัยอีกว่าที่ท่านกล่าวหรือกระทำนั้นเป็นสิ่งดีหรือไม่

สิ่งที่เกิดขึ้นในระหว่างการชมรายการนั้นเป็นสิ่งที่น่าจะเปลี่ยนชีวิตผมได้ในอนาคต ด้วจิตใจที่กำลังวุ่นวายสับสนกับเรื่องผลประโยชน์ ผมก็คิดวางทางออกให้กับตัวเองว่าต้องถอยออกไปเพื่อไม่สร้างปัญหา มุ่งหน้าหาทางทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ต่อไป แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างนั้นหรือไม่

ชีวิตทุกวันนี้ยังคงจมอยู่กับวัตถุ รักในวัตถุ เสพบริโภคและใช้วัตถุปรนเปรอตัวเอง ชีวิตอย่างนี้คงหนีไม่พ้นทุกข์จากวัตถุที่จะตามมา ความคิดหนึ่งที่ผุดขึ้นมาก็คือ ในเมื่อเราหนีไม่พ้นวัตถุเหล่านี้ เราก็ควรจะใช้มันให้เป็นประโยชน์ แทนที่จะใช้มันอย่างไร้สติ ประโยชน์ที่ว่าต้องเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ใช่ประโยชน์แค่เพียงของตัวเอง

นี่น่าจะเป็นแนวทางสำหรับดำเนินชีวิตต่อไป

ผมกำลังเพาะมะนาว ผมเริ่มมีความสุขที่ได้เตรียมดินเตรียมปุ๋ยสำหรับปลูกพืชผักที่ต้องใช้ในครอบครัว ผมกำลังจะพึ่งตัวเองในเรื่องอาหาร แม้เพียงน้อยนิด แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้น เพราะกำลังแสวงหาความสุขทางจิตวิญญาณจากการปลูกพืช สิ่งที่ผมเห็นพ่อทำมาตั้งแต่ผมจำความได้ หลังบ้านเคยมีสวนขนาดเล็ก แม้แต่ต้นไม้ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นสิ่งที่พ่อผมปลูกไว้ให้ ผมอยากรู้ว่าการปลูกต้นไม้มีความสุขอย่างไร

นี่จะเป็นแนวทางอีกแนวทางหนึ่ง

ผมเป็นคนฟังเพลงแบบจริงจัง ภาษาอังกฤษเรียก serious music lover ผมเป็นคนที่มีดนตรีในหัวใจ ผมใช้ดนตรีหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของตัวเอง เครื่องดนตรีที่มีอยู่แต่ไม่มีทักษะมากนักคืออัลโตแซ็กโซโฟน วันหนึ่งเพื่อพร้อมผมคงจัดเวลาให้ตัวเองได้ซ้อมมันอย่างจริงจัง มิใช่เพื่อหน้าตาหรือฐานะอะไร แต่หนีไม่พ้นจุดประสงค์เพื่อให้เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ

เพลงที่มีอยู่มากมายจนฟังทั้งปีก็ไม่หมดนี้ ก็ต้องบอกตัวเองว่าอย่าไปยึดติดกับมันให้มากนัก สะสมมากๆ ก็คงไม่ต่างจากการสะสมวัตถุ เรื่องนี้คงปรับตัวลำบากไม่น้อย คงต้องใช้เวลาพิจารณาให้มาก

แม้จะทำงานสายวัตถุ สายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผมจะไม่มีวันทิ้งศิลปะแขนงนี้ รวมไปถึงศิลปะด้านการเขียน การแต่งเรื่องและการแปล ที่อยากทำและทำอยู่

รายการจากสภาท่าพระอาทิตย์คือรายการประเด็นข่าวประเด็นทำ ท่านจันทร์ สมณะเพาะพุทธ จนฺทเสฏฺโฐ ได้กล่าวว่าอาจารย์ระพี ท่านเป็นคนปลูกต้นไม้ ไม่ใช่คนปลูกตึก

การปลูกต้นไม้จะได้เห็นต้นไม้เจริญขึ้นไป แต่การปลูกตึกจะได้ดูตึกนั้นทรุดโทรมลง กราบขอบคุณท่านจันทร์ที่ได้สอนปิดท้ายได้เป็นอย่างดี

กราบขอบพระคุณอาจารย์ระพี สาคริก สำหรับคำสอนและแรงบันดาลใจอีกครั้งในวันนี้

เรื่องราวของท่านอาจารย์เคยบันทึกไว้เช่นกันที่นี่ ยิ่งอยากมีความสุข ยิ่งต้องอ่านตัวเอง

ยุติการขายข้าว ASTV ตรามือ

เมื่อวานได้ฟังข้อมูลจากพี่หมี ยุทธิยงค์ จากรายการเวทีชาวบ้านว่าข้าว ASTV ตรามือได้ยุติการขายแน่แล้วในวันนี้ ข้าวนี้ที่เคยซื้อมากินอยู่ทั้ง 3 จากทั้งหมด 4 แบบ ที่พอใจก็คือมีข้าวกล้องถุงใหญ่ขนาด 5 กิโลกรัมขายด้วย

ที่ผ่านมาก็เคยบันทึกไว้แล้ว

วันนี้ได้รับ SMS จากผู้ผลิตข้าวตรามือว่าไม่ได้ขายเพื่อ ASTV แล้ว แถมแนะนำยี่ห้อที่มีเป็นของตัวเองว่าพร้อมให้บริการต่อไป

และข่าวสารจากทั้ง manager.co.th และ ASTV ก็มีประชาสัมพันธ์ว่าจะมีการจัดหาข้าวอีกยี่ห้อมาให้บริการแทน

จึงอยากบันทึกไว้ตรงนี้ว่าข้าวทั้งสองจะไม่มีส่วนร่วมในการสนับสนุน ASTV อีกต่อไป และจะไม่ตามไปใช้บริการผลิตภัณฑ์ยี่ห้ออื่นจากผู้ผลิตรายนั้นอีก

เหตุผลหลักในการซื้อข้าว ASTV ตรามือมาทานก็เพราะรายได้ส่วนหนึ่งสนับสนุนกิจการของ ASTV ไม่มีเหตุผลสำคัญอื่นใดเหนือไปกว่านี้ นั่นหมายความว่าเมื่อ ASTV ยกเลิกยี่ห้อนี้และเตรียมจัดหายี่ห้อใหม่มาให้บริการ ก็จะติดตามไปใช้บริการข้าวยี่ห้อใหม่ต่อไปเหมือนเคย …แน่นอน

เปลี่ยนที่นอน

ที่นอนยางพาราอายุกว่าสิบปีที่ผมรับช่วงมาปูนอนกว่า 3 ปีมาแล้วนี้ค่อยๆ หมดสภาพลงตามอายุการใช้งาน แม่บอกว่าได้เป็นของขวัญปีใหม่

ที่นอนนี้ไม่ได้วิเศษอะไรแต่ผมก็สามารถนอนหลับสบายได้ตลอดทั้งคืนมานานแล้ว จะบอกว่าไม่เหมาะกับคนอ้วนน้ำหนักมากขนาดนี้ก็คงจะผิดถนัด ยิ่งเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนที่นอนใหม่ก็ยิ่งต้องคำนวณให้จงหนักว่าจะเลือกซื้ออะไรดี

หลังจากขี้เกียจมานาน เมื่อต้นสัปดาห์ก่อนก็ได้ฤกษ์ลองค้นข้อมูลที่นอนปิกนิคจากอินเตอร์เน็ตดูเสียหน่อยว่าพอจะมีตัวเลือกอะไรบ้างโดยไม่ได้นึกมาก่อนว่าควรจะดูว่าที่นอนที่ใช้อยู่นั้นยี่ห้ออะไร และแล้วก็มาพบข้อมูลที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด

จึงใช้เวลานั่งศึกษาข้อมูลอย่างตั้งใจอยู่นานเหมือนกัน ได้ความรู้ว่ายี่ห้อนี้เป็นของคนไทยเองด้วย มีฐานการผลิตอยู่ที่จังหวัดปัตตานี คงจะใกล้แหล่งวัตถุดิบคือน้ำยางพาราเป็นแน่ ในเว็บของบริษัทก็มี “กระดานพูดคุย สนทนา” เอาไว้ให้สอบถามจากทางบริษัทอีกด้วย

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก็พยายามค้นหาต่อว่าจะสามารถหาซื้อที่กรุงเทพได้อย่างไรบ้าง ตัวแทนจำหน่ายที่เคยมีก็เลิกไปแล้ว ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตหาได้น้อยมากว่ามีใครขายบ้าง ที่พบก็น่าจะรับมาจากโรงงานและดำเนินการจัดส่งให้ จึงขอติดเอาไว้ก่อนเพราะหากจะสั่งตรงจากโรงงานเลยก็น่าจะดีเหมือนกัน

เท่าที่ค้นดูก็ได้ความว่ามีผู้ผลิตที่นอนยางพาราแบบนี้น้อยมาก จะมีก็แบบอื่น แบบผสมวัตถุดิบอื่นๆ แตกต่างไป แต่ความตั้งใจก็คือจะพยายามให้เต็มที่เสียก่อนก่อนที่จะเปลี่ยนไปเลือกใช้แบบอื่น หลังจากอิ่มหนำในข้อมูลแล้วก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่รู้เลยว่าที่นอนที่ใช้อยู่นั้นยี่ห้ออะไร อาจจะใช้สืบค้นต่อไปได้

พลันที่เลิกปลอกผ้าที่หุ้มที่นอนอยู่ก็พบว่ายี่ห้อที่นอนนี้ก็คือยี่ห้อ PATEX ที่เพิ่งค้นเจอจากอินเตอร์เน็ตและนั่งอ่านข้อมูลอย่างสนุกสนานอยู่นั่นเอง

ภารกิจต่อไปก็คือคอยสังเกตดูจากห้างสรรพสินค้าที่ไปเดินซื้อของว่าจะมีที่นอนยี่ห้อที่ขายบ้างไหม แต่ก็ไม่ได้ร้อนรนขนาดที่ต้องออกสืบเสาะค้นหาอย่างเป็นกิจลักษณะ

เมื่อวานมีงานต้องออกจากบ้าน ขากลับต้องผ่านห้องเฉพาะกิจเกี่ยวกับบ้านก็เลยแวะเข้าไปดู ปรากฏว่าไม่มียี่ห้อนี้ แต่ก็ได้ราคาอ้างอิงจากยี่ห้ออื่นๆ ว่าอยู่ในราวๆ 1 พันบาท เมื่อเทียบกับข้อมูลของที่นอนปิกนิคยางพาราที่เคยค้นเจออยู่ที่เกือบ 3 พันบาทเลยทีเดียว ต่างกันตรงวัสดุภายในที่เป็นนุ่นหรือฟองน้ำสังเคราะห์เสียเป็นส่วนใหญ่

ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก แต่ก็อยากรู้จึงลองเดินไปดูในห้างโมเดิร์นเทรดที่อยู่ข้างๆ แผนกที่นอนอยู่ข้างหลังในสุดเช่นกัน เดินไปก็จะพบที่นอนปิกนิคมากมายราคาถูกๆ ตามวัสดุที่ใช้ทำนั้น เดินมาถึงชั้นสุดท้ายจึงลองเดินเลี้ยวเข้าไปดูตามแนวของชั้นวางสินค้า

เนื่องเพราะไม่ได้คาดหวังนี่เองถึงสมหวัง เห็นที่นอนปิกนิคยางพารา 100% นี่ห้อ PATEX ที่ต้องการวางหราอยู่บนชั้น เดินไปมาเพื่อดูให้แน่ใจจากนั้นก็หิ้วลงจากชั้นเพื่อขอเปิดซิปและดึงที่นอนออกมาตรวจสอบเสียก่อน ไม่นานก็เรียบร้อย พนักงานขายก็ยังให้ความมั่นใจว่าหากมีปัญหาสามารถเปลี่ยนได้ใน 7 วัน

เมื่อวานหิ้วกลับมาถึงบ้านก็ยังไม่ได้ใช้งานเลยเพราะได้เวลาวันนี้ที่จะต้องซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนพอดี ตกบ่ายก็พร้อมจัดการสวมปลอกผ้าเข้ากับที่นอนยางพาราใหม่ และคืนนี้ก็จะได้เปลี่ยนที่นอนใหม่อย่างเป็นทางการเสียที

ที่นอนเก่าก็คงจะให้ซาเล้งไปเผื่อว่าใครแถวนี้อาจจะได้ใช้ประโยชน์ต่อไป

แผ่วจนได้เพิ่ม

แม้สัปดาห์นี้จะเริ่มต้นด้วยการอดล้างพิษ แต่ก็ยังสามารถออกวิ่งแต่เช้าตรู่เสียการเริ่มต้นการอดอย่างเป็นระบบได้อยู่ เพราะอย่างไรเช้าวันรุ่นขึ้นก็ไม่สามารถวิ่งได้อยู่แล้ว กระบวนการเพื่อจบการอดยังคงรออยู่ในเช้าต่อมา

เช้าวันอังคารก็ยังต้องออกไปทำงานนอกบ้านเหมือนเดิม แถมตั้งแต่เย็นวันจันทร์ก็เริ่มมีอาการเจ็บที่กล้ามเนื้อฝ่าเท้าขวาอีก ทั้งๆ ที่ในวันอดล้างพิษไม่มีอาการเลยแม้แต่น้อย นี่คงเป็นบทพิสูจน์ว่าการกินให้น้อยมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า

อาการบาดเจ็บยังคงมีอยู่จนต้องหยุดวิ่งไปทั้งสัปดาห์เพื่อรักษาตัวก่อน ดีที่สามารถสะสมระยะทางจนครบตามเป้าหมายที่ร้อยห้าสิบกิโลเรียบร้อยแล้ว จึงไม่ค่อยกังวลอะไรมากนัก ถือว่าพักผ่อนก็แล้วกัน

ผลการวิ่งของเดือนเมษายนนี้และสถิติของสัปดาห์จึงเป็นอย่างนี้

Summary 200904 Summary Week 200918

แม้จะได้อดล้างพิษไปหนึ่งวัน แต่พอไม่ได้ออกกำลังกายทั้งสัปดาห์ก็พอจะคาดเดาแนวโน้มของน้ำหนักตัวได้ไม่ยาก แถมในวันศุกร์ต่อวันเสาร์เมื่อวานก็สนุกสนานกับการกินจนเกินพอดีไป ผลการชั่งน้ำหนักเมื่อเช้านี้จึงอยู่ที่เก้าสิบกิโลโดยไม่ขวยเขินอีกต่อไป

จากนี้ไปคงต้องเพ่งเล็งการกินเป็นหลัก ต้องปรับพฤติกรรมโดยเร็ว เพื่อให้สามารถกดน้ำหนักลงไปได้ตามที่ต้องการ ส่วนการวิ่งออกกำลังแม้จะสามารถกลับมาได้อีกครั้ง แต่ก็คงยังไม่หักโหมเช้าเย็น เพราะสภาพอากาศยังไม่เป็นใจ

แผ่วการออกกำลังแล้วก็จะได้น้ำหนักตัวเพิ่มมาเป็นผลตอบแทนอยู่แน่นอน

ชาเขียวใบหม่อน ๒

สายวันนี้ได้แวะไปงานศิลปาชีพที่สวนอัมพรอีกครั้ง ความตั้งใจคืออยากอุดหนุนผักปลอดสารของโครงการหลวงแม้ปกติก็นิยมแวะเวียนไปที่ร้านโครงการหลวงอยู่เนืองๆ แต่สวนอัมพรอยู่ใกล้บ้านกว่าเยอะ

เดินเข้าไปห้องประชุมก็จะพบกับผลงานของมูลนิธิศิลปาชีพ มีตั้งแต่ผ้าไหม ดอกไม้ประดิษฐ์ ไม้แกะสลัก งานเซรามิก หมอน กระเป๋า และสังเกตได้ว่าหมอนแบบที่ซื้อมาจากงานเมื่อปีที่แล้วไม่มีวางขายในปีนี้ ที่ซื้อมาครั้งนั้นก็มีเพียงสองใบเท่านั้นเองด้วย

จากนั้นก็เดินลงมาที่ลานข้างห้องประชุมเพื่อเข้าไปเลือกซื้อผักปลอดสารพิษ แรกทีเดียวนึกว่าจะไม่ได้อะไร เอาเข้าจริงได้ชาเขียวใบหม่อนจากเชียงรายที่เคยตะเวนหาซื้อในกรุงเทพเท่าไรก็ไม่มีมาอีกจนได้ หลังจากที่ซื้อได้ในงานนี้เมื่อปีที่แล้วในราคา 35 บาท ก็ต้องกลับมาซื้อในงานนี้อีกครั้ง แม้ปีนี้จะขึ้นราคาเป็น 40 บาทก็ตาม แต่ด้วยรสชาติของชา ต้องบอกว่ายอมลงทุน

สงสัยคงต้องเขียนปฏิทินประจำปีเอาไว้ว่าชาเขียวใบหม่อนนี้ต้องมาซื้อในงานนี้เท่านั้น ไม่อย่างนั้นคงต้องไปให้ถึงเชียงรายด้วยตัวเอง

และแน่นอนว่าวันนี้ได้ผักปลอดสารพิษ ข้าวเกรียบอร่อยๆ และได้กาแฟคั่วบดจากภาคเหนือมาด้วย

บอกกับตัวเองว่าต้องแวะกลับไปอีกก่อนหมดงานในวันที่ 28 ธันวานี้