Category Archives: monologue

สมุนไพรแห้ง-ใบหม่อน

BEST Selected
ผลิตภัณฑ์ตรา ด๊อกเตอร์กรีน

Dr.Green® ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

ผลิตภัณฑ์สมุนไพรอบแห้ง

สมุนไพร – ใบหม่อน
น้ำหนักสุทธิ 80 กรัม

อย 10-1-02745-1-0036

สมุนไพรแห้ง-ใบหม่อน
Makro
8 853256 000926

ทำไมต้องเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ตราด๊อกเตอร์กรีน
ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใต้ตราสัญลักษณ์ Dr.Green วันนี้เราพร้อมแล้วที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ เพื่อทำให้ท่านมีทางเลือกในการบริโภคผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่หลากหลายชนิด เพราะเราให้ความสำคัญกับการคัดสรรวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน จึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดจะเต็มเปี่ยมด้วยคุณประโยชน์และคุณค่าอย่างแท้จริง

ประโยชน์ที่ได้จากสมุนไพร (ตามตำรายาไทย)
กระเจี๊ยบแดง : ขับปัสสาวะ แก้กระหายน้ำ แก้ร้อนใน
ใบหม่อน : ลดคลอเรสเตอรอล ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต บำรุงร่างกาย
ตะไคร้ : บำรุงธาตุแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อจุกเสียดแน่น ทำให้เจริญอาหาร
ดอกเก็กฮวย : แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้อ่อนเพลีย
ดอกคำฝอย : บำรุงหัวใจ ลดไขมันในเส้นเลือด ช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น
ใบมะขามแขก : เป็นยาระบาย เหมาะสำหรับผู้ที่ท้องผูกเป็นประจำ
ใบแปะก๊วย : บำรุงร่างกาย บำรุงสมอง
มะตูม : ช่วยย่อยอาหาร บำรุงธาตุ
หญ้าหนวดแมว : ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยลดอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ลดอาการปวดนิ่ว
เห็ดหลินจือ : บำรุงตับ บำรุงกระดูก บำรุงสายตา บำรุงร่างกาย
แฮ้ม : ช่วยละลายไขมันอุดตันในเส้นเลือด ลดระดับน้ำตาล และลดอาการปวดหลังปวดเอว

วิธีปรุง นำสมุนไพรอบแห้ง 1 กำมือ ล้างน้ำให้สะอาดทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ ต้มน้ำเปล่า 1/2 ลิตรให้เดือดแล้วใส่สมุนไพรอบแห้งลงไปเคี่ยวต่อประมาณ 3-5 นาที ยกลงพักไว้ ควรดื่มขณะยังร้อน จะทำให้ได้รสชาติ และสรรพคุณที่ดี

ผลิตและแบ่งบรรจุโดย : ด๊อกเตอร์กรีน
45/13 ซอยสวนบุญช่วย ถนนสรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210

จัดจำหน่ายโดย : บริษัท ดาริชกรีน จำกัด
111/487-489 ถนนนาวงประชาพัฒนา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ 10210
โทร. (02) 929-6761 โทรสาร. (02) 929-1597

ผลิต 06.12.51
ตรา Dr.Green
บริโภคก่อน 06.12.52

ราคา 69.00 บาท (แม็คโครจรัญฯ)

ไม่พอเพียง ล่มแน่นอน

หมายถึงเศรษฐกิจของไทยและของคนไทย

ผมเป็นคนหนึ่งที่รับเคราะห์เต็มๆ ในวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 การประคองตัวในช่วงเวลานั้นและการปรับตัวให้อยู่ได้ในเวลาต่อมา มีผลเปลี่ยนแปลงหลักการดำเนินชีวิตผมได้อย่างสิ้นเชิง ยิ่งเมื่อได้ศึกษาปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงและทดลองปฏิบัติดู ยิ่งรู้แจ้งเห็นจริงอย่างแน่ชัดว่าประเทศไทยยังมีทางออก

เศรษฐกิจโลกวันนี้เสื่อมทรุดอีกครั้งแล้วเพราะระบอบทุนนิยมสามานย์ที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นหัวขบวน ซึนามิทางเศรษฐกิจซัดเข้าฝั่งยุโรปเรียบร้อยแล้ว หากเศรษฐกิจไทยยังเอาแต่หวังผึ่งต่างชาติ หวังเพียงจะค้าขายส่งออก กินกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เห็นทีจะต้องเจ็บตัวแบบปี 2540 อีกครั้งแน่นอน

หลักเศรษฐกิจพอเพียงอธิบายว่าประเทศไทยต้องเข้าในก่อนว่าฐานทรัพยากร ฐานความรู้ความสามารถ ฐานการผลิตและการบริโภคในบ้านเรามีศักยภาพมากน้อยขนาดไหน

ต้องเข้าใจว่าวิถีชีวิตปัจจุบันนั้นสามารถพึ่งตัวเองได้มากน้อยขนาดไหน ต้องเริ่มต้นจากการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เปลี่ยนการบริโภคจากภายนอกเป็นหลักให้เป็นบริโภคจากทรัพยาการที่เรามี บริโภคในสิ่งที่สามารถสร้างขึ้นมาทดแทนได้ด้วยตัวเอง

จากนั้นปรับวิถีการดำเนินชีวิตให้สามารถพึ่งพาตัวเองให้ได้อย่างยั่งยืน

ไม่จำเป็นต้องสุดโต่ง แต่จำเป็นต้องพึงพิจารณาในการบริโภคอยู่เสมอ

อย่ารอให้ล้มครืนลงมาก่อนแล้วจึงคอยแต่นั่งเสียใจว่ามันเกิดความเสียหายขนาดนี้ได้อย่างไร ประวัติศาสตร์ชาติไทยไม่ว่าจะเป็นแง่มุมไหนได้ปรากฏเป็นบทเรียนไม่รู้จบสำหรับคนไทยมานานแล้ว เหลือเพียงว่าคนไทยคนไหนจะเรียนรู้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองก่อนกัน

ความหวังให้มีภูมิคุ้นกันระดับชาติจากคณะรัฐมนตรีเถื่อนไร้นำ้ยาในปัจจุบันนี้เห็นทีจะเป็นไปไม่ได้…เช่นนั้น

หน้าหนาวมาแล้ว

หลายเช้ามาแล้วที่ตื่นขึ้นมาแม้จะไม่มีฝนตกเมื่อคืนก็ยังได้สัมผัสอากาศเย็นสบาย เหลือบดูตัวเลขรายงานอยู่ราวๆ 26 องศา สมเหตุสมผลกันในที

เช้านี้ขณะที่วิ่งออกกำลังอยู่ก็พบว่าธรรมชาติน่าจะกำลังเคลื่อนเข้าสู่หน้าหนาวได้แล้วกระมัง

ประการแรกคือเส้นทางโคจรของพระอาทิตย์เริ่มอ้อมทิศใต้ แดดเริ่มส่องเข้ามาทางประตูหน้าบ้าน ประการถัดมาคือสายลมเย็นจากทิศตะวันออกพัดเอื่อยๆ อยู่เรื่อยๆ แม้จะไม่สามารถบรรเทาควันพิษรบกวนสมาธิจากท้องถนนหน้าบ้าน แต่พอวิ่งให้ห่างหน้าประตูไปสักหน่อยก็สามารถสัมผัสสายลมเย็นนี้ได้เหมือนกัน

แม้ว่าฟ้าจะเปิดปราศจากเมฆฝน แต่ก็ไม่มีวี่แววของคลื่นความร้อนแต่อย่างไร และแม้ว่าจะยังไม่เห็นรายงานความกดอากาศสูงกำลังแรงพัดผ่านจากประเทศจีนลงมาปกคลุมประเทศไทย แต่อากาศก็ไม่ร้อนตับแลบอย่างที่ผ่านมา

ขอให้หนาวนี้ยาวนานพอที่จะช่วยลดความรุ่มร้อนในหัวใจได้บ้างก็แล้วกัน

ฝึกตัวเองเรื่องการให้

เช้านี้ระหว่างที่วิ่งออกกำลังกายอยู่ดีๆ ก็เกิดความคิดเรื่องการให้ขึ้นมา

ไม่มีผู้ให้ มีแต่ผลของการให้
ไม่มีผู้รับ มีแต่ผลของการรับ

ที่พิจารณาแบบนี้ก็เพื่อลดละตัวกูของกู ลดละการยึดมั่นถือมั่น บ่มเพาะตัวเองให้ก้าวหน้าต่อๆ ไปได้

อ.ยักษ์ ณ ม.ราชดำเนิน บรรยายครั้งที่ 1

อาจารย์ยักษ์ หรือ อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำจร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ผู้รู้ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ได้ขึ้นบรรยาย ณ ม.ราชดำเนิน หัวค่ำวันนี้

ประเด็นสำคัญอยู่ที่ในหลวงทรงมีพระราชดำรัสต่อคนไทยหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าหากประเทศไทยจะถึงทางตันหากไม่ปรับตัว พระองค์ท่านได้พระราชทานปรัญชาเศรษฐกิจพอเพียงให้คนไทย และอาจารย์ยักษ์ผู้เคยถวายงานพระองค์ท่านมาเป็นเวลานาน วันนี้ได้ลาออกจากราชการเพื่อมาลงมือปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ท่านมากว่า 13 ปี ผลที่ได้ก็คือความมั่งคั่งในปัจจัยสี่ ความมั่งคั่งในสิ่งแวดล้อม ความมั่งคั่งในสุขภาวะ หาใช่ความมั่งคั่งในวัตถุไม่

อาจารย์ยักษ์ได้เปิดประเด็นใหม่สำหรับ ม.ราชดำเนิน ท่านเสนอให้คณาจารย์ นิสิต นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ช่วยกันคิดว่าเราจะนำพาประเทศนี้ไปได้อย่างไร

ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิวัติ “ปฏิวัติ” แปลว่า “หมุนกลับ” เพื่อสร้างสังคมไทยที่ดียิ่งขึ้นใน 3 ด้าน

ด้านที่ 1 การศึกษา – ต้องสร้างคนดีเป็นหลัก ไม่ใช่สร้างคนเก่ง
ด้านที่ 2 เศรษฐกิจ – ต้องสร้างระบบเศรษฐกิจที่ไม่เอาเปรียบกัน
ด้านที่ 3 การเมือง – ต้องสร้างสังคมที่เอาประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

และก่อนจบการบรรยาย อาจารย์ได้ขวนทุกคนปฏิญาณตัวว่า เราต้องยึด “เกษตรอินทรีย์” เป็นทางออกของสังคมใหม่

——
ผมคิดว่าวันนี้อาจารย์ยักษ์คือผู้เติมเต็มแนวความคิดเรื่องการเมืองใหม่ เพื่อสร้างสังคมไทยใหม่ที่แข็งแรงในปัจจัยสี่ สิ่งแวดล้อม สุขภาวะ สร้างสังคมที่มีความเกื้อกูลอย่างที่เคยเป็นมาตั้งแต่อดีตกาล

หวังว่าคณาจารย์ นิสิต นักศึกษาของม.ราชดำเนิน จะได้เก็บประเด็นของอาจารย์ยักษ์ไปบ่มเพาะหลักคิด พัฒนาองค์ความรู้เพื่อสักวันหนึ่งจะสามารถระเบิดจากข้างในตัวเอง ใช้ชีวิตพอเพียงอย่างแท้จริงตามอัตภาพ