Category Archives: monologue

ลงท้ายไม่สวย

ในที่สุดน้ำหนักก็ขึ้นจนได้ สามารถมาจากมื้อดึกต่อเนื่องมาจากสัปดาห์ก่อน สาเหตุของมื้อดึกก็มาจากความเครียดอีกตามเคย

เช้านี้ชั่งน้ำหนักได้แปดสิบเก้ากิโลครึ่งอีกครั้ง ไม่แปลกใจอะไร ได้แต่คิดว่าขึ้นเดือนใหม่วันนี้ต้องเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอีกให้จงได้

ความเครียดที่สืบเนื่องมาจากสัปดาห์ก่อนก็ไม่พ้นเรื่องบ้านเมือง ไม่อยากเขียนรายละเอียดมากนัก แต่อีกใจก็กลัวว่าหากเก็บกดเอาไว้ก็ไม่สามารถสลายความเครียดได้อีกแน่

เริ่มต้นสัปดาห์นี้ต้องติดตามความคืนหน้าของสถานการณ์ ยอมตัดใจหยุดวิ่งเสียสองวัน บางวันก็เริ่มวิ่งช้าเกินจนต้องลดเวลาวิ่งลง สถิติรวมของสัปดาห์จึงไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก จะมีก็เมื่อวานที่ตั้งใจวิ่งให้ได้สิบกิโลให้ได้อีกครั้ง

หมดเดือนพอดี สถิติกระท่อนกระแท่นไปหน่อยแต่ยังไม่น้อยไปกว่าสองร้อยกิโลได้อยู่

แม้จะลงท้ายเดือนนี้ไม่ค่อยสวยเสียเท่าไหร่ ก็ยังพอมีสติคิดวางแผนว่าเดือนใหม่จะต้องปรับปรุงตัวเองให้ได้ เพื่อเรียกสติ สมาธิ กำลังกาย กำลังสมองที่ถดถอยไปจนถึงที่สุดแล้วให้กลับมาพร้อมที่จะลุยงานให้จงได้ อย่าปล่อยให้ความอ่อนแอทั้งกายและใจมาเป็นอุปสรรค

ร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงจะเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดในการมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันกาล

social sanction

ผมเชื่อในเรื่อง social sanction

แม้แต่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่มีฝีมือก็ไม่ควรขายให้คนเลวและครอบครับได้กิน จนกว่าจะสำนึกและใช้กรรมที่ได้ก่อไว้

สังคมไทยกำลังชื่นชมคนร่ำรวยโดยไม่สนใจว่าเขารวยมาได้อย่างไร แต่ social sanction ควรทำงานกับคนรวยและครอบครัวที่โกงเงินภาษีของประชาชน ทำร้ายสังคม ทำผิดกฏหมาย ทำผิดศีลผิดธรรมในทุกกรณี

ภาษีศุลกากรไป Amazon.com มา

พอดีว่าเกิดเรื่องน่าเศร้ากับการสั่ง DVD จาก Amazon.com ของผมเข้าจนได้

เมื่อปลายเดือนกุมภา ผมเพิ่งสั่งหนังสือไป 3 เล่ม ก็ได้รับกล่องพัสดุภายใน 2 สัปดาห์ ด้วยความพอใจไม่มีประมาณ บวกกับเพิ่งมีการผลิต The Last Emperor Criterion Collection ออกมาพอดี ผมเคยซื้อหนังเรื่องนี้ในแบบ Director’s Cut จาก Amazon.com มาตั้งแต่ยังเป็น VHS อยู่ คราวนี้ออกมาเป็นชุดพิเศษ จึงไม่รีรอ

สั่งไปตอนปลายเดือนมีนา พัสดุมาถึงเมืองไทยในวันศุกร์ที่ 18 เมษา วันจันทร์รุ่งขึ้นใบแจ้งให้ไปรับสินค้าก็เดินทางมาถึงผมด้วยบุรุษไปรษณีย์ที่คุ้ยเคยกัน

นี่คือเรื่องน่าเศร้าเพราะว่าผมต้องไปเสียภาษีศุลกากรเพื่อรับสินค้านี้ออก ศูนย์ไปรษณีย์บางกอกน้อยเป็นเป็นจุดนัดพบ

สินค้าราคา USD34.99 ค่าส่งรวมเป็นเงิน USD8.98 ผมต้องจ่ายเงินซื้อไปทั้งหมด USD43.97

ผมถูกประเมินว่าของที่ผมสั่งไปราคาทั้งสิ้น 1,500 บาท ต้องจ่ายภาษีศุลกากรร้อยละ 30 คิดเป็นเงิน 450 บาท เมื่อรวมสองยอดนี้เป็นเงิน 1,900 บาทแล้ว ผมต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 เป็นเงิน 157 บาทอีก

รวมกับค่าธรรมเนียมของไปรษณีย์ 20 บาท ผมต้องจ่ายเงินเพิ่มอีก 607 บาท เพื่อรับของออกมา

คุยกับเจ้าหน้าที่ที่ไปรษณีย์ก็เล่าให้ฟังว่า “เจอกันเยอะ เจอกันทั้งนั้นแหละ เขาเปิดดูหมด เมื่อวานก็มีมารับซีดีแผ่นเดียว เจอไปหกร้อยบาท ของคุณนี้กี่แผ่นหละ”

“ของผม 4 แผ่นครับ”

พี่เจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการให้โดยไม่ขาดตกบกพร่อง ผมก็จ่ายเงินไปเพื่อรับกล่องพัสดุออกมา ไม่มีคำอธิบายอะไรที่น่าประทับใจสำหรับผม แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับไปรษณีย์

ขออนุญาตเล่าสู่กันฟังก็แล้วกันครับ ไม่ได้มาเรียกร้องอะไร ผมก็คิดเสียว่าต้องซื้อ DVD ชุดนี้มาในราคาที่รวมเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มที่ไปรษณีย์ไปด้วยเท่านั้นเอง

ใจหนึ่งก็อยากลองสั่งอย่างอื่นดูอีกนอกจากหนังสือเพราะไม่เก็บภาษีศุลกากร อยากรู้ว่าจะถูกเก็บภาษีศุลกากรอีกไหม แต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรอยากได้อีก

โอกาสมาแล้ว iPhone Software Roadmap (ต่อ)

ตัวอย่างง่ายในเมืองไทยก็คือ หากคุณเคยเห็นร้านอาหารชื่อดังในบ้านเราใช้ PDA รับรายการอาหารจากลูกค้า นี่ก็เป็นโจทย์ที่สามารถต่อยอดไปได้อีกมากด้วย iPhone Software Roadmap

และอย่าลืมว่าการพัฒนาบน Platform นี้ไม่ได้ใช้กับ iPhone ได้เท่านั้น สามารถใช้กับ iPod touch ได้อีกด้วย

อาจจะมองได้ว่า iPhone จะเป็น Premium solution และ iPod touch ก็น่าจะเป็น Generic Solution เพราะราคาตัวเครื่องที่ถูกลงมา ตัด feature เรื่องโทรศัพท์ออกไป แต่มีหน่วยความจำมากขึ้น

ผมอยากจะบอกว่าผมรู้สึกสุขมากที่ได้เห็น John Doerr ขึ้นมา อธิบายความตั้งใจ ลองอ่านประวัติของเขาได้ทีนี่ครับ

http://www.kpcb.com/team/index.php?doerr
http://www.kpcb.com/initiatives/ifund/index.html
http://www.kpcb.com/index.html

จะเห็นได้ว่า Apple มาคราวนี้ด้วย Business Model (ผมคิดเอาเองนะครับ) คือ Apple คิดสรตะแล้วว่านี่จะเป็นหนทางสร้างความยั่งยืนให้กับ iPhone Software Roadmap ได้

Apple เองก็โตมาจากโรงรถ บริษัท startup ใหม่ก็ก้าวเดินได้เพราะ Venture Capitalist อย่าง John Doerr นี่แหละ

ใครที่แค่เริ่มต้นก็ถามแล้วว่า “มันจะขายได้หรือ?” ถ้าคนอย่าง Steve Jobs และ Steve Wozniak หรือ John Doerr คิดอย่างนี้ เราคงไม่ได้มานั่งคุยกันที่ Freemac นี่กระมัง

Apple เป็นแค่ส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจของอเมริกา ดูจาก profile ของ John Doerr สิครับว่าช่วยสร้างมาเท่าไหร่แล้ว

ผมไม่ได้เอา model ของอเมริกามาทาบทับลงบน model ของเมืองไทยนะครับ แต่อยากให้ดูวิธีคิดของผู้ที่ประสบความสำเร็จว่าเขาคิดอย่างไร เพราะเราเห็นแล้วว่าความสำเร็จของเขาเป็นอย่างไร แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าคือวิธีคิดเบื้องหลังความสำเร็จนั้นครับ

หากคุณตั้งใจจะเดินทางสาย Apple Developer ผมคิดเรื่องนี้มา 20 ปีแล้ว แต่เพิ่งได้เริ่มเดินเมื่อไม่นานมานี่เอง คุณไม่เหงาแน่ เพราะผมเองก็ไม่อยากเหงาเช่นกันครับ

โอกาสมาแล้ว iPhone Software Roadmap

หลังจากที่ได้ดู Keynote งาน iPhone Software Roadmap ผมรู้สึกปิติเป็นอย่างยิ่งกับก้าวย่างที่สำคัญของ Apple และ Developer ในครั้งนี้

คุณ Scott Forstall – VP ของ iPhone Software ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าการพัฒนาด้วย Xcode สำหรับ iPhone นั้นง่ายขนาดไหน

เพียง 2 ชั่วโมงทำได้ขนาดไหน เพียง 2 วันทำได้ขนาดไหน และ เพียง 2 สัปดาห์ทำได้ขนาดไหน

แถมยังมีผู้พัฒนาอย่าง EA, saleforce.com, AOL, EPOCRATES และ SEGA มานำเสนอผลงานที่สร้างภายใน 2 สัปดาห์ โดยแต่ละบริษัทส่ง developer ที่ไม่เคยพัฒนาบน Mac มาก่อน มาเข้าร่วมการทดสอบครั้งนี้

ผมว่า iPhone และ iPod touch จะกลายเป็น game platform สำคัญในอนาคตอย่างแน่นอน ไม่เท่านั้นยังเห็นโอกาสอีกมากมายในการพัฒนาบน platform นี้

สำหรับ iPhone Software Roadmap นี้ Apple ไม่ได้นำเสนอเพียง Software Developer Kit เท่านั้น แต่เป็นการเปิด Business Model ใหม่เลย

ขนาดมี Venture Capital ให้การสนับสนุนในรูปของการก่อตั้ง iFund ผมยิ่งมั่นใจในก้าวย่างครั้งนี้ว่าโอกาสเป็นของ Developer แล้ว