Category Archives: monologue

อ่านจบ เรื่องของกำลังใจ…ไม่ใช่จักรยาน

My Journey Back to Life

เรื่องของกำลังใจ…ไม่ใช่จักรยาน

…มีคนจำนวนมากถามผมว่า ที่ผมพูดว่าถ้าให้ผมเลือกระหว่างการเป็นมะเร็งกับเป็นผู้ชนะในตูร์ เดอ ฟรองซ์ ผมจะเลือกเอาการเป็นมะเร็งนั้น ผมหมายความว่าอย่างไร ความหมายของผมก็คือ หากผมไม่เคยเป็นมะเร็งผมก็คงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้เรียนรู้มา แม้แต่รายการตูร์ฯผมก็ตงเอาชนะไม่ได้หากผมไม่เคยต่อสู้กับโรคมะเร็งมาก่อน ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ ผมรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้งกับความเจ็บป่วยของผม และไม่เพียงแต่ผมจะไม่อายที่จะเป็นมะเร็งเท่านั้น แต่ผมก็ยังเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเหนือทุกสิ่งทุกอย่างเลยก็ว่าได้

ผมพบหนังสือเล่มนี้วางขายเลหลังอยู่ที่หน้าร้านดอกหญ้า ท่าพระจันทร์นานมาแล้ว นานจนผมจำไม่ได้จริงๆ ว่าเมื่อไหร่แต่จำได้แม่นว่าผมไม่รีรอที่จะหยิบเงินหนึ่งร้อยบาทจ่ายออกไปเพื่อพาหนังสือเล่มนี้กลับมาด้วย

ผมรู้จักหนังสือเล่มนี้มาก่อนแต่ยังไม่ได้หาซื้อมาอ่านจนกระทั่งวันนั้น วันที่รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ออกมานานพอสมควรเหมือนกัน และทุกวันนี้เป็นระยะเวลาเกือบห้าปีแล้วที่ผมออกกำลังกายโดยมีเสียงของ ‘แลนซ์ อาร์มสตรอง’ คอยกระตุ้นและให้กำลังใจ ถ้าได้รู้จักกันจริงๆ ระยะเวลาเท่านี้คงผูกพันกันไม่น้อยเลยทีเดียว แน่นอนว่านักวิ่งไนกี้พลัสทั้งหลายทั่วโลกก็ย่อมสนิทสนมกับแลนซ์ไม่น้อยกว่าตัวผมเช่นกัน

จนกระทั่งถึงเวลาแห่งความหดหู่ถดถอยเหมือนมันจะหมุนวนกลับมาเยี่ยมเยียนอยู่เนืองๆ สถานการณ์อย่างนี้ต้องการกำลังใจอย่างมากเพื่อให้ลุกขึ้นและเดินหน้าทำสิ่งที่ต้องรับผิดชอบต่อไป เหวี่ยงทิ้งอารมณ์ขุ่นมัวทั้งหลายเหล่านั้นไปโดยพลัน หนังสือเล่มนี้คือกำลังใจครั้งสำคัญที่เหมาะสมอย่างที่สุด

แทนที่ผมจะเลือกอ่านหนังสือเกี่ยวกับคนสำคัญอีกคนในชีวิตที่เพิ่งตายจากไป กลับเลือกอ่านหนังสือของคนที่เอาชนะโรคร้ายได้ก่อน นี่เป็นเรื่องอารมณ์…ไม่ใช่ผลไม้

แลนซ์ อาร์มสตรองเติบโตขึ้นในครอบครัวแม่เลี้ยงเดี่ยว แม้จะมีชายคนใหม่เข้ามาในชีวิตแม่และให้เขาใช้นามสกุลร่วมด้วย นั่นก็ไม่ใช่ความผูกพันแต่อย่างใด ตั้งแต่เล็กจนเริ่มโต แม่ของเขาเป็นผู้สอนวิชาชีวิตคนแรก และมะเร็งก็มารับช่วงต่อขณะที่ความคะนองพุ่งถึงขีดสุด

แลนซ์ได้บทเรียนชีวิตบทใหม่ต่อจากการสู้สุดใจเพื่อให้ทุกอย่างสำเร็จแบบวัยรุ่น เขาต้องเรียนรู้ตัวเองอีกครั้งผ่านโรคร้ายด้วยความสนับสนุนของครอบครัวและเพื่อนที่ดีที่สุดที่พอจะเหลืออยู่รอบตัว

นิสัยสู้ไม่ถอยทำให้เขาท้าทายตัวเองกับผลการตรวจสุขภาพในคราวหน้าว่าจะต้องดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา และเขาก็ทำได้จริง นิสัยนี้เป็นบทเรียนที่แม่ของเขาสอนมาตลอดจนกลายเป็นบุคลิกสำคัญที่น่าเลียนแบบ

ส่วนการกลับมาใช้ชีวิตบนจักรยานหลังจากซัดมะเร็งจนอยู่หมัดก็ยิ่งเป็นบทเรียนที่ให้กำลังใจกับคนอ่านได้มากเมื่อลองมองย้อนกลับมาหาตัวเอง เรื่องราวการต่อสู้จนชนะการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ จนชนะติดต่อกับสองปีก็เร้าใจเช่นกัน

ลีลาการเขียนเป็นมิตรและสนุกสนานชวนให้ติดตามจนไม่อยากวาง สำนวนภาษาไทยยิ่งเป็นครูสอนการแปลชั้นดีได้เลยทีเดียว แต่กว่าจะอ่านจบได้ก็ต้องสู้กับอารมณ์ที่ชักจะตกต่ำลงยิ่งกว่าเดิมจนต้องทำอะไรบ้างอย่างเพื่อตัดวงจร ถึงกระนั้นก็ยังไม่ถึงกับสามารถสร้างสมาธิให้จดจ่ออยู่กับตัวหนังสือได้นานขึ้นกว่าเดิมได้ นี่เป็นจุดอ่อนที่แก้ไม่สำเร็จจริงๆ

ถ้าเป็นไปได้จะพยายามหาเล่มฉบับภาษาอังกฤษมาเก็บไว้คู่กับเล่มแปลฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 ของประเทศไทยนี้ สำหรับผู้ที่มีอยู่แล้วยังไม่ได้อ่านหรือยังสามารถหาซื้อมาอ่านได้ ขอแนะนำว่าเป็นหนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจได้จริง และคนทั่วโลกก็ได้รับกำลังใจมาแล้วไม่น้อย สมค่าหนังสือขายดีอันดับหนึ่งที่รายงานโดยนิวยอร์คไทมส์จริงๆ

ข้อมูลประจำหนังสือ

เรื่องของกำลังใจ…ไม่ใช่จักรยาน
It’s Not About the Bike : My Journey Back to Life
by Lance Armstrong and Sally Jenkins
แลนซ์ อาร์มสตรอง และแซลลี เจนกินส์ เขียน
เกริกฤทธิ์ นานา แปล
ISBN 974-90187-8-8
พิมพ์ครั้งที่ 1  กุมภาพันธ์ 2545
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2545 โดยบริษัท เพิร์ล พับลิชชิ่ง จำกัด
ราคา 260 บาท

ข้อมูลเพ่ิมเติม

ซื้อหนังสือ มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 16

  • ใครๆ ก็อยากเปิดร้านหนังสือ โดย Mr.QC | สำนักพิมพ์แสงดาว
  • ใครๆ ก็อยากเปิดร้านกาแฟ โดย Mr.QC | สำนักพิมพ์แสงดาว
  • สัตว์ประหลาดในเทพนิยายกรีก-โรมัน โดย DR.KNOW | ยิปซี สำนักพิมพ์
  • พฤกษนิยาย โดย ส.พลายน้อย | ยิปซี สำนักพิมพ์
  • ตะลอนเที่ยวชุมชนพึ่งตนเอง Green Guide Book Vol. 4 โดย สุปรียา ห้องแซง | สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา
  • The Complete Sherlock Holmes โดย Arthur Conan Doyle ฉบับ 150th Anniversary | Vintage Books
  • The Secret Live of the Grown-Up Brain โดย Barbara Strauch | Penguin Books
  • คู่มือพึ่งตนเอง 37 หลักสูตรเพื่อสุขภาพและความงาม โดย มูลนิธิสุขภาพไทย
  • หมอเสม คนดี ๔ แผ่นดิน ฉบับสมบูรณ์ เรื่องโดย สันติสุข โสภณสิริ ภาพโดย เรืองศุกดิ์ ดวงพลา | สำนักพิมพ์มูลนิธิเด็ก

น่าเสียดายที่ ส.ค.ส. มูลนิธิเด็กหมดไปก่อน คงต้องสั่งซื้อทางอื่น

ต้องผ่านให้ได้

เล่าต่อจากสัปดาห์ที่แล้วว่าเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ก็ขอพักหนึ่งวันแล้ว มาได้วิ่งต่อในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ก็กลายเป็นวันเดียวของสัปดาห์ที่ได้ออกกำลัง นั่นเพราะวันที่เหลือนั้นต่างก็มีภารกิจ มีสภาพอากาศและมีสภาพร่างกายเข้ามาแทรก

อาการต่างๆ เช่นแพ้อากาศ จาม น้ำมูกไหล ไอและเจ็บคอ จนกระทั่งเช้าวานนี้ก็มีอาการเจ็บในกล้ามเนื้อของฝ่าเท้าด้านขวาเข้ามาแทนอาการก่อนหน้าที่ค่อยๆ จางหายไป อาศัยน้ำผึ้งผสมมะนาวอยู่หลายวันเหมือนกันเพื่อเพิ่มวิตามินซีให้กับร่างกาย อาศัยแช่เท้าในน้ำเย็นอยู่หลายวันเช่นกันเพื่อบรรเทาอาการที่ข้อเท้าและที่ฝ่าเท้า

ส่วนอาการเศร้าซึมที่เข้ามากระทันหันในเช้าวันพฤหัสนั้นต้องใช้ความนิ่งเข้าบรรเทา เมื่อบุรุษผู้ครองศรัทธาและความเคารพนับถือมายาวนานกว่ายี่สิบห้าปีจากไป ถึงจะรู้อาการอยู่แล้วแต่ความสะเทือนใจก็ยังถาโถมเข้ามาจนไม่เป็นอันทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนกระทั่งวางสติไว้ที่ความตั้งใจจะทำสิ่งใหม่เพื่ออุทิศแด่บุรุษผู้จากไป ก็ค่อยๆ กลับสู่ความปกติได้บ้าง

ทั้งสัปดาห์ทำได้เพียงเท่านี้ เป้าหมายเรื่องระยะทางและการแข่งขันแทบจะหมดไปเลย

ยังมีอะไรต้องทำอีกพอสมควรเพื่อให้งานอุทิศเดินหน้าไปได้ ส่วนอาการเจ็บที่ฝ่าเท้าก็ต้องผึ่งยาเคมีอีกครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าจะหายจนออกวิ่งได้อีกเมื่อไร

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ามารู้ตัวก็ทานมื้อเช้าและอาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วว่าลืมไปสนิท ผลที่ได้ก็ยังอยู่ที่เดิมคือแปดสิบเจ็ดกิโลกรัม น่าสนใจเหมือนกันเพราะตลอดสัปดาห์มีทั้งมื้อดึกและมื้อใหญ่อยู่เนืองๆ รวมถึงบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นที่กินไปให้คุ้มเงินโดยปราศจากความอร่อยเพราะอารมณ์เริ่มซึมเศร้า

ยังมีอะไรรออยู่ข้างหน้าอีกหลายอย่าง ทั้งหมดนั้นต้องเตรียมต้องปรับต้องรักษาเพื่อให้ผ่านไปได้ และทุกอย่างต้องผ่านไปได้

The Spirit Carries On

I dedicated this song to Steve Jobs (1955 – 2011)

The Spirit Carries On

Music by Dream Theater
Lyrics by John Petrucci

Nicholas:
Where did we come from?
Why are we here?
Where do we go when we die?
What lies beyond
And what lay before?
Is anything certain in life?

They say, “life is too short,”
“the here and the now”
And “you’re only given one shot”
But could there be more,
Have I lived before,
Or could this be all that we’ve got?

If I die tomorrow
I’d be allright
Because I believe
That after we’re gone
The spirit carries on

I used to be frightened of dying
I used to think death was the end
But that was before
I’m not scared anymore
I know that my soul will transcend

I may never find all the answers
I may never understand why
I may never prove
What I know to be true
But I know that I still have to try

If I die tomorrow
I’d be allright
Because I believe
That after we’re gone
The spirit carries on

Victoria:
“move on, be brave
Don’t weep at my grave
Because I am no longer here
But please never let
Your memory of me disappear”

Nicholas:
Safe in the light that surrounds me
Free of the fear and the pain
My questioning mind
Has helped me to find
The meaning in my life again
Victoria’s real
I finally feel
At peace with the girl in my dreams
And now that I’m here
It’s perfectly clear
I found out what all of this means

If I die tomorrow
I’d be allright
Because I believe
That after we’re gone
The spirit carries on

Dream Theater
Metropolis PT 2: Scenes From A Memory
1999

ACT II
Scene Eight: The Spirit Carries On
Produced by Mike Portnoy and John Petrucci

ฟังเพลงนี้ได้ที่นี่ YouTube

Park Chan-wook’s The Vengeance Trilogy

หากกำลังแค้นใครอยู่ ปลดปล่อยตัวเองด้วยหนังชุดนี้แล้วแก้นแค้นในจินตนาการแทน

ได้ยินชื่อเสียงของ “ปัค ชาน วุค” มานานแล้วโดยเฉพาะหนังไตรภาคชุด “ล้างแค้น” นี้ จัดหามาไว้ในครอบครองนานแล้วเช่นกันแต่เพิ่งได้ดูจบเมื่อวานนี้เอง ประทับใจทุกเรื่อง

มาดูกันทีละเรื่อง

Sympathy for Mr. Vengeance (2002)

เป็นเรื่องความแค้นของผู้ชายที่มีชีวิตในมุมของตัวเอง ชีวิตที่ต้องเกี่ยวพันกับผู้อื่นรอบข้างทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก เมื่อความปรารถนาดีในมุมหนึ่งมาพบกับการหลอกลวง ในอีกมุมหนึ่งมาพบกันอุบัติเหตุ สิ่งที่ตามมาคือการแก้แค้น เป็นการแก้แค้นตามแต่สติปัญญาจะเอื้ออำนวย

เรื่องนี้ ปัค ชาน วุค ทั้งกำกับและร่วมเขียนบท หนังถ่ายทำออกมาได้ ถึงจะเป็นหนังเก่า ก็ยังน่าดู ความยอกย้อนของตัวละครแต่ละตัวนำเสนอได้อย่างน่าสนใจ ดูแล้วชวนให้สงสารทุกคนในเรื่อง

การแสดงทำได้สมบทบาท สิ่งที่น่าสนใจคือรายละเอียดทางการแพทย์ของคนที่กำลังจะตายถูกบรรจุเอาไว้อย่างดีมาก น่านับถือ

มาดูกันว่าต้นเหตุความแค้นกับเหยื่อของความแค้นจะจบอย่างไร

Oldboy (2003)

ดัดแปลงจากหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น เรื่องราวของคนที่ถูกขังอยู่ 15 ปีโดยเจ้าตัวไม่รู้สาเหตุ ไม่รู้ที่มาและไม่รู้ที่ไป แต่อะไรเกิดขึ้นในช่วง 15 ปีนั้น เขาได้รู้จากโทรทัศน์ในห้องที่ขังตัวเอง แถมยังฉลาดขึ้นกว่าเดิมเสียด้วย ราวกับกำลังจะบอกว่ารายการโทรทัศน์ของเกาหลีนี่มีสาระประเทืองปัญญาอย่างยิ่ง

แต่เมื่อจู่ๆ ได้ออกมาจากห้องขังก็ต้องค้นหากันหน่อยว่าอะไรคือแรงจูงใจ ใครเป็นคนบงการ จนได้รู้เรื่องราวทั้งหมด ใครเป็นต้นเหตุ ใครเป็นเหยื่อ ดูแล้วอย่าเพิ่งตัดสินลงไป ยังมีความยอกย้อนรออยู่อีกมาก

ถึงหนังจะได้รางวัลจากแหล่งต่างๆ มากมาย แต่จุดอ่อนก็ยังคงเป็นเวลาที่จำกัดจนต้องเลือกการเล่าเรื่องด้วยตัวละครเองเพื่อเผยปมขัดแย้ง อย่างไรแล้วโดยรวมหนังก็ยังถึงอารมณ์ในทุกด้าน ทั้งพล็อต ทั้งการแสดง การถ่ายทำภาพ เสียงประกอบ ดนตรีประกอบ

ตัวแสดงนำทำได้เยี่ยมมากๆ เรียกได้ว่าถึงบทบาทในทุกช่วงเวลา เห็นได้ถึงความทุ่มเทของเขาเลยทีเดียว ไม่ต้องสงสัยถ้าจะมีรางวัลมากมากติดมือกลับบ้านไปเช่นกัน

ติดตามดูกันว่า 15 ปีที่ผ่านไป นานพอหรือไม่กับกันแก้แค้น

Sympathy for Lady Vengeance (2005)

ถ้าใครไม่เคยสนใจหนังของ ปัค ชาน วุค มาเลยก็คงอดไม่ได้ที่จะสนใจหนังเรื่องนี้เนื่องจากได้ ลี ยอง เอ ผู้โด่งดังจากบทบาท แดจังกึม อย่างถล่มทลายไปก่อนหน้าที่จะรับแสดงหนังเรื่องนี้ถึง 2 ปี

ตัวหนังยังคงใช้เงื่อนไขของเวลาเป็นแกนของเรื่องเหมือน Oldboy (2003) แต่ดูเหมือนฝีมือของผู้กำกับและร่วมเขียนบทคนนี้จะพุ่งทะยานเกินหยุดยั้งจริงๆ ทั้งวิธีการเล่าเรื่องด้วยภาพ ด้วยการแสดง ด้วยแสงและเงา รวมไปถึงความคิดความอ่านในความแค้นที่สุขุมยิ่งขึ้น โดยใช้การลักพาตัวเหมือนใน Sympathy for Mr. Vengeance (2002) แต่ขยายความให้กว้างขวางออกไปอีก ฟังดูคล้ายๆ Reusable Riff ของเพลงแนว Progressive Rock ใน Concept Album แทรกสอดด้วยอารมณ์ขัดขื่น

หนังดูแล้วเครียดกว่าสองเรื่องที่ผ่านมา ดูแล้วไม่ไว้ใจว่าบทจะพาเรื่องราวไปทางไหน ภาพของนางฟ้าและคนบาปสลับไปสลับมาเหมือนจะบอกว่าแบบนี้ก็พบเห็นได้จากคนในสังคมทั่วไปอยู่แล้ว

ที่ไม่ต้องสงสัยเลยคือฝีมือการแสดงของ ลี ยอง เอ บทจะบิดไปทางไหนก็แสดงตามไปได้ทุกอารมณ์ สมแล้วกับที่เป็นนักแสดงคุณภาพสูง มีรางวัลมากมายเป็นประกัน

ความแค้น แผนการ ความอดทน การเอาคืน น้ำใจ นางฟ้า ฆาตกร ปมในจิตใจ หนังเล่นกับเรื่องเหล่านี้และกระแทกอารมณ์คนดูอย่างจัง ผลที่ได้คือโกยเงินสูงสุดจากทั้งสามเรื่อง

นักแสดงนำในทุกเรื่องสามารถถ่ายทอดอารมณ์ตามบทได้อย่างมืออาชีพขนานแท้ คนเขียนบทยังแทรกประโยคเด็ดๆ เอาไว้ด้วยเช่น “การลักพาตัวมี 2 แบบ แบบดีและแบบไม่ดี…”, “ยิ้มเข้าไว้ แล้วโลกจะยิ้มกับคุณ, ถ้าจะโศกเศร้า ก็เป็นไปคนเดียวเถอะ” หรือ “ความกลัวเกิดจากจินตนาการไปเอง” เป็นต้น ที่ขาดไม่ได้คือเสน่ห์ของหนังเอเซียที่เข้าถึงปมในจิตใจในจิตสำนึกได้มากกว่าหนังจากฝั่งตะวันตก

ดูหนังทั้งสามเรื่องแล้วเหมือนได้ปล่อยให้หนังระบายอารมณ์ด้านมืดออกไปโดยไม่ต้องลงมือทำอะไรที่ผิดศีลธรรมที่ต้องใช้ความรุนแรงเอง เพราะนั่นจะนำพาความเดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุดมาให้ แน่นอนจะมีความแค้นเกิดขึ้นอีกมากมาย เลือกใช้การดูหนังและให้หนังแก้แค้นแทนก็ดีเหมือนกัน

ความสนุกอีกรูปแบบคือได้เห็นบทบาทของนักแสดงคนเดียวกันในคนละเรื่อง เป็นตำรวจและก็มาเป็นคนจรจัด เป็นบอดี้การ์ดแล้วมาเป็นบาทหลวง ไม่รู้ว่าหนังเรื่องอื่นๆ ของผู้กำกับคนนี้จะเป็นอย่างไร รู้ว่าต้องติดตามไปอย่างใกล้ชิดเพื่อใช้หนังของเขาปลดปล่อยอารมณ์อีกครั้ง

ข้อมูลเพิ่มเติม