Category Archives: scratchpad

อัตราค่าปรับฐานขับรถเร็วเกินกำหนด

ข้อหาหรือฐานความผิดตามกฎหมายจราจรทีเกี่ยวข้องกับการขับรถที่ควรทราบ

ลำดับที่ 91

ข้อหาหรือฐานความผิด
– ขับรถเร็วเกินกำหนดในกฎกระทรวง
1. รถบรรทุกเกิน 1200 กก. / รถโดยสาร ในเขตเทศบาล 60 ก.ม./ช.ม. นอกเขตเทศบาล 80 ก.ม./ช.ม.
2. รถอื่นนอกจาก 1 ขณะลากจูง พ่วง บรรทุกหนักเกิน 1200 กก., รถยนต์ 3 ล้อ ในเขตเทศบาล 45 ก.ม./ช.ม. นอกเขตเทศบาล 60 ก.ม./ช.ม.
3. รถอื่นๆ นอกจาก 1 หรือ 2 หรือรถจักรยานยนต์ ในเขตเทศบาล 80 ก.ม./ ช.ม. นอกเขตเทศบาล 90 ก.ม./ช.ม.

มาตราที่กำหนด ความผิดและโทษ
– ม. 67 วรรค 1,152
– กฎกระทรวงฉบับที่ 6 (2522) ลง 30 พ.ค. 2522 ข้อ 1 (1), (2) หรือ (3)

อัตราโทษ
ปรับไม่เกิน 1000 บาท

ที่มา ข้อหาหรือฐานความผิดตามกฎหมายจราจรทีเกี่ยวข้องกับการขับรถที่ควรทราบ เรณูนคร นครปฐม

—–
ข้อหาหรือฐานความผิดตามกฎหมายที่ควรทราบ

1. ข้อหา ฐานความผิด บทมาตรา และอัตราโทษ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 (แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ. 2538) และการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิด นั้นให้เป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กรมตำรวจ) ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 9 ก.ค. 40 และเพิ่มเติมฉบับที่ 4 ลงวันที่ 3 ธ.ค. 2540 ตามลำดับ

ลำดับ 44
ข้อหาหรือฐานความผิด ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด
อัตราโทษ ปรับตั้งแต่ 200 – 500 บาท
อัตราตามข้อกำหนด ปรับ 400 บาท

ที่มา อัตราค่าปรับในการกระทำผิดกฎหมายจราจร อำเภอเมือง ชลบุรี

—–
ถูกปรับแล้วยังถูกบันทึกคะแนนอีก 30 คะแนนอีกด้วย

อ้างอิงจาก มาตรการบันทึกคะแนน อบรมทดสอบผู้ขับขี่รถที่กระทำผิด และการพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ ตำรวจทางหลวง

ชาโสมตังกุย

ชาโสมตังกุย
ANGELICA TEA

สรรพคุณ บำรุงเลือด บำรุงหัวใจ

ส่วนประกอบ ใบโสมตังกุย 30 กรัม

โดย สถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตร ป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ตามพระราชดำริ บ้านแปกแซม ต.เปียงหลวง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ 50350

ราคา 35 บาท

—–
ชาโสมตังกุยนี้ซื้อมาจากร้านค้าของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในงานศิลป์แผ่นดินครั้งที่ 5 ณ สวนอัมพร เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 51

ข้อมูลเพิ่มเติม
Angelica sinensis
Angelica

Apple details 2007 executive compensation

January 23, 2008 – Apple’s scheduled 14A, filed with the Securities and Exchange commission Wednesday, details the compensation Apple’s executives received in 2007.

Apple CEO Steve Jobs

  • holds about 5.5 million shares of AAPL (fully vested), he has never sold a share since rejoining Apple in 1997
  • in 2007 he received a $1 salary, as he has every year since returning; he received no stock options in 2007, although the Company is considering another executive bonus
  • in 1999 Apple awarded Jobs a Gulfstream V jet as an executive bonus

COO Tim Cook

  • was paid $700,014 in salary
  • earned a $700,000 bonus as part of Apple’s incentive plan compensation
  • received $6.943 million in stock awards
  • with other compensation (a $13,750 401K contribution and $250 iPhone credit), Cook earned $8,357,190 in 2007

CFO Peter Oppenheimer

  • was paid $600,012 in salary
  • earned a $600,000 bonus
  • received $4.946 million in stock awards
  • with other compensation (a $13,750 401K contribution, $250 iPhone credit, and $584,973 reimbursement for tax liabitity), Opppenheimer earned $6,745,345 in 2007

Sr. VP (Retail) Ron Johnson

  • was paid $600,012 in salary
  • earned a $600,000 bonus
  • received $4.946 million in stock awards
  • with other compensation ($379 iPhone credit), Johnson earned $6,147,001 in 2007

Sr. VP (iPod) Tony Fadell

  • was paid $500,009 in salary
  • earned a $500,000 bonus
  • received $3.706 million in stock awards
  • with other compensation ($6,750 in patent bonus, $13,500 in 401K, $379 iPhone credit, $73 iPod credit), Fadell earned $5,355,171 in 2007

Apple’s 2008 annual meeting of shareholders will be held March 4, 2008 at 10:00 a.m. at Apple’s headquarters in Cupertino, CA.

ที่มา Think Secret

ดีเจสมัยนี้

สำหรับมุมมองของนักจัดรายการวิทยุที่คร่ำหวอดในวงการมาร่วม 30 ปีอย่าง “มาโนช พุฒตาล” เผยมุมมองต่อกรณีนี้ว่า ตนไม่เคยคิดเปรียบเทียบดีเจสมัยนี้กับดีเจสมัยเก่า เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไปตาม ตนเข้าใจดี แต่สำหรับตนแล้วมองว่าคนไทยโดนยัดเยียดให้ฟังรายการตามตลาด ซึ่งแท้ที่จริงแล้วหลากหลายองค์ประกอบที่ทำให้ดีเจในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไป ควรเลือกเอาดีสักอย่างจะเป็นดีเจหรือนักร้อง

“ที่ผ่านมาเนี่ยที่ผมไม่อยากให้ใครเรียกผมว่าดีเจ เพราะว่าแวดวงดีเจมันเสียมานานแล้ว เพราะคนไม่ได้นับถือตัวดีเจไง… ผมเลยเรียกตัวเองว่านักจัดรายการวิทยุดีกว่า อยากให้ตัวเองดูดีขึ้นมานิดหนึ่ง (หัวเราะ) คืออย่างดีเจที่เปิดแผ่นตามร้านเขาอาจไม่ต้องมานั่งคิดอะไรมาก เอาแค่คนในร้านเอาอยู่ก็ได้แต่ถ้าได้มานั่งจัดรายการตามคลื่นมันต้องรับผิด ชอบคนฟังมากกว่านั้นนะ”

“ผมก็เคยฟังนะที่เขาจัดกันอยู่ทุกวันนี้น่ะ ผมมองอย่างนี้ว่า ผมเองเนี่ยคงไม่ไปเปรียบเทียบหรือว่าตำหนิ หรืออะไรทั้งนั้น เพราะว่าในยุคสมัยนี้ กับสมัยเมื่อ 30 ปีที่แล้วเนี่ยมันไม่เหมือนกันไงครับ สมัยนี้หน้าตาดี เสียงดี มาเป็นคนจัดรายการ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปมาก มันกลายเป็นว่าเป็นดีเจก็ไม่ดี เป็นนักร้องก็ไม่ดี คือหาจุดลงตัวยาก ซึ่งถ้าถามผม ผมชอบรสนิยมแบบว่าที่ผมชอบสมัยก่อน เราไม่ว่ากันไงครับ วัยรุ่นก็อยากฟังวัยรุ่นด้วยกันจัด”

“ส่วนเรื่องอายุของน้องๆ ดีเจสมัยนี้ ผมว่าอาจไม่เกี่ยวนะ ยอมรับได้ เพราะบางคนก็อายุน้อยแต่มีวุฒิภาวะสูงก็มาจัดรายการได้ ทีนี้จะไปโทษใครล่ะ นายทุนหรือตัวดีเจ มันก็คงต้องหลายๆ อย่างรวมกันนั่นแหละถึงออกมาเป็นอย่างนี้ ถูกมั้ย ตลาดต้องการแบบนี้น่ะ ไปโทษเด็กก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะมันหลายๆ อย่างประกอบกัน ยุคบริโภคนิยมแบบยัดเยียดน่ะ เหมือนเวลาเราใช้มือถือน่ะ นึกออกมั้ยว่าบางทีบางโฆษณา บางแมสเสจที่ขายของเราไม่ได้อยากได้เลยนะ ทุกอย่างมันคือกลไกตลาดไปหมด”

ก่อนทิ้งท้ายว่านักจัดรายการวิทยุที่ดีควรมีข้อมูลที่มากกว่าคนทั่วไปรู้เพราะถือเป็นผู้ชี้นำสังคม

“นักจัดรายการวิทยุมันคือนักนิเทศศาสตร์ที่ต้องมี หลักในการสื่อสารที่ดี เข้าใจว่าหน้าที่ของสื่อมวลชนคืออะไร เป็นนักนิเทศศาสตร์ที่ดี ไม่ใช่แค่มีลักษณะนะ แต่ต้องมีลักษณะแล้วต้องเอาลักษณะที่มีนั้นมาปรับใช้ด้วย จึงจะเป็นนักจัดรายการวิทยุ แล้วเราต้องมาดูว่าหลักการจัดรายการวิทยุที่ว่าเนี่ยเราจัดรายการเกี่ยวกับอะไร หาข้อมูลให้มาก นักจัดรายการควรมีอะไรที่มากกว่า หรือเหนือกว่าคนที่นั่งฟังอยู่ เพราะคุณคือผู้ชี้นำนะ”

ที่มา ผู้จัการออนไลน์ 23 ม.ค. 51

“ชวน” ดักคออย่างสร้างรอยด่างให้สภา

ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้ใช้เวลาช่วงสั้นๆ กล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ขณะนี้กระบวนการประชุมสภายังไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญที่มีการบัญญัติว่า แม้วันนี้สภามีมติเลือกประธานและรองประธานสภา แต่สถานภาพยังไม่เกิดจนกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 124 ประธานและรองประธานสภา จึงจะสามารถสั่งการนัดประชุมครั้งต่อไปได้

“หากยึดตามประเพณีดังกล่าวแล้วจะพบว่า การประชุมสภาในปี 2548 ออกนอกทางของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ละเลยต่อการให้ความสำคัญต่อพระราชวินิจฉัย ซึ่งการประชุมสภาครั้งนั้น มีขึ้นครั้งแรกในวันที่ 7 มี.ค. หลังจากที่สมาชิกลงมติเลือกประธานและรองประธานสภา แล้วประธานสภาก็สั่งนัดประชุมครั้งต่อไปเพื่อเลือกนายกฯ ทันที ได้แก่ วันที่ 9 มี.ค. แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ในตอนค่ำวันที่ 8 มี.ค. กล่าวคือประธานสภากำหนดวันประชุมล่วงหน้า โดยไม่รอพระราชวินิจฉัย ซึ่งการรวบรัดครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะมีความต้องการว่าฤกษ์ยามในการเลือกนายกฯ ต้องเป็นวันที่ 9 มี.ค.”

นายชวน กล่าวว่า การกระทำในปี 2548 เป็น 1 ใน 2 ครั้งของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในรอบ 75 ปี ครั้งนี้จึงไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยอีก เพราะจะเป็นรอยด่าง เป็นมลทินที่กลับไปแก้ไขไม่ได้ ดังนั้น ควรรอให้พระองค์ท่านลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งเสียก่อน แล้วประธานสภาจึงค่อยนัดว่าจะประชุมครั้งต่อไปเมื่อไร

“เราปกครองในระบอบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉะนั้นพระองค์ท่านจึงมีความหมายและมีความสำคัญ เรื่องใดที่จะช้าไปบ้าง แต่ดีที่สุดคือเราถวายความเคารพให้พระองค์ทรงลงพระปรมาภิไธยก่อน แล้วจึงกำหนดนัดหมายการประชุมครั้งต่อไป ผมไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย และเราไม่สามารถกลับไปแก้รอยด่างในปี 2548 ได้ หลายคนต้องการถือฤกษ์ยามของตัวเอง แต่ไม่มีฤกษ์อะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าพระราชวินิจฉัยว่าจะทรงลงพระปรมาภิไธยเมื่อใด จึงอยากให้พวกเราระมัดระวัง ไม่อยากให้สภานี้มีปัญหา” นายชวน กล่าว

ที่มา นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 23 ม.ค. 51