“ชวน” ดักคออย่างสร้างรอยด่างให้สภา

ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้ใช้เวลาช่วงสั้นๆ กล่าวต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ขณะนี้กระบวนการประชุมสภายังไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญที่มีการบัญญัติว่า แม้วันนี้สภามีมติเลือกประธานและรองประธานสภา แต่สถานภาพยังไม่เกิดจนกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 124 ประธานและรองประธานสภา จึงจะสามารถสั่งการนัดประชุมครั้งต่อไปได้

“หากยึดตามประเพณีดังกล่าวแล้วจะพบว่า การประชุมสภาในปี 2548 ออกนอกทางของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ละเลยต่อการให้ความสำคัญต่อพระราชวินิจฉัย ซึ่งการประชุมสภาครั้งนั้น มีขึ้นครั้งแรกในวันที่ 7 มี.ค. หลังจากที่สมาชิกลงมติเลือกประธานและรองประธานสภา แล้วประธานสภาก็สั่งนัดประชุมครั้งต่อไปเพื่อเลือกนายกฯ ทันที ได้แก่ วันที่ 9 มี.ค. แต่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ในตอนค่ำวันที่ 8 มี.ค. กล่าวคือประธานสภากำหนดวันประชุมล่วงหน้า โดยไม่รอพระราชวินิจฉัย ซึ่งการรวบรัดครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะมีความต้องการว่าฤกษ์ยามในการเลือกนายกฯ ต้องเป็นวันที่ 9 มี.ค.”

นายชวน กล่าวว่า การกระทำในปี 2548 เป็น 1 ใน 2 ครั้งของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในรอบ 75 ปี ครั้งนี้จึงไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยอีก เพราะจะเป็นรอยด่าง เป็นมลทินที่กลับไปแก้ไขไม่ได้ ดังนั้น ควรรอให้พระองค์ท่านลงพระปรมาภิไธยแต่งตั้งเสียก่อน แล้วประธานสภาจึงค่อยนัดว่าจะประชุมครั้งต่อไปเมื่อไร

“เราปกครองในระบอบรัฐสภาที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉะนั้นพระองค์ท่านจึงมีความหมายและมีความสำคัญ เรื่องใดที่จะช้าไปบ้าง แต่ดีที่สุดคือเราถวายความเคารพให้พระองค์ทรงลงพระปรมาภิไธยก่อน แล้วจึงกำหนดนัดหมายการประชุมครั้งต่อไป ผมไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย และเราไม่สามารถกลับไปแก้รอยด่างในปี 2548 ได้ หลายคนต้องการถือฤกษ์ยามของตัวเอง แต่ไม่มีฤกษ์อะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าพระราชวินิจฉัยว่าจะทรงลงพระปรมาภิไธยเมื่อใด จึงอยากให้พวกเราระมัดระวัง ไม่อยากให้สภานี้มีปัญหา” นายชวน กล่าว

ที่มา นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 23 ม.ค. 51