Category Archives: dietlogue

To reach healthy life, proper weight is a destination. This blog would be recorded in order to maintain diet thought possible.

สามารถอดล้างพิษได้อีกครั้ง

แม้สัปดาห์ที่ผ่านมาจะยังมีอาการปวดกล้ามเนื้อคออยู่เหมือนเดิมก็ยังสามารถตื่นแต่เช้าได้ตามที่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่ตีห้าห้าสิบห้า ตื่นแล้วก็งัวเงียนิดหน่อย พอตั้งสติได้ก็ลุกออกมาทำกิจอื่นๆ จะได้ตื่นตัว ยาตัวเดิมต้องพยายามไม่กินติดต่อกันนานนัก จึงต้องหันไปพึ่งยาคลายกล้ามเนื้ออีกขนานหนึ่งแทน ปัญหานี้เรื้อรังเสียจริง

ดีที่ตื่นนอนได้ไม่ยากนัก ทำให้แต่ละเช้าสามารถออกกำลังได้ค่อนข้างดี ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงวิ่งได้่อย่างน้อยก็เก้ากิโล หากไม่ถึงก็วิ่งต่อจนครบ บางวันยังไหวก็วิ่งต่อไปจนได้สิบกิโล ทำให้พอจะคาดการณ์สถิติรวมของสัปดาห์ได้ว่าจะไม่ถึงกับแย่แน่ๆ จึงเตรียมการสำหรับการอดล้างพิษหนึ่งวันอีกครั้ง

เหตุผลอีกเรื่องหนึ่งที่อยากอดล้างพิษขึ้นมาอย่างเร่งด่วนครั้งนี้ก็คือ ความพยายามควบคุมกาแฟไว้ให้อยู่ที่หนึ่งช้อนชาต่อวัน ตั้งแต่วันจันทร์มารู้สึกได้ว่ากาแฟเพียงเท่านี้ทำให้สมองแล่นได้ไม่ดีพอ ถึงกับต้องงีบหลังตอนกลางวันก่อนทำงานต่อไป นั่นเพราะก่อนนี้ตักกาแฟมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเพียงช้อนเดียว แต่ก็เป็นช้อนพูนๆ ที่มากขึ้นเรื่อยๆ แทน หวังใจว่าการอดล้างพิษจะสามารถช่วยให้ไม่ต้องกินกาแฟมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเป็นยาเสพติดได้

พอสามารถประมาณการสถิติได้แล้ว บวกกับสถานการณ์ทั่วไปประจำสัปดาห์ทำให้ตัดสินใจเลือกวันศุกร์เป็นวันอดล้างพิษได้อีกครั้ง เช้าวันศุกร์จึงเป็นการวิ่งประจำสัปดาห์ครั้งสุดท้าย อยากให้ทำได้ถึงสิบกิโลอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ถึง ไม่เป็นไรไม่อยากฝืนร่างกายที่ต้องอดล้างพิษทั้งวันจนมากเกินไป

แต่ข้อเสียก็คือการอดครั้งนี้ค่อนข้างใกล้กับวันอาทิตย์ที่จะต้องขึ้นชั่งน้ำหนักประจำสัปดาห์มาก อาจจะทำให้ผลการชั่งน้ำหนักเอนเอียงไปได้ เพราะเพิ่งเสร็จจากการอดมาไม่นาน

ชั่งน้ำหนักในเช้าวันนี้ได้แปดสิบเก้ากิโลเป็นที่เรียบร้อย ได้ตามเป้าหมายในทันที …อย่าลืมว่าการอดล้างพิษหนึ่งวันเมื่อวันศุกร์ส่งผลให้เอียงได้

การรักษาน้ำหนักตัวไว้และทำให้ลดลงไปอย่างต่อเนื่องจะเป็นภารกิจหลักต่อไป หากคิดเหลิงจนกลับมากินจุบจิบอย่างสนุกปากอีกก็อาจจะเด้งขึ้นไปได้ไม่ยากนัก

อดครั้งต่อไป น่าจะเป็นช่วงหลังสงกรานต์…

ลืมไปเลยว่าเพิ่งผ่านเดือนมีนาคมไปตั้งแต่เริ่มสัปดาห์ เดือนที่ผ่านมานี้เริ่มต้นไม่ค่อยดีนักเพราะจำเป็นต้องลดระยะทางประจำวันลงเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของข้อหัวเข่า แต่พอผ่านครึ่งเดือนได้อาการก็เข้าที่เข้าทางมากขึ้น สามารถทำเวลาได้เต็มหกสิบนาทีหรือระยะทางเป้าหมายอยู่ที่สิบกิโลอีกครั้งหนึ่ง ทำให้สถิติทั้งเดือนดูดีขึ้นเล็กน้อย

เดือนนี้เดินหน้าเต็มที่

จบไม่สวยเลยเดือนนี้

แม้สัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุจำเป็นให้ไม่ได้ออกกำลังกายถึงสองวันคือวันอาทิตย์ที่ต้องไปไหว้เช็งเม้งและวันพุธที่ต้องไปทำธุระที่บ้างบึง ชลบุรีอีกครั้ง แต่นี่ก็ไม่น่าเป็นสาเหตุหลักของน้ำหนักตัวที่ชั่งเมื่อเช้าและพบว่าดีดขึ้นไปอยู่ที่เก้าสิบครึ่งอีกครั้ง

คิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากอาการเอ็นจอยอีทติ้งเสียมากกว่า แน่นอนว่าหลังการไหว้บรรพบุรุษหรือไหว้เจ้า จะมีอาหารเหลือให้กินต่อไปได้อีกหลายวัน แม้จะได้แจกจ่ายออกไปยังแต่ละบ้านที่มาร่วมไหว้กันแล้ว แถมสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีมื้อดึกแบบครึ้มอกครึ้มใจ คิดว่าน้ำมันมะพร้าวจะสามารถเร่งการเผาผลาญพลังงานส่วนเกินไปได้หมด

แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น แน่นอนเช่นกันว่าได้เคยพิสูจน์แล้วว่าความพยายามเผาผลาญสิ่งที่กินเข้าไปเมื่อคืนก่อนนั้นทำไม่ได้ในเช้าวันรุ่งขึ้น คงถูกเก็บสะสมเป็นไขมันเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว การออกกำลังกายตอนเช้านั้นทำได้เพียงแค่ทำให้สมดุยล์พลังงานยังเป็นไป หากแม้ว่ารับเข้าไปเกินกว่าที่เคย ก็ไม่อาจใช้ได้หมดในทันที ที่เหลือจะไปไหนเสีย ก็เป็นไขมันสะสมอยู่นั่นเอง

อีกประเด็นหนึ่งที่มีผลกระทบต่อการออกกำลังก็คือคุณภาพการนอน หลังจากที่เข้าไปได้ตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อน สัปดาห์ที่ผ่านมาพยายามไม่กินยาตัวเดิมเข้าไปอีก ผลก็คือความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อคอและสะบักจะเพิ่มมากขึ้นทุกคืนที่นอน ทำให้คุณภาพการนอนลดลงเรื่อย เช้าตื่นขึ้นมาก็ไม่สามารถออกกำลังได้อย่างสดชื่นด้วยร่างกายที่พักผ่อนมาเป็นอย่างดี จำเป็นต้องกินยาตัวนั้นอีกครั้งในคืนวันศุกร์ เพราะอาการหนักข้อขึ้นจนหากปล่อยไว้จะเกิดผลเสียต่อการดำเนินชีวิตในวันรุ่งขึ้นแน่

แผนการสำหรับเดือนหน้าคือต้องการดึงน้ำหนักตัวให้อยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลให้จงได้ จะพยายามคงแผนการวิ่งที่ระยะเวลาหกสิบนาทีและระยะทางสิบกิโลไว้ให้ได้ทุกวัน ส่วนการหยุดพักนั้นไม่มีในความคิด ขนาดเดือนนี้ไม่มีวันไหนที่ออกอาการชี้เกียจไม่ยอมวิ่งเลย ที่หยุดก็เพราะความจำเป็นจริงๆ เดือนหน้าก็คงจะเป็นเช่นนี้อยู่

ต้องมีความก้าวหน้าบ้างสิ

หรือนี่คือพัฒนาการ

สัปดาห์นี้ต้องล่ามาอีกวันจนได้ เมื่อวานต้องตื่นแต่เช้า รีบจัดการข้าวของเพื่อไปไหว้เช็งเม้งที่บ้านบึง ชลบุรี แต่ก็ไม่ลืมที่จะชั่งน้ำหนักตัวก่อนเป็นลำดับแรก อากาศตลอดวันช่างร้อนเสียจนไม่อยากบ่น เพราะที่ร้อนกว่านี้ยังรออยู่อีกแน่นอน กลับมาถึงบ้าน ราวกับเดินเข้าเตาอบอีกครั้ง ร้อนจนหมดความอยากที่จะทำอะไรต่อ รอเวลาเปิดแอร์แล้วเข้านอนแต่หัวค่ำเลยดีกว่า

สัปดาห์ที่ผ่านมาสังเกตตัวเองได้ว่าแต่ละเช้าตื่นขึ้นมาพร้อมความสดชื่น สามารถวิ่งออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ ทำให้สามารถทำระยะทางภายในหกสิบนาทีได้ถึงสิบกิโลเมตรอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งเช้าวันพฤหัสสามารถทำได้ถึงสิบเอ็ดจุดเหนึ่งหนึ่งกิโลเลยทีเดียว เป็นสถิติที่น่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง

080320 - 11.11KM

เช้าวันศุกร์จำเป็นต้องออกไปทำธุระแต่เช้าตรู่ จึงต้องหยุดออกกำลังกายไปหนึ่งวัน กลับมาวิ่งต่ออีกในเช้าวันเสาร์ นี่เป็นแผน เพราะไม่อยากแบ่งการวิ่งออกเป็นสองวัน “ศุกร์และเสาร์” แม้จะต้องทำภารกิจแต่เช้าทั้งสองวัน แต่เช้าวันเสาร์ออกจะไม่ติดขัดมากนัก จึงเลือกวิ่งในเช้าวันเสาร์ให้เต็มหกสิบนาทีแทน

ทำให้ระยะทางวิ่งประจำสัปดาห์ขึ้นไปที่หกสิบกิโลได้อีกครั้ง ทำไม่ได้มานานเพราะติดขับคับข้องหลายประการ

Summary Week 200812

ส่วนน้ำหนักตัวชั่งเมื่อวานตอนเช้าก็ได้ที่แปดสิบเก้ากิโลครึ่ง ตลอดสัปดาห์รู้สึกว่าใส่กางเกงขายาวได้สบายขึ้นนิดหน่อย ดีใจที่สามารถทำระยะทางถึงสิบกิโลได้อีกครั้ง และน่าจะได้ตัวช่วยอย่างน้ำมันมะพร้าวกลั่นเย็นบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซนต์อีกแรงหนึ่งด้วยเหมือนกัน

ข้อสังเกตอีกอย่างเรื่องที่สามารถตื่นเช้าได้อย่างสดชื่น น่าจะเป็นเพราะยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบชื่อโมบิกที่จะกินหลังอาหารเย็นเพื่อรักษาอาการปวดข้อที่หากทิ้งไว้อาจจะลุกลามใหญ่โตตามประสาคนเป็นโรคเกาต์ได้ ต้องกินยารักษาตั้งแต่อาการยังน้อยๆ อยู่ แต่ยานี้ยังช่วยไปรักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอด้านหลังและสะบักด้วยเช่นกัน

อาการปวดคอและสะบักนี่เองที่เป็นสาเหตุของความไม่สดชื่นเมื่อตื่นนอนตอนเช้า อาการปวดเรื่อรังตลอดคืนจะทำให้คุณภาพการนอนตกต่ำจนร่างกายไม่ได้พักผ่อนมากพอ ตื่นเช้ามาพร้อมกับอาการปวดกล้ามเนื้อเหมือนเดิมแถมงัวเงียไม่อยากตื่นเพราะการนอนไม่มีคุณภาพ

พอกินยานี้ก่อนนอนจึงช่วยให้อาการปวดกล้ามเนื้อคอตลอดคืนหายไป สามารถนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ ตื่นเช้ามาวิ่งออกกำลังกายได้เต็มที่ ทำระยะได้ถึงสิบกิโลเมตรอีกครั้ง

แต่ถ้าต้องพึ่งยานี้ไปตลอดคงแย่แน่ๆ เพราะยาตัวนี้ไม่ควรกินติดต่อกันเกินห้าวัน การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนควรจะต้องพิจารณาที่เครื่องนอนคือหมอนและที่นอนและสำคัญที่สุดคือต้องสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อคอเป็นการถาวร

นี่ควรจะเป็นการพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวมนั่นเอง

สัปดาห์ที่ตื่นนอนยาก

นอกจากวันอาทิตย์เริ่มสัปดาห์ที่ไม่ได้ออกกำลังกายเพราะต้องรีบเดินทางไปนครปฐมเพื่อฟังบรรยาเรื่องสุขภาพและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์แต่เช้าตรู่แล้ว วันที่เหลือของสัปดาห์ต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเพื่อที่จะบังคับตัวเองให้ออกกำลังกายตามแผน

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรการตื่นนอนแต่ละเช้านช่างหนักหนาสาหัสยิ่งนัก จะเช้าจะสายขนาดไหนก็พยายามวิ่งออกกำลังกายให้ได้ห้าสิบนาที แทนที่จะกำหนดเป้าหมายไว้ที่แปดกิโลเมตรเพราะจะได้ไม่ต้องพวงกับเซ็นเซอร์ที่อาจจะเอ๋อบ้างจนทำให้ระยะทางแต่ละกิโลเมตรนั้นเนิ่นช้าจนเสียความรู้สึก ไหนๆ ก็ใช้เวลาเท่าๆ กันอยู่แล้ว ก็เลือกใช้เป้าหมายแบบช่วงเวลาไว้ เพื่อให้มีเสียงเตือนอย่างสม่ำเสมอทุกห้านาทีน่าดีกว่า

อากาศที่ร้อนขึ้นตั้งแต่เช้าก็ทำให้เหงื่อออกมาขึ้น แต่ไม่ถึงกับทำให้หมดแรงเพราะเสียน้ำ สถิติการออกกำลังประจำสัปดาห์จึงยังน่าดูอยู่เหมือนเดิม

Summary Week 200811

แต่เช้านี้รีบปฏิบัติภาระกิจจนลืมชั่งน้ำหนัก มานึกได้อีกทีก็เริ่มวิ่งออกกำลังกายไปแล้ว หลังจากนั้นจึงลองเดินขึ้นตาชั่งดู ได้ผลว่าอยู่ราวๆ แปดสิบเก้ากิโลครึ่ง สงสัยว่าถ้าได้ชั่งตามปกติอาจจะวิ่งอยู่แถวๆ เก้าสิบกิโลเลยก็เป็นได้

สำหรับสัปดาห์หน้าจะขอเลื่อนแผนการอดหนึ่งวันไปก่อน เพราะได้เริ่มกินน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซนต์วันละสามช้อนโต๊ะตั้งแต่เมื่อวานนี้ ก่อนอาหารเช้าสองช้อน และก่อนอาหารเย็นหนึ่งช้อน ข้อมูลจากวิกิพีเดียอธิบายว่ากรดลอริกจะเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของต่อมธัยรอยด์ ทำให้เผาผลาญพลังงานมากขึ้น ระหว่างวันจึงรู้สึกคอแห้ง ต้องคอยจิบน้ำเปล่าไม่แช่เย็นอยู่เรื่อยๆ

จะขอสังเกตแผนการกินน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์นี้สักสองสัปดาห์ดูว่าจะได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเข้าที่เข้าทางแล้ว แผนการอดล้างพิษหนึ่งวันอาจจะกลับมาในต้นเดือนเมษายนนี้ก็เป็นได้

เดินตามแผนต่อไป

สัปดาห์นี้ล่ามาอีกวันจนได้ เพราะเมื่อวานไปสัมมนาเรื่องน้ำมันมะพร้าวที่ราชภัฎนครปฐม นั่งฟังอยู่สามสี่ชั่วโมงเป็นได้เรื่อง คิดว่าเป็นเพราะน้ำหนักตัวมาก กล้ามเนื้อหลังที่ไม่แข็งแรง และเก้าอี้ที่ไม่นุ่มพอ ทำให้กดทับเวลานานนำมาซึ่งอาการเหนื่อยล้าอย่างมากเช่นนี้

ไม่เป็นไร เพราะก่อนออกจากบ้านวานนี้ได้รีบชั่งน้ำหนักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปริ่มๆ อยู่ระหว่างแปดลิบเก้าครึ่งกับเก้าสิบกิโล ดีที่ไม่เด้งกลับขึ้นไปอีก

สัปดาห์ที่ผ่านมาสามารถดำเนินการอดล้างพิษในวันอังคารได้ตามแผน ทำให้เช้าตรู่วันพุธจะขาดไม่ได้วิ่งไปหนึ่งวัน และยังมีเช้าวันจันทร์และเช้าตรู่วันศุกร์ที่ต้องรีบไปรพ.ศิริราช จึงต้องวิ่งในเวลาที่ลดลงเล็กน้อย

ตามแผนการวิ่งวันละห้าสิบนาที ปกติแล้วจะได้ประมาณแปดกิโลเมตร วันไหนต้องลดก็จะเหลือเพียงสี่สิบนาที ได้ประมาณหกกิโล แต่เช้าวันศุกร์ออกจะคล่องแคล่วเป็นพิเศษจึงได้เพิ่มมาอีกหนึ่งกิโล และสามารถทำระยะทางรวมผ่านสองพันกิโลเมตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสถิติรวมของสัปดาห์ก็ยังไม่ถึงกับแย่นัก

080307_2000KM Summary Week 200810

เย็นวันศุกร์มีมื้อเย็นพิเศษ ช่วยหล่อเลี้ยงความรู้สึกดีๆ ให้กับตัวเองได้บ้าง หลังจากไม่ได้ไปไหนแบบนี้มาเกือบสามปีแล้ว!

ส่วนเรื่องอารมณ์ นอกจากจะไม่มีความรู้สึกแบบเดิมที่จะช่วยส่งเสริมให้รักษาอารมณ์ไว้ได้ ยังมีแนวโน้มที่จะกลับไปฉุนเฉียวเช่นเดิมได้อยู่บ่อยครั้ง คงต้องพัฒนาผ่านการสวดมนต์และเจริญสติภาวนาต่อไป และคอยสังเกตอารมณ์ทุกชั่วขณะเพื่อควบคุมให้ได้

กลัวก็แต่ความฟุ้งซ่านในความคาดหวังที่กำลังจะกลับมาอีก ต้องคอยบอกตัวเองอีกเหมือนกันว่าอย่าคิดมา ไม่มีอะไรเป็นไปอย่างที่เราคิดหรอก อย่าคิดแง่ลบ อย่าหลงดีใจจนพอง รักษาความรู้สึกให้กลางๆ ไว้ อย่าให้เลยเถิด