Category Archives: dietlogue

To reach healthy life, proper weight is a destination. This blog would be recorded in order to maintain diet thought possible.

การวิ่งช่วยฝึกความอดทน

ยังไม่สามารถควบคุมคุกกี้ได้สำเร็จ เพราะของขวัญปีใหม่ปีนี้มากมายเหลือเกิน กินเป็นเดือนก็ยังไม่หมด ผลที่ได้ก็คือยังไม่สามารถกดน้ำหนักลงไปได้มากนัก

เช้านี้ชั่งน้ำหนักได้เก้าสิบเอ็ดกิโลแล้ว ลดลงน้อยกว่าที่คาดหวังไว้เยอะเหมือนกัน

สัปดาห์ที่ผ่านมายังพบว่าอาการไม่สดชื่นเมื่อตื่นนอนยังคงอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมื้อเย็นที่ยังคงอิ่มหนำอยู่หรือเปล่า หลายวันแทบจะอยากหยุดออกกำลัง แต่ความจริงที่ได้หลังการออกกำลังก็คือ “ร่างกายรู้สึกดีทุกครั้งหลังการออกกำลัง”

แผนการวิ่งยังคงสบายๆ พยายามวิ่งให้ได้วันละแปดกิโล แต่ก็ไม่เคร่งจนเครียดนัก วันไหนอาจจะปรับเปลี่ยนแผนได้ตามความเหมาะสมด้วยปัจจัยรอบตัวมากมาย

อย่างเช่นบางวันเริ่มวิ่งสายก็อาจจะวิ่งน้อยหน่อย บางวันตั้งเป้าหมายไว้สั้น แต่พอวิ่งเข้าจริงๆ มีความรู้สึกดีๆ ระหว่างทางก็เพิ่มเวลาให้นานขึ้นได้ทันที

เช้าวานนี้อากาศเย็นลงอีกนิดหน่อย ขณะเริ่มวิ่งอบอุ่นร่างกายก็รู้สึกไม่ค่อยแจ่มใส แต่เป้าหมายปกติของวันหยุดก็คือสิบกิโล จึงอดทนวิ่งให้ได้ตามเป้าหมาย วิ่งไปวิ่งมาสามารถทำความเร็วได้เป็นสถิติเสียอย่างนั้น จึงได้ความรู้สึกดีๆ กลับมาเป็นรางวัล

080126 - 10K in 59.03

สถิติการวิ่งตลอดทั้งสัปดาห์จึงออกมาค่อนข้างดีเพราะได้วิ่งทุกวัน สัปดาห์ละหกสิบกิโลเมตร ท้าทายไม่ใช่น้อยเลย

Summary Week 200804

พฤติกรรมการกินโดยรวมจริงแล้วก็ยังไม่น่าเป็นห่วงสักเท่าไหร่ แต่มื้อเย็นที่อิ่มหนำ บางครั้งก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน แม้บางวันจะอิ่มเพราะน้ำสารพัดที่ดื่มเข้าไป

แต่จำเลยของเรื่องราวทั้งหมดยังคงเป็นมื้อเย็นนั่นอยู่ดี เพราะหากสามารถลดได้อีกหน่อยคงช่วยให้น้ำหนักลดได้มากกว่านี้หรือเปล่า เรื่องนี้ยังเป็นคำถามคาใจอยู่เสมอ

เอาเป็นว่าดัชนีกางเกงขายาวยังพอจะให้ผลเป็นบวกอยู่บ้าง อย่าให้ถึงกับเครียดนักก็แล้วกัน เดี๋ยวจะกลับไปวงจรเดิมอีก

ถึงเวลาปรับแผนมื้อเย็น

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าดีดกลับขึ้นไปอยู่ที่เก้าสิบเอ็ดกิโลครึ่งอีกแล้ว จริงแล้วมีดัชนีชี้วัดบอกไว้ก่อนแล้ว

จะเป็นอะไรไปได้อีกนอกจากกางเกงขายาวที่ใส่ออกไปข้างนอกนั้นแหละ ทันทีที่เกี่ยวตะขอก็พอจะรู้สถานการณ์แล้วว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่

คงเป็นผลเลยจุดสมดุยล์ระหว่างการกินและการออกกำลังกายไปแล้วนั่นเอง จริงแล้วก็เริ่มรู้สึกว่าอยากลดมื้อเย็นที่อิ่มหนำนั้นลงบ้างแล้วเหมือนกัน บวกกับสถานการณ์น้ำหนักตัววันนี้แล้ว ถึงเวลาที่ต้องปรับแผนมื้อเย็นแน่นอนแล้ว

หมดเวลาสำหรับคุ้กกี้ปีใหม่ ขอกินจุบจิบก็คงต้องควบคุมมากขึ้น ลองลดปริมาณอาหารมื้อเย็นลงดูสักหน่อย เพื่อติดตามดูว่ามีความอยากเกิดขึ้นในตอนค่ำอีกไหม

เช้านี้ต้องทำสติอยู่นานเหมือนกันกว่าจะออกวิ่งได้ เพราะไม่รู้ว่าจะปรับแผนตรงไหนดี พอละความยุ่งเหยิงได้ก็ออกวิ่งได้

สัปดาห์ที่ผ่านมาถึงหลักชัยสำคัญคือเป็นการออกกำลังครบสองร้อยยี่สิบสองครั้ง เลขสวยใช้ได้ ส่วนสถิติตลอดสัปดาห์ก็ไม่ขี้เหล่นัก แม้จะต้องหยุดวันพุธหนึ่งวันเพื่อทำกิจสำคัญแต่เช้า

080119 - 222th run Summary Week 200803

คิดต่อไปว่าหากจะเพิ่มเป้าหมายประจำวันจากเจ็ดกิโลเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นแปดกิโลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้เป็นสิบกิโลในสัปดาห์ต่อไป อาจจะไม่เหมาะสมด้วยเหตุผลหลายประการ เริ่มจากข้อหัวเข่าคงจะทำงานหนักเกินไป เพราะเพียงวิ่งสิบกิโล สามวันต่อสัปดาห์ก็เกิดอาการเมื่อยล้าบ้างแล้วเหมือนกัน

อีกเหตุผลหนึ่งก็คือเวลา ทุกวันนี้ยังตื่นสายถึงหกโมงครึ่งอยู่ ว่าจะได้ออกวิ่งก็เลยเจ็ดโมงได้ วิ่งเสร็จก็แปดโมงกว่า ใจจริงอยากวิ่งให้เสร็จก่อนแปดโมง แต่ยังไม่สามารถตื่นให้เร็วขึ้นได้ เพราะเท่าที่สังเกต เวลาตื่นนอนในปัจจุบันค่อยข้างเหมาะสมกับนาฬิกาภายในร่างกายอยู่เหมือนกัน แม้จะให้นอนเร็วขึ้น เพื่อตื่นเช้าขึ้น แต่ยังไม่รู้สึกว่าตื่นนอนได้อย่างมีคุณภาพ แม้จะใช้เวลานอนเท่าเดิม

คงต้องศึกษาและสังเกตเพิ่มเติมอีกหน่อย จะได้ปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้

คุณภาพการนอนเป็นเรื่องสำคัญ

ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วแต่ไม่ได้ปล่อยผีอีกสัปดาห์เพราะปล่อยไปหมดแล้ว สัปดาห์นี้พยายามคงรูปแบบการกินอาหารแต่ละมื้อไว้อย่างเดิมเพื่อไม่ให้มื้อค่ำกลับมาอีก ก็สามารถควบคุมได้เป็นอย่างดี

จากที่ตั้งใจอยากจะวิ่งเหยาะๆ ในวันธรรมดาให้ได้สิบกิโลด้วยก็ทำได้เพียงวันพฤหัสเพียงวันเดียว สัปดาห์นี้คุณภาพการนอนไม่ค่อยดีหรือเพราะอาหารมื้อเย็นไม่ค่อยเหมาะสมก็ยังไม่ทราบ แต่ตื่นนอนขึ้นมาไม่ค่อยสดชื่นเสียเท่าไหร่ มีอาการปวดหัวเหมือนเมาค้างอ่อนๆ เสียอย่างนั้น หรืออาจจะเป็นเพราะต้องเปิดเครื่องปรับอากาศนอนแล้วก็ไม่แน่เหมือนกัน

ตื่นนอนไม่ดีจึงทำให้วิ่งได้ราวเจ็ดกิโล แย่ที่สุดก็วันศุกร์ที่แทบจะอยากหยุดสักวัน แต่ก็บังคับตัวเองให้วิ่งได้ราวครึ่งชั่วโมง รวมๆ แล้ววิ่งได้เกินห้าสิบกิโลต่อสัปดาห์ไปนิดหน่อย ไม่สามารถทำให้ถึงหกสิบได้

Summary Week 200802

น้ำหนักตัวชั่งเมื่อเช้าลงมาอยู่แถวๆ เก้าสิบกิโลครึ่ง ต้องชั่งซ้ำอยู่หลายรอบเพื่อให้ได้ค่าเฉลี่ยที่ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด

แต่ก็ใช่ว่าจะเหลิงได้ ต้องควบคุมไปเรื่อยๆ ต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดการโต้กลับอย่างรุนแรงก็เป็นได้ เดี๋ยวจะเสียกำลังใจไปอีก เป้าหมายปลายเดือนนี้ที่เก้าสิบกิโลจะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากเหมือนกัน แต่ที่ยากกว่านั้นคือรักษาไว้ไม่ได้เกินเก้าสิบขึ้นมาอีก

ยังไม่ได้คิดเรื่องการสร้างกล้ามเนื้อ เพราะแค่บังคับตัวเองให้วิ่งจนจบก็ยากลำบากขนาดนั้นแล้ว เอาเป็นว่าค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกัน

ปล่อยผีช่วงปีใหม่

ไม่รู้เป็นอะไร พอถึงช่วงส่งท้ายปีเก่า เข้าสู่ปีใหม่ทีไร เป็นต้องสนุกกับการกินจนต้องมานั่งกุมขยับทีหลังเพราะน้ำหนักตัวเจ้ากรรมขึ้นเอาๆ อีกแล้ว

ไม่เพียงขนมที่ซื้อมาจากตลาดร้อยปีสามชุกแล้ว วันก่อนหน้านั้นก็ตุนของกินไว้สำหรับช่วงปีใหม่เหมือนกัน เพราะคิดว่าคงไม่ได้ออกไปไหน จะได้มีอะไรขบเคี้ยวเป็นมื้อหลักหรือมื้อรองได้บ้าง ที่ไหนได้ขนมนมเนยแทบจะล้นบ้าน

เอาหล่ะเป็นไงเป็นกัน คิดได้อย่างนี้ก็ตั้งใจสนุกกับการกินให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

แต่ก็ไม่ถึงกับไม่รู้จักประมาณในการกิน เพราะเหมือนจะเป็นระบบอัตโนมัติไปแล้ว อาหารมื้อเช้าและมื้อเที่ยงจึงไม่ได้อิ่มหนำจนสำราญ มื้อเย็นก็ไม่ถึงกับจำกัดจำเขี่ยเหมือนเคย มีทั้งผักสลัด แครอทหั่น บีตรูทฝาน ราดด้วยน้ำสลัดเทาซันไอร์แลนด์ราวกับเททิ้ง …งวดนี้น้ำสลัดมันรสชาดแปลกๆ เปรี้ยวเหลือเกิน วิธีนี้ช่วยให้กินหมดได้อย่างรวดเร็ว

…ส่วนผักสลัด แครอทและบีตรูท ก็ได้มาจากงานศิลป์แผ่นดินครั้งที่ห้า เป็นร้านค้าของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพที่ราคาย่อมเยามากๆ เลย

เท่านั้นยังไม่พอ ยังตามนมถั่วเหลืองพาสเจอร์ไรส์ ขนมปังโฮลวีตทาเนยถั่วบ้าง ทาแยมราสเบอรี่บ้าง ไม่มากไม่มาย แค่แผ่นสองแผ่น และปิดท้ายด้วยขนมที่ตุนไว้

ผลที่ได้ก็คือมื้อเย็นที่อิ่มหน่ำและยังส่งผลให้มื้อค่ำหายไปในบัดดล ฤานี่จะเป็นวิธีแก้ปัญหานั่นเอง

และที่ขาดไม่ได้คือความตั้งใจวิ่งเหยาะๆ ออกกำลังกายอย่างไม่หยุดหย่อน วิ่งให้ได้มากๆ เข้าไว้ จะเจ็ดกิโล แปด เก้่า สิบกิโล ได้หมด ขึ้นอยู่กับเวลาและภารกิจของวันนั้น ทำให้ตลอดสัปดาห์ทำระยะทางได้มากถึงหกสิบกิโลเลยทีเดียว …ไม่มีรูปให้ดูเพราะข้อมูลจากเว็บไซต์ไนกี้พลัสเกิดสรุปผลผิดพลาดอีกแล้ว เซ็งจนเลิกเซ็งไปแล้ว

คราวแรกก็กลัวเหมือนกันว่าเอวกางเกงขายาวต้องรัดติ้วอีกครั้งเป็นแน่ ผลปรากฏว่าเมื่อวันศุกร์ที่ต้องออกไปข้างนอกก็สามารถสวมใส่ได้อย่างสบายเป็นปกติดี

รวมเหตุปัจจัยทั้งหมดข้างบนนั้นแล้วทำให้น้ำหนักตัวที่ชั่งเมื่อเช้านี้ผลก็คือน้ำหนักลงมาิิปริ่มอยู่ที่เก้าสิบเอ็ดกิโลได้อีกครั้ง ค่อยสบายใจหน่อย เป็นอันว่าถ้าสามารถคงแผนการกิน-ออกกำลังไว้อย่างนี้ คงไม่ทำให้อ้วนขึ้นได้แน่

ร่างกายคงช่วยคุมจิตใต้สำนึกให้ระวังเรื่องพลังงานรวมที่รับเข้าไปในหนึ่งวันได้อีกทางหนึ่งเป็นแน่ แต่ถ้าสามารถลดมื้อเย็นลงได้อีกนิดคงจะดีไม่น้อย

ถ้าอย่างนั้นขอตั้งเป้าหมายระยะสั้นเอาไว้ว่าภายในสิ้นเดือนนี้ขอน้ำหนักตัวลงไปอยู่ที่เก้าสิบกิโลให้ได้ก็แล้วกัน

และถ้าร่างกายพร้อม แผนการวิ่งวันละสิบกิโลจะเป็นแผนการออกกำลังหลักไปเรื่อยๆ อีกด้วย…

สรุปการออกกำลังกายในปี 50

จริงแล้วความตั้งใจลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายกลับมาอีกครั้งราวเดือนตุลาคมปี 49 แม้ว่าจะเริ่มเขียนบล็อกเรื่องความพยายามลดน้ำหนักมาตั้งแต่เดือนกันยายนเพื่อบันทึกความคืบหน้าของน้ำหนักตัวที่ชั่งทุกเช้าวันอาทิตย์เป็นประจำ ครั้งนั้นคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะหาซื้อ iPod มาใช้และตั้งใจจะใช้ให้คุ้มค่าที่สุด นั่นคือเอาไว้ใช้ฟังเพลงขณะออกกำลังกายก็ยิ่งดี

หลังจากสอบปลายภาค 2549/1 ของมสธ. เสร็จ ประจวบกลับ iPod รุ่นปรับปรุงใหม่หรือรุ่นที่ 5.5 ก็เพิ่งออกวางตลาดพอดี จึงขอให้พี่ชายที่มีเข้าไปมีส่วนร่วมจัดงานแฟร์ช่วยซื้อให้หน่อย จึงได้ iPod 5.5G สีขาว ความจุ 30GB มาใช้ในระบบเงินผ่าน 10 เดือน 0% ที่ไม่เลือกความจุมากกว่านี้เพราะคิดว่าแบบนี้แหละพอเพียงแล้ว

ระยะแรกนั้นมีทั้งเดินออกกำลังกาย sit-up และยกน้ำหนัก แต่น้ำหนักตัวก็ยังวิ่งอยู่แถวๆ เก้าสิบห้า เก้าสิบหกกิโลอยู่ดี เดินออกกำลังไปเรื่อยๆ อยู่หลายเดือน ไม่มีวี่แววว่าน้ำหนักจะลง เขียนบันทึกเรื่องความท้ออยู่หลายครั้ง

จนกระทั่งเดือนมีนาคมปีนี้ เพื่อนเลิฟนาย tum เขียนบล็อกตัวเองถึงเราอธิบายว่าการออกกำลังที่ถูกต้องเป็นอย่างไร แถมยังอุตสาห์โทรมาอธิบายความและให้คำแนะนำอย่างละเอียด จึงทำให้บรรลุศิลปะการเผาผลาญไขมันในบัดเดี๋ยวนั้น จินตนาการสำหรับการเดินออกกำลังจึงเปลี่ยนโฉมไปในทันที
Continue reading สรุปการออกกำลังกายในปี 50