ต้องมีเวลาที่ไม่ฟิตบ้าง

ความเสื่อมทรุดของสุขภาพมาถึงจุดต่ำสุดหรือไรไม่อาจทราบได้ เริ่มออกวิ่งในเช้าวันเริ่มสัปดาห์ก็มีอาการไม่อยากวิ่งสุดๆ ไปเลย แปลกใจที่ปกติแล้วสามารถตื่นเช้าขึ้นมาทำภารกิจประจำสัปดาห์ได้ แต่วันนี้หนักไปทั้งตัว

ออกวิ่งเข้าจริงก็วิ่งได้ถึงเป้าหมายเสียอีก ไม่ได้เสียอกเสียใจอะไร แต่ต้องการทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่า

เช้าวันจันทร์ก็ยังตื่นขึ้นมาแบบไม่พร้อมวิ่งอีก สาเหตุหนึ่งคงมาจากเวลาเข้านอนล่าช้าไปหลายคืนก่อนนี้ และยังมีอาการของระบบทางเดินอาหารที่ใต้ราวนมขวาอีก อาจจะทำให้การพักผ่อนนอนหลับไม่เป็นธรรมชาติอย่างที่ควร

หลังจากเข้านอนเต็มที่ เช้าวันอังคารก็สามารถออกวิ่งได้ตามแผนอีกครั้ง สัปดาห์นี้ออกไปทำงานวันพุธ จึงพักอีกวันในวันพฤหัส เช้าวันศุกร์ก็ยังคงวิ่งได้ตามแผนอีกครั้ง

มาแผ่วเข้าวานนี้ที่ต้องตื่นเช้าและยังมีความรู้สึกไม่พร้อมวิ่งอยู่อีกจึงลดแผนการวิ่งเหลือแค่ห้ากิโลเมตรพอ ทั้งสัปดาห์สะสมได้เท่านี้

วันศูกร์เริ่มโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีอีกครั้ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาการร้อนผ่าวที่ใต้ราวนมขวาน่าจะดีขึ้น หวังว่าตับและถุงน้ำดีจะฟื้นตัวเป็นปกติ

พอหยุดกินเนื้อสัตว์ หยุดกินอาหารมันๆ อาการก็บรรเทาลงเห็นได้ชัด แต่ยังไม่ถึงกันหมดไป เดินตามแผนต่อไป

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบห้ากิโลอีกครั้ง รู้สึกดีที่กางเกงขายาวที่มี สวมใส่แล้วไม่คับติ้วอีก

สงสัยต้วเองว่าทำไมในช่วงเข้าโปรแกรมสามารถควบคุมความอยากอาหารนอกมื้อได้ ขณะที่เวลาอื่นออกจะรื่นเริงกับการกินเพื่อบำบัดอารมณ์เหลือเกิด สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ก็มีคืนวันอาทิตย์ที่เป็นเอามากๆ เลย

สงสัยต้องรักษานิสัยการกินให้เป็นปกติเสียก่อนรักษาอาการอื่นๆ หากไม่คิดเรื่องการลดน้ำหนัก ก็ต้องให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพไว้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ตื่นเช้ามาจะได้สดชื่น สามารถวิ่งออกกำลังได้ตามแผน และสามารถนั่งทำงานได้ตามต้องการอีกด้วย