ถึงเวลาปฏิวัติสุขภาพ

จั่วหัวแรงๆ เอาไว้จะได้บอกตัวเองว่าต้องทำตาม สัปดาห์นี้เป็นการทดสอบสุขภาพครั้งสำคัญด้วยอาหารต้องห้าม หลังจากการไหว้บรรพบุรุษถึงสองงานติดต่อกัน อาหารที่ใช้ตามประเพณีช่างยั่วยวนใจเสียเหลือเกิน

ผลที่ได้ตามมาอย่างไม่มีผิดเพี้ยนก็คืออาการเกาต์กำเริบ หลังจากที่สามารออกวิ่งได้อีกครั้งในวันอังคารและวันพุธ อาการกำเริบรอบสองก็ตามมาในทันที ต้องหยุดวิ่งต่อไปจนถึงวันนี้

แถมสัญญาณบอกเหตุว่าสุขภาพกำลังมีปัญหาก็ส่งออกมาในหลายรูปแบบ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ทำได้เพียงพยายามศึกษาเรื่องของธรรมชาติบำบัดอย่างมากมาย ข้อมูลใหม่ก็คือปริมาณโปรตีนและน้ำตาลที่ล้นเกินเป็นสาเหตุของโรคเกาต์ได้เหมือนกัน

ผลการวิ่งของสัปดาห์นี้ทำได้เพียงเท่านี้

ส่วนน้ำหนักชั่งเมื่อเช้าขึ้นมาอยู่ที่แปดสิบสามกิโลครึ่งแล้ว แม้จะไม่ได้กินอะไรมากนัก แต่เพราะไม่ได้เผาผลาญพลังงานเลยจึงได้ผลอย่างนี้

จึงบอกตัวเองว่าได้เวลาปฏิวัติสุขภาพแล้ว แต่ยังไม่ถึงกับมีมาตรฐานเด็ดขาดออะไรเพราะยังมีปัจจัยแวดล้อมมากมายที่คุมไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ก่อนเลยคือการหยุดกินอะไรที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างเช่นกาแฟเป็นต้น

ยาที่กินเพื่อแก้ไขอาการเกาต์กำเริบก็น่าจะไม่ต้องกินต่อแล้ว อาการดีขึ้นบ้างแล้ว หวังว่าจะได้ออกกำลังกายเบาๆ บ้าง เพื่อให้สถิติของเดือนนี้เข้าใกล้เป้าหมายหกพันกิโลเมตรอีกสักนิด

ยังมีความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติบำบัดรอให้ศึกษาอยู่อีก จะได้นำมาปรับใช้เพื่อให้การปฏิวัติสุขภาพเป็นจริงขึ้นมาบ้าง