ตัวขี้เกียจยังอยู่

หน้าฝนในสัปดาห์นี้ไม่ได้มีฝนพรำมาขัดขวางการออกวิ่งยามเช้าแต่ความรู้สึกข้างในต่างหากที่เป็นตัวขัดขวางให้ยังขี้เกียจอยู่ จากที่ว่าวันพฤหัสต้องหยุดวิ่งแน่ๆ หนึ่งวัน ก็ยังพอมีวันอื่นๆ ที่ไม่ได้ออกวิ่งเช่นกันในเหตุและผลต่างๆ กันไป เหนทีเป้าหมายการวิ่งที่หนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรคงไปถึงได้ยาก

ไม่ได้ท้อแท้ในเป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อม เพราะบรรลุมามากต่อมากแล้ว ตัวอุปสรรคข้างในต่างหากที่ยังคงหาทางก้าวข้ามผ่านไปไม่พ้น

สัปดาห์นี้จึงพยายามให้ไม่แย่ไปกว่าสัปดาห์ก่อน

การได้เข้าโปรแกรมล้างพิษครั้งนี้ดูเหมือนปริมาณที่ขับออกมาออกจะน้อยลงจนแทบไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงแล้ว รู้สึกไปก่อนเลยว่าน่าจะพอแล้วเสียด้วย แต่ที่จริงผลดีนอกเหนือจากสิ่งที่ขับออกมาก็คือได้ปรับร่างกายแม้จะช่วงสั้น

ร่างกายไม่มีความรู้สึกต้องการน้ำเย็นอีกต่อไป ถึงขนาดที่เสร็จโปรแกรมแล้ว น้ำอัญชัณที่เย็นกว่าอุณหภูมิห้องนิดหน่อยก็พาให้กล้ามเนื้อในช่องท้องบีบตัวจนรู้สึกน่ากลัวเหมือนกัน แถมยังได้บังคับตัวเองไม่ให้กินอะไรจุบจิบนอกมื้อและในยามค่ำ

น้ำหนักที่ชั่งได้เมื่อเช้าลดลงไปเพียงน้อยนิดอยู่ที่แปดสิบสองกิโลครึ่ง ร่างกายต้องการแผนการลดน้ำหนักใหม่แล้วเป็นแน่

จากที่เคยคิดว่าน่าจะหาอะไรทำแทนการวิ่งในวันที่ไม่ได้ออกวิ่ง แต่เจ้าตัวขี้เกียจยังฉุดให้อยู่กับที่ ร่างกายคงต้องการกล้ามเนื้อมากขึ้นเพื่อเป็นเตาเผาพลังงานถาวรที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา

จะยกลูกน้ำหนักหรือจะรำตะบองก็ควรจะคิดวางแผนเพิ่มเติมได้แล้ว