ผมอยากจะนั่งอ่านหนังสือตอนเช้าในบรรยากาศเย็นสบายแบบนี้ทุกวันเสียจริง
เมื่อคืนมีอาการหลับๆ ตื่นๆ แปลกๆ อยู่เหมือนกัน เช้านี้จึงต้องอาศัยเสียงเรียกจากแม่จึงจะเด้งตัวออกจากที่นอนได้ทันการณ์ หลังจากเสร็จกิจยามเช้าก็เดินขึ้นตาชั่ง ไม่ลุ้น ไม่หวังอะไรทั้งนั้น แม้ว่าเมื่อวันศุกร์จะรู้สึกได้ว่าเอวกางเกงหลวมลงนิดหน่อย ชั่งครั้งแรกได้เก้าสิบสามครึ่ง ครั้งที่สองได้เก้าสิบสี่ ครั้งที่สามทำท่าจะเลยไปถึงเก้าสิบสี่ครึ่ง จึงเกร็งๆ และยั้งใจนิดหน่อยก่อนจะชั่งครั้งที่สี่โดยก้่าวขึ้นไปหยุดยืนนิ่งๆ และสรุปเอาเองว่าคราวนี้ได้เก้าสิบสี่กิโลพอดิบพอดี
สัปดาห์ที่ผ่านมาตั้งใจไว้ว่าจะเพิ่มเวลาในการเดินออกกำลังกายเพื่อเผาพลาญพลังงานที่สะสมอยู่ แต่กลับต้องมานั่งอยู่กับที่ไม่สามารถเดินเหิรไปไหนได้ด้วยอาการข้อนิ้วหัวแม่โป้งเท้าบวม สงสัยว่าจะเป็นอาการกำเริบของคนที่มีระดับกรดยูริคในเลือดสูงกว่ามาตรฐาน หรือที่เรียกว่าเป็นโรคเก๊าต์ (Gout) นั่นแหละ
ไม่เป็นอันได้ไปไหนอยู่สี่วัน สามวันแรกทั้งกินยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อ และยังแช่เท้าในน้ำผสมน้ำแข็ง เป็นวารีเย็นบำบัดส่วนตัวที่ใช้ได้ผลมานาน สลับกับการประคบด้วยถุงเย็น (Cold Pack) อาการก็ค่อยบรรเทาจนวันศุกร์ก็สามารถออกไปทำกิจที่ไหนต่อไหนได้ตามที่ตั้งใจ
เป็นวันว่าไม่ได้ออกกำลังอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่น้ำหนักก็ไม่ได้ถีบตัวขึ้นไปเป็นการตอบแทน ทุกครั้งที่เจ็บป่วย ความต้องการที่จะสรรหาตัวช่วยให้ลดน้ำหนักได้มากๆ เร็วๆ ก็กลับมา เพราะแน่ใจแล้วว่าน้ำหนักที่เกินอยู่นั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจ็บป่วยทั้งหลาย วันนี้จึงตั้งใจจะอดหนึ่งวันเพื่อล้างพิษอีกครั้ง ดีเหมือนกันหากจะทำได้เดือนละครั้ง
Body Mass Index (BMI) = น้ำหนักเป็นกิโลกรัม / (ส่วนสูงเป็นเมตร x ส่วนสูงอีกครั้ง)
ได้ความว่า BMI = 94 kg / (1.78 m x 1.78 m) = 29.66797
หมายความว่าอะไร เดี๋ยวไปเปิดหนังสือมาอธิบายความให้ แต่ที่แน่ๆ เกินพิกัดปกติแน่นอน โรคจึงถามหาอยู่เรื่อยนั่นไง