ผลสุขภาพ

ถ้าสามารถเริ่มต้นสัปดาห์นี้ด้วยระยะทางสิบกิโลได้หละก็ วิเศษที่สุด แต่เมื่อความพร้อมยังไม่ถึงขีดก็ออกวิ่งด้วยแผนการเดิมไปก่อน ไม่ว่ากัน รุ่งขึ้นเป็นวันที่จะไปตรวจสุขภาพเต็มรูปแบบอย่างที่เคยตรวจเมื่อสามปีที่แล้ว

ผลการตรวจก็มีสูงขึ้นต่ำลงบ้างคละกันไปแต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ขาดเพียงระดับกรดยูริกในเลือดที่ยังเกินอยู่ ดีที่แม้จะเกินก็ยังเกินในระดับที่ลดลง อีกเรื่องที่ติดใจก็คือตาชั่งที่โรงพยาบาลจะได้เห็นตัวเลขสูงกว่าน้ำหนักที่ชั่งเองที่บ้านถึงสองกิโลเลย

สิ่งสำคัญของการตรวจครั้งนี้คือการวิ่งสายพาน สามารถวิ่งผ่านไปเต็มสิบนาทีอย่างทุลักทุเล ได้รู้ตัวอย่างแน่ชัดแล้วว่าความฟิตของร่างกายยังไม่ถึงระดับเลยจริงๆ เข้าใจได้ในทันทีว่าเป็นเพราะการออกกำลังที่ทำเป็นประจำนั้นยังไม่หนักพอ เรื่องนี้คงต้องการการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เลยทีเดียว

ต่อมาก็ออกวิ่งตามปกติโดยเลือกระยะห้ากิโลเพื่อเริ่มต้นหลังจากที่หยุดไปหนึ่งวัน และวันพุธก็กลับสู่แผนเดิม ส่วนที่เห็นว่าวันพฤหัสสามารถทำระยะได้ถึงสิบกิโลนั้นเป็นความบังเอิญในตอนที่กำหนดแผนการวิ่งเกิดสะดุดจากเจ็ดร้อยแคลอรี่เป็นแปดร้อยแคลอรี่โดยไม่รู้ตัว และเมื่อคิดว่าถึงเป้าหมายแล้วกลายเป็นว่าต้องวิ่งต่อไปอีกหนึ่งร้อยแคลอรี่ รู้สึกแปลกใจอยู่แล้วว่าทำไมไม่มีเสียงขานความคืบหน้าอย่างที่เคย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วจึงวิ่งต่อไปจนถึงสิบกิโลเสียเลย ฉลองที่ได้ออกกำลังครบสี่ปีเรียยร้อยแล้วก็ได้

ส่วนเช้าวันศุกร์เป็นอันหยุดไปเพราะรู้สึกว่าได้นอนไม่เต็มที่เนื่องจากมีอาการหิวจัดหลังการควบคุมมื้อเย็นมารบกวนจนต้องลุกขึ้นมาตอนเที่ยงคืน ไม่ได้ลุกขึ้นมาเฉยๆ แน่นอน ยังเปิดกล่องขนมปังกรอบมากินเสียหลายแผ่น มาปิดสัปดาห์ให้เรียบร้อยได้ในเช้าวันเสาร์

ตลอดสัปดาห์ได้พยายามควบคุมมื้อเย็นและหลังจากนั้นมากเป็นพิเศษ เพราะรู้ดีว่านั่นคือสาเหตุที่ลดน้ำหนักไม่ลง ผลจากการตรวจสุขภาพก็ไม่มีอะไรให้หนักใจเกินไปนอกจากน้ำหนักที่ชั่งได้ด้วยตาชั่งของโรงพยาบาล ส่วนน้ำหนักชั่งเมื่อเช้านี้ก็ลงมาอยู่ที่ปริ่มๆ แปดสิบหกกิโลแล้ว

ผลการอัลตราซาวน์ช่องท้องได้ผลของถุงน้ำดีที่ค่อนข้างดี ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนิ่ว อย่างไรก็จะต้องไม่สนุกปากจนทำให้เกิดผลร้ายกับระบบต่างๆ ในช่องท้อง

แผนการใหม่ๆ ยังไม่มีสำหรับวันข้างหน้า คิดว่าจะต้องปรับเปลี่ยนอาหารการกินแต่ละมื้อให้พอดีโดยเฉพาะมื้อเย็นและหลังจากนั้น…