จะลดความอ้วนอย่างไรต่อไป

เช้านี้เด้งตัวขึ้นจากที่นอนได้ตั้งแต่กริ่งแรกของนาฬิกาปลุกโดยไม่รู้สึกงัวเงียมากมายกว่าที่เคย ทั้งๆ ที่เมื่อคืนก็นอนตั้งสี่ทุ่มครึ่ง และหลับยาวแบบม้วนเดียวจบ แถมเช้านี้หลังดื่มกาแฟแล้วก็ไม่มีอาการเสาะท้องเหมือนเมื่อสองวันที่ผ่านมาหลังกลับมาดื่มมันอีกครั้ง คงเป็นเพราะเช้านี้ได้ลดปริมาณผงกาแฟลงด้วยหรือไรก็ไม่แน่ใจ

ดีใจที่ผลการชั่งน้ำหนักไม่กระฉูดไปกว่าเก้าสิบห้ากิโล แม้ว่านิสัยการกินจุบจิบตอนกลางคืนจะกลับมา แถมเมื่อวันพฤหัสมีการแวะไปทานบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น อีกทั้งตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ออกกำลังกายเลย

แต่ก็ได้เริ่มอ่านหนังสือ Body Intelligence ที่ซื้อมาตั้งนานแล้ว หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เคล็ดลับการขจัดไขมันส่วนเกิน แต่เป็นคู่มือจิตวิทยาที่บอกให้เราเข้าใจตัวเองว่าทำไมเราจึงอ้วน แม้จะอ่านไปได้เพียงบทเดียวก็ได้ความหลายอย่าง เช่น
– หลังจากทำแบบทดสอบเรื่อง Restrain Eating พบว่าตัวเองเข้าข่าย และคนที่เข้าข่ายจะมีนิสัยกินสั่งลาเพื่อเริ่มโปรแกรมลดน้ำหนักครั้งใหม่
– ด้วยธรรมชาติของมนุษย์ เป็นธรรมดาที่กลไลการเอาตัวรอดจะทำงานด้วยการสะสมไขมัน
– ธรรมชาติระดับยีนส์ในร่างกาย มีผลต่อความอ้วน แต่เป็นผลเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีกลไกอื่นๆ อีกที่เป็นปัจจัยสำคัญ

หนังสือเล่มนี้บอกไว้ว่าจะช่วยให้ผู้อ่านกินอาหารตามที่ต้องการได้โดยไม่รู้สึกผิด คงหมายถึงการกินตามธรรมชาติ ไม่ใช่ตามอารมณ์ ก็คงต้องอ่านต่อให้จบ ก็จะเข้าใจความหมายได้เอง

ตอนนี้เริ่มกลับมากินแคปซูลขมิ้นชันแล้ว จะได้เข้าไปช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร นึกขึ้นมาได้อีกสาเหตุที่น่าจะทำให้กระเพาะไม่สบายก็คือ สัปดาห์ก่อนสวาปามสัปปะรดเปรี้ยวๆ ไปมาก คงกัดกระเพาะน่าดู

เริ่มกลับมากินแคปซูลอบเชยด้วยเช่นกันเพราะต้องการความต่อเนื่อง ส่วนน้ำส้มแอปเปิ้ลไซเดอร์ ก็เปลี่ยนจากดื่มผสมน้ำเปล่าก่อนอาหารเช้า-กลางวัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเติมน้ำผึ้งเข้าไปด้วย และดื่มหลังอาหารเย็น เพราะกลัวจะเสาะท้อง

สงสัยตัวเองเหมือนกันว่าจะลดความอ้วนอย่างไรต่อไป…