ภารกิจของครอบครัวในสัปดาห์นี้แน่นเอียดทุกวันรวมถึงวันอังคารที่ต้องเดินทางไปถึงอำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี แน่นอนว่าจะไม่ได้ออกวิ่งไปหนึ่งวัน ส่วนความตั้งใจจะรักษาความสม่ำเสมอของการออกวิ่งยังมีอยู่เต็มเปี่ยม
กลับจากต่างจังหวัดด้วยร่างกายที่อ่อนล้า เช้ารุ่งขึ้นจึงขอวิ่งสั้นเสียหนึ่งวัน ต่อมาก็มีเพื่อนในกลุ่มเพื่อนนักวิ่งบนเว็บไซต์เฟซบุ๊คพาข้อมูลการวิ่งเฉลิมพระเกียรติช่วงปลายเดือนนี้มาแนะนำ น่าสนใจมากด้วยเป็นการวิ่งเฉลิมพระเกียรติ ระยะทางแค่แปดจุดสี่กิโลเมตร ไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ของที่ระลึกจากการร่วมงานและที่สำคัญคืออยู่ใกล้บ้านมาก ทำให้รู้สึกถึงความเป็นไปได้หากจะเข้าร่วม นอกจากร่างกายที่ต้องเตรียมแล้วยังคงมีเรื่องการลงทะเบียนและการกิจการรอบๆ ตัวให้เข้าที่เข้าทางสำหรับวันนั้น ที่สำคัญหวังว่าจะไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรรบกวนก่อนเวลา
เช้าวานนี้จึงทดลองทำระยะแปดกิโลเมตรอีกครั้งเพื่อสังเกตร่างกาย ผลก็คือคงต้องเตรียมกล้ามเนื้อด้วยการซ้อมอีกมากเลยทีเดียว อย่างไรก็ยังคงพอมีเวลา
สัปดาห์นี้สามารถสะสมจนได้เห็นตัวเลขสี่สิบกิโลเมตรอีกครั้ง
น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบเจ็ดกิโลครึ่งเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเหมือนกับตัวเองน้ำหนักไม่ต่ำกว่าเก้าสิบกิโลเห็นจะได้ ดูจากเอวกางเกงที่คับจนน่ารำคาญ ทำให้ต้องพิจารณาเรื่องอาหารการกินในชีวิตประจำวันอย่างคร่ำเคร่งอีกครั้ง ถึงตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะเอาอย่างไรดี จะอดหนึ่งวัน จะอดหรือจะลดมื้อเย็น แล้วจะรับมือกับช่วงค่ำอย่างไร หนทางยังค่อนข้างมืดบอดอยู่ แต่รอบเอวดูเหมือนจะพองขึ้นทุกวัน
พยายามบริหารหน้าท้องก่อนนอนก็กลายเป็นยิ่งตื่นตัวจนนอนไม่หลับ จะเพิ่มการออกกำลังช่วงเย็นก็ยังไม่เสร็จงานหรือมีกิจต่อเนื่องอยู่ พยายามไม่กังวลให้มากเกินไปเพราะเดี๋ยวจะพาไปหาอะไรกินแก้เครียด กลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์ อ้วน-เครียด-กิน ไม่รู้จบได้อีก
