ส่งเสริมภาษาไทยคือการสร้างคุณธรรม

ขับรถกลับมาจากสวนสมเด็จฯ หลังจากออกกำลังกาย ก็ได้ฟังวิทยุก่อนเคารพธงชาติ จำได้ไม่ผิดแน่ว่าเป็นเสียงของคุณหมอประสพ รัตนากร จิตแพทย์อาวุโสที่ผมฟังบทความของท่านทางวิทยุมาตั้งแต่จำความได้ ปกติท่านจะเสนอหลักคิดจิตวิทยาแบบไทยๆ ที่สามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย เช้านี้มาฟังเอาตอนกำลังจะจบบทความเสียแล้ว

สารที่ได้รับก็คือท่านกำลังอธิบายว่าทำไมการส่งเสริมภาษาไทยเป็นการสร้างเสริมคุณธรรมให้กับคนในสังคมได้เช่นกัน จะผ่านเลยไปได้อย่างไร

ท่านยกตัวอย่างจากหนังสือภาษาไทยที่ท่านต้องเรียนจนจบมัธยม 8 ว่าเต็มไปด้วยโคลงกลอนที่สอนใจให้เป็นคนดี แม้กระทั่งหนังสือที่ท่านต้องเรียนระหว่างเป็นนิสิตแพทย์ก็ยังมีเรื่องราวของจรรยาบรรณแพทย์อยู่มากมาย

ทำให้ผมคิดตามไปว่านั่นเป็นความจริงที่แท้ เพราะการไม่ส่งเสริมภาษาไทย ขนาดที่ครูเองก็ยังพูดภาษาไทยไม่ชัด วรรณกรรมไทยดีๆ มากมายก็จะถูกละเลย หันไปสนใจแต่วรรณกรรมเทศที่ก็มีเหมือนกันที่สอดแทรกคุณธรรมประจำใจไว้ แต่นั่นไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตไทยหรือเปล่า ทำให้จับต้องไม่ได้ นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันไม่ได้ หรืออาจจะดูดีแต่ก็เบาหวิวจนเกินไป

ตั้งแต่มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 1 ประเทศไทยก็มุ่งหน้านำเข้าวัตถุจากต่างชาติ เพียงเพราะคิดว่านั่นจะมาช่วยพัฒนาประเทศได้ แต่ไม่รู้เท่าทันว่านั่นเป็นการนำเข้าวัฒนธรรมเทศเข้ามาพร้อมกันด้วย สุดท้ายของดีที่มีอยู่แล้วก็ถูกละเลย

เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะคนที่เห็นว่าของเทศนั้นดีแน่เพราะคุ้นเคยอย่างนั้น มันไม่ใช่ความผิดของวัฒนธรรมดั่งเดิมของไทยเลยใยต้องละทิ้งจนแทบจะสูญพันธุ์ไป แถมยังเหยียดด้วยใจหยาบว่ามันไม่ทันสมัย

ตั้งแต่มีภาษาไทย วรรณกรรมไทยถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองสังคมไทยอยู่แล้ว หากส่วนใดมันไม่เข้ากับยุคสมัย จริงแล้วก็ไม่เสียหายที่จะพัฒนาต่อไปโดยต้องเข้าใจพื้นฐานอย่างลึกซึ้ง

คนหน้าจอสมัยนี้ฟังดูก็รู้ว่าอ่านหนังสือน้อย เพราะพบว่าพูดสำนวนไทยผิดที่ผิดทางผิดความหมายอยู่เนืองๆ แถมยังรู้สึกไปเองว่านั่นโก้เก๋นัก พยายามจะด้นสดโดยไม่มีฐานความรู้จริง นั่นยิ่งเป็นการประจานความไม่รู้ของตัวเองออกมาเสียมากกว่า

ผมเห็นด้วยกับคุณหมอประสพอย่างยิ่งครับ