ยังไม่หายดีนัก

นับตั้งแต่วันอังคารที่แล้วถึงวันนี้ก็สิบสามวันแล้วกับการกลับมาของโรคเก๊าต์กำเริบ เจ็บป่วยครานี้ผมพยายามใช้ยาให้น้อยที่สุด หากเป็นเมื่อก่อนผมคงอัดยาทุกมื้อตั้งแต่เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน เพื่อให้หายโดยเร็วจะได้กลับไปปฏิบัติงานได้ นั่นเป็นหลักคิดที่ห่วงแต่งาน ไม่ได้ห่วงว่าร่างกายต้องการอะไรมากกว่านั้น ถึงได้ส่งสัญญาณออกมา

ผมรู้ตัวแล้วว่าร่างกายต้องการวิถึชีวิตที่ปราศจากมลพิษ ทั้งมลพิษจากอากาศ อาหาร และอารมณ์ ต้องเป็นวิถีชีวิตที่ยึดหลัก “กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน” จริงแล้วผมเข้าใจวลีนี้ตั้งแต่ไปฝึกภาคสนามในการเรียนรักษาดินแดนปีสี่ แต่การเข้าถึงวิถีชีวิดแบบนั้น ไม่สามารถทำได้เพียงชั่วลัดนิ้วมือ พูดไปก็เหมือนแก้ตัว

รอบๆ ข้อเท้าผมดีขึ้นจากอาการบวมตุ่ยแล้ว แต่กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นภายในนั้นยังรู้สึกเจ็บอยู่ ยังไม่สามารถเดินออกกำลังได้ ทำให้การแข่งขันหลายรายการที่ร่วมอยู่ต้องรอต่อไป แถมมีการแข่งขันใหม่ถึงสองรายการส่งเทียบเชิญมาเรียบร้อยแล้ว เดือนหน้าเจอกันแน่นอน

เช้านี้เดินขึ้นตาชั่งแบบแกนๆ เพราะใจหนึ่งก็ยังกลัวว่าที่นั่งๆ นอนๆ มาตลอดสัปดาห์นั้นจะได้ผลคือน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเป็นของสมนาคุณ ปรากฏว่าเข็มตาชั่งวิ่งเล่นอยู่แถวเก้าสิบสามกิโลครึ่ง ค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย

หวังว่าภายในไม่กี่วันนี้จะได้เริ่มออกเดินเบาๆ ได้บ้างแล้วเพราะไม่อยากทิ้งเพื่อนๆ นักเดินและวิ่งทั้งในเมืองไทยและทั่วโลกไปเลยจริงๆ