สัปดาห์นี้เริ่มต้นไม่ค่อยสวยเสียเท่าไหร่ เพราะคืนวันเสาร์เกิดตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วนอนไม่หลับแล้ว จึงตัดสินใจนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ราวสองชั่วโมง เข้าไปนอนต่อสักพักก็ต้องรีบตื่นขึ้นมาทำภารกิจประจำอีก ในที่สุดก็ไม่ได้ออกกำลังเพราะไม่อยากฝืน และต้องนอนเก็บแรงไว้เดินทางไกล กรุงเทพ-หนองใหญ่ ชลบุรี ในตอนเที่ยงอีก ไปกลับในครึ่งวันเพื่องานศพโดยเฉพาะ
การวิ่งจึงเริ่มจริงในวันจันทร์ต่อมา ก็พยายามปรับแผนให้สถิติตลอดสัปดาห์ยังพอจะเทียบกับสัปดาห์ก่อนได้ แต่ก่อนจะจบสัปดาห์ก็จบเดือนมกราคมปีใหม่นี้ไปอย่างรวดเร็วในวันพฤหัสบดี
สถิติของเดือนมกราคมนี้ก็ดีขึ้นกว่าเดือนที่แล้ว เพราะสามารถออกกำลังได้ต่อเนื่อง หยุดไปเพียงไม่กี่วัน
พอเริ่มวันศุกร์เป็นเดือนใหม่ ก็คิดอยากจะเริ่มต้นด้วยระยะสิบกิโลเมตรเสียหน่อย วิ่งไปวิ่งมาระยะทางไม่ก้าวหน้าอย่างผิดสังเกต อุตสาห์ตื่นแต่เช้ามาออกกำลังรับเดือนใหม่นะนี่ กลายเป็นว่าหนึ่งชั่วโมงวิ่งได้แค่แปดกิโล หายไปตั้งสองกิโล งานนี้มีลุย
จึงตัดสินใจกู้ระบบในไอพ็อดกลับไปเหมือนตอนออกจากโรงงาน เป็นการล้างเครื่องนั่นเอง จากนั้นจึงเริ่มกันใหม่ในวันเสาร์
เริ่มต้นด้วยความกังวลว่าเจ้าตัวเซนเซอร์จะมีปัญหา จึงต้องฉวยเอาไอพ็อดมาคอยดูข้อมูลอยู่เรื่อยๆ ระยะสองกิโลแรกก็ออกจะน่าเป็นห่วง จึงเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นเพื่อสังเกตการทำงานอีก จนเลยระยะสี่กิโลไปพร้อมกับช่วงเพลงประกอบการวิ่งเปลี่ยนจังหวะ ณ เวลาที่กำหนด เป็นอันว่าเข้าใกล้สถานการณ์ปกติแล้ว จึงรักษาความเร็วเอาไว้ให้สม่ำเสมอ
ดีที่อากาศเช้าวันเสาร์ที่ไม่ค่อยมีรถวิ่งผ่านหน้าบ้านจะไม่ค่อยมีควันรถรบกวน จึงไม่รู้สึกแย่เหมือนวันอื่นๆ ระหว่างสัปดาห์ ในที่สุดก็สามารถทำสถิติใหม่ให้กับระยะทางสิบกิโลด้วยเวลาไม่ถึงห้าสิบเก้าวินาที
ยังคงต้องสังเกตอาการของเซนเซอร์ต่อไปอีก อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปเลย ยังไม่อยากเสียเงิน แถมน้ำหนักก็ยังไม่ยอมลดจากเก้าสิบเอ็ดกิโล ยิ่งต้องการการเผาผลาญไขมันอีกไม่น้อย แต่ระหว่างสัปดาห์ยังอิ่มหนำกับมื้อเย็นอยู่ไม่ยอมเปลี่ยน
อย่าปล่อยให้ความกังวลทั้งหลายมากดดันก็แล้วกัน เดี๋ยวต้องกลับสู่วังวงเดิมๆ อีก