สองสถิติในสัปดาห์เดียว

และแล้วก็มาถึงวันที่ครบรอบปีของการออกกำลังด้วย ไนกี้พลัสไอพ็อด สปอร์ตคิท คงต้องเขียนถึงเรื่องนี้ทำนองสรุปสถิติประจำปีเสียทีหนึ่ง

สัปดาห์นี้ได้เดินหน้าอดล้างพิษหนึ่งวันอีกครั้งในวันพุธ คราวนี้เปลี่ยนจากมะละกอเป็นกล้วยน้ำว้าราวสองหวีแทน เพราะดูท่ามะละกอจะสุกไม่ทัน แถมกล้วยน้ำว้าเครือเล็กจากอัมพวานี้ก็อยู่ในแผนการตั้งแต่แวะเลือกซื้อกล้วยจากชาวสวนระหว่างทางกลับจากวัดแม่พระบังเกิด วัดที่มีโบสถ์แบบโกธิคของชาวคาทอลิกในบางคนทีมายังอุทยานรัชกาลที่สองในอัมพวาตั้งแต่วันจันทร์ ก็ทรมานไปอีกแบบเพราะจำนวนกล้วยไม่พอประทังความหิวได้ กล้วยส่วนหนึ่งไปแบ่งไปทำกล้วยบวดชีเสียก่อนแล้วในวันอังคาร

มื้อกลางวันในวันรุ่งขึ้นรู้สึกว่ากินมากผิดปกติ ราวกับชดเชยความรู้สึกของเมื่อวาน อย่างนี้ไม่ดีสักเท่าไหร่ จนมาถึงวันศุกร์ เป็นการออกกำลังกายครบสามร้อยครั้ง ก้าวหน้าไปอีกขึ้น

แม้ว่าจะต้องหยุดไปหนึ่งวันหลังการอดล้างพิษ แต่สถิติของสัปดาห์นี้ก็ไม่กระทบมากนัก นี่หากว่าเจ้าเซนเซอร์ไม่ออกอาการหลับๆ ตื่นๆ เหมือนก่อนที่จะอดล้างพิษ สถิติของสัปดาห์นี้แทบจะไม่ต่างจากสัปดาห์ที่แล้วที่วิ่งเต็มทุกวันเลยทีเดียว

ส่วนน้ำหนักตัวชั่งเมื่อเช้า ในสองครั้งแรกชั่งได้แปดสิบแปดกิโลพอดี ครั้งที่สามจึงลองยืนบนตาชั่งให้ชิดขอบด้านบนอีกหน่อย ปรากฏว่าชั่งได้แปดสิบแปดกิโลครึ่งเหมือนสัปดาห์ที่แล้ว เอาตัวเลขนี้ก็แล้วกัน อย่างน้อยก็ดีที่ไม่ขึ้นไปกว่าเดิม

สัปดาห์นี้ได้หยุดกินน้ำมันมะพร้าวอีกด้วย เพราะรู้สึกว่าอาหารไม่ค่อยจะย่อย จึงต้องลองปรับการกินไปนิดหน่อย ไม่รู้ว่ามีผลให้การเผาผลาญลดลงไปด้วยหรือไม่

เจ้าเซนเซอร์ในรองเท้าชักจะออกอาการแย่ลงไปอีกเมื่อกลับมาวิ่งหลังจากอดหนึ่งวันล้างพิษ ไม่รู้ว่าเพราะไม่ค่อยได้อบอุ่นร่างกายมากนักก่อนวิ่งด้วยหรือเปล่า ก็แหม…อากาศร้อนเสียอย่างนี้ แต่ผลที่ตามมาอีกประการจากสภาพอากาศก็คือเมื่อวิ่งไปได้สักสองในสามหรือประมาณสี่สิบนาที ร่างกายป้อแป้อยากจะหยุดเสียดื้อๆ ต้องพยายามประคองต่อไปให้ครบเวลา วิ่งเสร็จสักครู่ก็สดชื่นเป็นปกติ อาการเกร็งที่กล้ามเนื้อสะบักขวาจะรุนแรงขึ้นเช่นกันเมื่อวิ่งนานเข้า เป็นอุปสรรคต่อการประคองกายให้วิ่งต่อไปไม่น้อย

หากเซนเซอร์อาการไม่ดีขึ้น ศุกร์หน้าคงต้องหาเซนเซอร์ชุดใหม่มาใช้แล้ว ส่วนสัปดาห์ใหม่ต้องตื่นขึ้นมาอบอุ่นร่างกายให้มากขึ้นกว่าเดิมก่อนจะออกวิ่ง

ข้อมูลเพิ่มเติม