พยายามจะกลับมา

กำหนดจิตตัวเองไว้ว่าจะขอพักรักษาตัวในครั้งนี้เพียงสิบสองวัน จะได้กลับมาวิ่งออกกำลังกายได้อีกในวันที่สิบสาม

เช้าวันอาทิตย์ ทันทีที่เริ่มสัปดาห์นี้จึงตั้งใจกลับมาวิ่งออกกำลังให้ได้อีกครั้ง

แต่อุปสรรคไม่ได้มีเพียงสภาพร่างกาย เจ้าไอพ็อดก็ยังคงเพี้ยนไม่สร่าง วิ่งได้สองวันวันละสี่สิบห้านาทีได้ระยะทางเพียงหกกิโลและสร้างกราฟแสดงลักษณะการวิ่งก็เพี้ยนอย่างเห็นได้ชัด จึงตัดสินใจรีเซ็ตเครื่องใหม่ทั้งหมด พร้อมกับหวังใจว่าอาจจะเข้าที่เข้าทางได้บ้าง

การณ์กลับไม่เป็นดังหวัง อาการเพี้ยนของไอพ็อดยังคงเหมือนเดิม พยายามวิ่งให้ได้สี่สิบห้านาทีต่อวันตามแผนเพื่อฟิ้นฟูร่างกายให้กลับมาพร้อมวิ่งให้ได้นานขึ้น รูปกราฟแสดงการวิ่งก็ยังคงเพี้ยนอยู่

มาถึงเช้าวันศุกร์ อาการเจ็บที่ข้อหัวแม่เท้าซ้ายยังคงตามมาหลอกหลอนอยู่ ไม่ต้องคิดนาน ตัดสินใจหยุดวิ่งเพื่อแช่เท้าในน้ำเย็นแต่เช้า

สรุปความพยายามกลับมาครั้งนี้ก็เป็นไปตามอัตภาพ ไม่อยากคาดหวังตัวเลขสถิติให้มากมายนัก ตั้งใจไว้ครึ่งหนึ่งว่าขอให้วิ่งได้ตามแผนในระยะนี้ก็ดีแล้ว สถิติการวิ่งจึงออกมาอย่างนี้

ยังคงแผนการรักษาข้อหัวแม่เท้าประจำวันไว้ในทุกวันเพื่อพิสูจน์ว่าธรรมชาติบำบัดต้องทำได้ แม้บางวันจำเป็นต้องกินยาสมัยใหม่บ้างเพื่อตัดอาการเจ็บปวดเสียก่อน

อีกเรื่องที่ต้องปรับก็คือไอพ็อดเจ้ากรรม เท่าที่วิเคราะห์หาสาเหตุของอาการเพี้ยน คิดว่าความเพี้ยนทั้งหลายเกิดขึ้นหลังจากได้อัพเดทเฟิร์มแวร์ของเครื่องในช่วงปลายปีที่แล้ว จึงอยากลองหาเฟิร์มแวร์รุ่นแรกที่เคยใช้มาทดลองดูว่าจะพบปัญหาอีกไหม สัปดาห์ใหม่คงได้เห็นกัน

ส่วนแผนการออกกำลัง ก็คิดๆ อยู่ว่าน่าจะมีแผนการออกกำลังทางเลือกเอาไว้สำหรับวันที่ไม่สามารถวิ่งได้ อาจจะเป็นการยกน้ำหนักเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้ิอเพราะจนแล้วจนรอด น้ำหนักเจ้ากรรมก็ยังไม่เห็นความก้าวหน้า ชั่งเมื่อเช้านี้เพียงครั้งเดียวได้ผลที่แปดสิบเก้ากิโลก็หยุดชั่งเลย คิดว่าอาจจะถึงเวลาสร้างกล้ามเนื้อมาช่วยเผาผลาญพลังงานแล้วหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ

ส่วนแผนการวิ่งแบบเป็นคาบ (อินเตอร์วัล เทรนนิ่ง) ก็ยังคงคิดไม่ออกว่าจะใช้ความเร็วขนาดไหนดี เพียงแค่วิ่งให้ได้เต็มเวลาทุกวันนี้ก็ลำบากกายอยู่ไม่น้อย แต่ถึงอย่างไร นั่นก็เป็นเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึงให้ได้