ชาติก่อนกับชาตินี้

ผมเป็นนักศึกษาปีแรกของสาขาวิชาไทยคดีศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้เรียนรู้เหตุการณ์เมื่อครั้งต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ว่า สยามประเทศจำเป็นต้องเปิดประเทศด้วยการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจจากแบบพอยังชีพไปเป็นการผลิตตามความต้องการของตลาด

สมัยนั้นเราถูกกดดันอย่างหนักทางเศรษฐกิจโดยมีการเมืองแบบนักล่าอาณานิคมอยู่เบื้องหลัง วิธีดำเนินการแบบของอังกฤษนั้นนุ่นนวล ขณะที่ฝรั่งเศสนั้นนิยมใช้กำลัง เราถูกเรือรบของฝรั่งเศสลอยลำเข้ามาปิดปากแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระเจ้ากรุงสยามที่นำพาชาติผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ มาได้

แต่เมื่อไม่นามมานี้ มีข่าวการเดินทางมาของผู้นำฝรั่งเศสสมัยนี้ เป็นการเยือนประเทศไทยในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน การพบกันของผู้บริหารประเทศทั้งสอง กอรปกับความรู้สึกเปรียบเทียบอันเนื่องมาจากฐานความรู้ที่ผมได้ศึกษามานั้น ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาเองว่าสมัยก่อนเราต้องอดทนต่อสู้อย่างหนักเพื่อรักษาเอกราชจากการรุกรานของฝรั่งเศส แต่สมัยนี้ดันกับตาลปัตรตรงที่ผู้บริหารประเทศตั้งหน้าตั้งตาจะยกเอกราชไปให้เขา ไม่ว่าจะมีเหตุปัจจัยอะไรผลักดัน ไม่ว่าจะมีเหตุผลมากมายเป็นน้ำท่วมทุ่ง มันก็ไม่สามารถลบล้างความรู้สึกว่าเรากำลังถูกคนบางคนขายชาติของเราให้คนอื่นเพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เสียอย่างนั้น

นักเขียนการ์ตูนชาวฝรั่งเศสได้บรรยายความคิดในใจของผมออกมาได้อย่างชัดเจนโดยเราทั้งสองไม่ได้เคยพบปะสังสรรค์กันมาก่อน

historyofsiamese_frenchrelations.png

ยิ่งศึกษามากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งพบว่าประวัติศาสตร์มันทำซ้ำตัวมันเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะยุคสมัยของทรราชย์และเผด็จการ ที่เกิดขึ้นอีกครั้งในขณะนี้

จะต่างกันตรงรายละเอียดบ้างก็เป็นไปตามยุคสมัยนั้นๆ เอง

ทำไมคนไทยจึงอดทนต่อเรื่องเหล่านี้ได้มากที่สุดในโลก? ทำไม?

ขำขัน ตามยุคสมัย

แท็กซี่คนหนึ่งนั่งฟังการปราศรัยของเพื่อพ้องกลุ่มแท็กซี่ที่รักท่านนายกฯ กำลังด่ากลุ่มพันธมิตรอย่างเผ็ดร้อน

เขานั่งรำพึงและคิดตามในใจ

“เฮ้อ บ้านนี้เมืองนี้ มีแต่ไอ้พวกโง่ทั้งนั้น ท่านนายกฯ เป็นคนดี ทำงานหนัก ช่วยเหลือคนจน มีแต่พวกเราแท็กซี่ที่เข้าใจหัวอกหัวใจของท่าน”

“ดูซิ มีแต่ไอ้พวกเสียประโยชน์ทั้งนั้น ตั้งแต่ไอ้คนนั้นมันติดหนี้รุงรังเลยหันมาแว้งกัดท่านนายกฯ เพราะว่าท่านตรงไปตรงมา ไม่ยอมช่วยเหลือคนหนีหนี้”

“ยังมีพวกอาจารย์ อีก แหมทำไปได้ ให้สอนหนังสือ ดันออกมาประท้วง อย่างนี้จะไปสอนลูกหลานเราได้ยังไง”

“ไม่พอ ยังมีกลุ่มนักเรียนมัธยม นิสิต นักศึกษา อีก ไอ้พวกนี้เรียนสูงซะเปล่า ทำไมโง่ดักดาน เสียเงินงบประมาณชาติจริง”

“อ้าว นั่น พวกข้าราชการออกมาแล้ว ไอ้พวกนี้นี่ไม่สำนึกบุญคุณท่านเสียเล้ย ท่านอุตสาห์ขึ้นเงินเดือนให้ ยังออกมาด่าท่านอีก แย่จริง”

“พวกพนักงานรัฐวิสาหกิจนี่ก้ออีกพวก ท่านบอกว่าเอารัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุน เพื่อหาเงินมาปรับปรุงการบริการ แต่ไอ้พวกนี้มันขี้เกียจ ไม่อยากเปลี่ยนแปลง นี่ยังดีที่ท่านยังเก็บพวกมันเอาไว้ เป็นข้าล่ะก้อ ไล่มันออกไปหมดแล้ว”

“อ้าว นี่ก็พวกหมอ พยาบาลก็เอากับเขาด้วย เอ นี่ขนาดหมอนะ ทำไมโง่ขนาดนี้ ไอ้พวกนี้มันหมอไร้จรรยาบรรณทั้งนั้น ชั่งหัวมัน ข้าเจ็บป่วยเมื่อไหร่ ข้าไม่มีวันไปให้ไอ้หมอพวกนี้รักษาหรอก”

“เอ้อ ท่านทูตก็ออกมาด่านายกฯ ด้วยเหรอนี่ เกิดมาไม่เคยเห็น แหม มันก็เสียประโยชน์ทั้งนั้น ไอ้ทูตพวกนี้ต้องถูกปลดออกแน่นอนเลยออกมาด่าท่านได้ขนาดนี้”

“และก็ประชาชนหน้าโง่ทั้งหลาย เรียนตั้งปริญญาตรี ปริญญาโท บางคนจบด็อกเตอร์ยังโง่ออกมาให้ไอ้คนนั้นมันปั่นหัวอีก สงสัยได้เงินมาแน่ๆ สงสารประเทศไทยจริงๆ สมแล้วที่ข้าไล่พวกมันลงจากรถซะ”

แท็กซี่คิดพร้อมกับยิ้มด้วยความสุข รำพึงรำพัน

“ก็เพราะท่านนายกฯ นี่แหละ ให้การดูแลเอาใจใส่แท็กซี่เป็นอย่างดีไม่รังเกียจว่าเราจน หาเช้ากินค่ำ ทำให้เรามีสติปัญญามากกว่าไอ้คนพวกนั้น ทำให้เรารู้เลยว่าแม้กระทั่งคนเป็นหมอเป็นทูต ดอกเตอร์ยังมีสติปัญญาสู้พวกเราไม่ได้เล้ย”

หลังจากฟังการปราศรัยจบ แท็กซี่คนนั้นก็กลับบ้านด้วยรอยยิ้มและใจฮึกเหิม

เมื่อเปิดประตูห้องเช่าเจอหน้าลูกๆ และเมียรัก ก็รำพันไม่หยุดหย่อน

“พี่รักอาชีพนี้จริงๆ เพื่อนฝูงพี่มีแต่คนฉลาดๆ ทั้งนั้น เมื่อไหร่ลูกโตขึ้นให้มาขับแท็กซี่อย่างพี่ดีกว่า เพราะท่านนายกฯ รักพวกเราจริงๆ”

เมียเห็นผัวอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เลยถามกลับไปว่า

“สงสัยพี่วันนี้จะเหลือเงินกลับมาเยอะเลยเนอะ ไหนมาดูซิว่ามีเท่าไหร่ ชั้นต้องเก็บเงินเป็นค่าเทอมให้ไอ้แดงมันด้วย”

“พ่อ ขอสิบบาท จะไปซื้อหนม” ไอ้แดงวิ่งมาขอเงิน

แท็กซี่หน้าสลด พร้อมกับตอบไปว่า

“วันนี้ พี่ไปไล่ผู้โดยสารที่เกลียดท่านนายกฯ ลงซะเยอะ แถมตอนบ่ายๆ พี่มัวแต่ไปฟังปราศรัยที่หมอชิตเลยวิ่งได้ไม่เยอะ นี่เหลือกลับมาสิบห้าบาท เดี๋ยวนี้มันหากินยาก แท็กซี่มันวิ่งกันเยอะ ค่าแก๊สก็ขึ้น แต่ถ้าท่านคนนี้ได้มาเป็นนายกฯ ชีวิตพวกเราก็จะดีขึ้นมากนะ เอ้า ไอ้แดง เอาไปห้าบาทก่อน อย่าใช้เปลือง เงินทองมันหายาก”

เมียแท็กซี่ได้ยินดังนั้น เกิดอาการโกรธจัดพร้อมกับด่าว่าผัวแท็กซี่อย่างแรง

“ไอ้ควายเอ้ย มันเป็นนายกฯ มาห้าปี เอ็งยังเหลือเงินกลับบ้านสิบห้าบาท แล้วถ้ามันเป็นต่อ เอ็งไม่ต้องมาขอเงินข้าใช้เหรอ ไอ้ผัวโง่ คืนนี้เอ็งไม่ต้องมานอนที่นี่ ไปนอนเฝ้านายกฯ หน้าบ้านจันทร์ส่องหล้าไป๊”

แท็กซี่คันนี้รักนายกฯ
ขำขันแท็กซี่รักทรราชย์หน้าเหลี่ยม

หยุดคุกคามสื่อ

โดยกวีซีไรต์ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ 5 เม.ย.2549 ณ สมาคมผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย

หยุดคุกคามสื่อ

สังคมนี้มีคนสองชนชั้น
คือหนึ่งนั้นผู้ได้เปรียบกดขี่ข่ม
สองคือผู้เสียเปรียบถูกเหยียบจม
เราอยู่ในสังคมแห่งชนชั้น

ชนชั้นผู้ได้เปรียบกับเสียเปรียบ
ฝ่ายหนึ่งเหยียบอีกฝ่ายไปเป็นขั้น
จนเห็นเป็นธรรมดาเป็นสามัญ
ต่างแย่งชิงแข่งขันเหยียบกันไป

สื่อต้องเป็นตาที่สามของสังคม
เห็นสามานย์โสมมแห่งยุคสมัย
สื่อต้องเป็นปากเสียงอันเกรียงไกร
ร่วมขับไล่ คัดค้าน พาลภารา

เมื่อโลกเงียบด้วยอธรรมคุกคามเข่น
สื่อต้องเป็นปากเสียงตะโกนกล้า
เมื่อโลกมืดมัวมนด้วยมายา
สื่อต้องเป็นดวงตาประชาชน

กันดารแดนก็จะดั้นกันดารแดน
ระส่ำแสนฝนห่าจะฝ่าหน
ที่เถื่อนถ่อยจะท้าทับทุกมณฑล
จะไม่ยอมจำนนความต่ำทราม

เสรีสื่อคือเสรีแห่งประชา
อันใดฤๅจักกล้ามาหยาบหยาม
ทั้งฟ้าดินจะจารึกผนึกประณาม
คุกคามสื่อคือคุกคามประชาชน

ปัญหาต้องถูกแก้ไขที่เหตุปัจจัย จากนั้นต้องสร้างกระบวนการป้องกันเพื่อไม่ให้ปัญหานั้นเกิดขึ้นอีก

ทั้งหมดนั้นเป็นกระบวนการทางปัญญา…

นี่แหละความหมายของคำว่า…กู้ชาติ

วันนี้คุณกาแฟดำเขียนบรรยายความลงในกรุงเทพธุรกิจได้ตรงกับความรู้สึกลึกๆ ของผมอย่างละเมียดละไมอีกครั้ง

ผมอยากเห็นสังคมไทยกลับมาเป็นอย่างเดิม อย่างที่เมื่อก่อนปีพ.ศ. ๒๕๔๔ เรามีคนไทยที่ไม่เสื่อมคุณธรรมเท่าทุกวันนี้
Continue reading นี่แหละความหมายของคำว่า…กู้ชาติ

ก่อนจะสาย

ก่อนจะสาย
เนื้อร้อง/ทำนอง: ปฐมพงศ์ สมบัติพิบูลย์
เรียบเรียง: จักรรินทร์ ดวงมณีรัตนชัย
วง หิน เหล็ก ไฟ
อัลบั้ม หิน เหล็ก ไฟ (มกราคม 2536)

(พูด) ชีวิตไร้สาระขนาดไหน ยังไม่สายเกินไปที่จะแก้ไข
แม้ชีวิตจะเหลือน้อยลงเพียงใด ก็ยังไม่สายเกินกว่าจะทำดี

แต่ก่อนใกล้ชิดกันอยู่ แต่ไม่เคยรู้คุณค่ากันและกัน
พอจากไปคนละทางห่างกัน จึงรู้ซึ้งใจเรื่องราว

แต่ก่อนมีชีวิตอยู่ ไม่เคยถนอมรักษาความสัมพันธ์
ขาดความดีที่มีต่อกัน สุดท้ายแล้วมาโอดโอย

สำนึกเมื่อจากไป เห็นความดีเมื่อสาย อาลัย อาวรณ์
คนมักเป็นเช่นนี้ คุณอาจเป็นเช่นนี้ มา มา…

ทำดีให้กันก่อนจะสาย ตายไปแล้ว ไม่มีประโยชน์

ก้มกราบหน้าหลุมคร่ำครวญ ผีไม่อาจหวนฟื้นฟังคำของใคร
จะดี จะเลวให้กันก่อนตาย ก่อนสายรู้กันให้ถ่องแท้

สำนึกเมื่อจากไป เห็นความดีเมื่อสาย อาลัย อาวรณ์
คนมักเป็นเช่นนี้ คุณอาจเป็นเช่นนี้ มา มา…

ทำดีให้กันก่อนจะสาย ตายไปแล้ว ไม่มีประโยชน์

(solo…)

สำนึกเมื่อจากไป เห็นความดีเมื่อสาย อาลัย อาวรณ์
คนมักเป็นเช่นนี้ คุณอาจเป็นเช่นนี้ มา มา…

ทำดีให้กันก่อนจะสาย ตายไปแล้ว ไม่มีประโยชน์

til fade….

a silent scream from inside.