แม้จะเริ่มด้วยมงคล

สัปดาห์นี้เริ่มต้นด้วยมงคลชีวิตเพราะวันจันทร์เป็นวันวิสาขบูชา จึงเลือกอดล้างพิษในวันนี้เสียเลย ปกติแม้จะเป็นเช้าวันอดล้างพิษก็ยังสามารถออกกำลังกายได้เต็มชั่วโมงแต่คราวนี้ออกอาการหมดเสียตั้งแต่ครึ่งทาง จึงจำเป็นต้องหยุดเสียก่อนเวลา

ระหว่างสัปดาห์ เซนเซอร์เจ้ากรรมก็ออกอาการแปลกๆ จนไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้ เช้าวันพุธที่ค่อนข้างสดชื่นแต่กลับทำระยะทางได้ไม่ดี ผิดกับวันรุ่งขึ้นที่ตื่นยากกว่าที่ควร พอวิ่งเสร็จกลับได้ระยะทางดีกว่าธรรมดา แม้จะยอมรับได้แล้วว่าความเร็วที่วัดได้จากเซนเซอร์จะไม่สวยล้ำเหมือนก่อน แต่ก็อยากให้ไม่เพี้ยนไปเลยอย่างนี้

สถิติระหว่างสัปดาห์ก็ได้ตามอัตภาพ

ส่วนน้ำหนักตัวก็ยังไม่พุ่งขึ้นไปรุนแรง ยังคงนิ่งอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลครึ่ง ถือได้ว่าเดือนนี้ไม่มีความคืบหน้าเสียเลย นี่ไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้มีความเครียดสะสมอยู่ในใจจนทำให้ต้องมีมื้อดึกอีก ดีที่มื้อเย็นนั้นค่อนข้างเบาอย่างมูสลี่กับนมถั่วเหลือง พอเครียดบวกหิวเพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถควบคุมใจให้สงบได้

ความเครียดนี้จะยังคงอยู่ เพราะยังไม่สามารถละความรู้สึกมีส่วนร่วมกับสังคมในปัจจุบันได้เลยตอนนี้

ผ่านหลักกิโลสำคัญ

สัปดาห์นี้ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเหมือนเคย รู้สึกว่าชีวิตชักจะเดินซ้ำซากเหมือนเดิมไปหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ ชีวิตช่วงนี้ยังไม่มีความท้าทายใหม่เข้ามา อย่าเพิ่งมีเลย เพียงแค่รักษาความสามารถในการครองชีพในประเทศนี้ในยามนี้ไว้ให้ได้ก็แทบกระอักเลือกอยู่แล้ว อารมณ์เซ็งยังคงผุดเข้าผุดออกอยู่เป็นระยะ

เกือบลืมไปว่าสัปดาห์นี้ได้ลองเปลี่ยนอาหารเย็นไปเป็นมูสลี่ใส่น้ำถั่วเหลืองแทน กินอยู่ได้ห้าวันก็หมดแล้ว หากคิดค่าอาหารก็แพงไม่น้อยเลย และก็ไม่แน่ใจว่าเพราะอย่างนี้หรือเปล่าที่ทำให้มื้อดึกแวะเวียนกลับมาอยู่เนืองๆ

การออกกำลังกายเดินทางมาถึงสถิติสำคัญอีกครั้งในเช้าวันอังคาร เป็นการทำระยะทางผ่านสองพันห้าร้อยกิโลเมตรสำเร็จแล้ว แถมยังเป็นการออกกำลังครั้งที่สามร้อยยี่สิบเอ็ดเสียด้วย

มาถึงเช้าวันพุธ เริ่มต้นสายไปหน่อยจึงขอลดเวลาลงเหลือเพียงสี่สิบห้านาที ส่วนเช้าวานนี้หลังจากกินขนมรองท้องเข้าไปแล้วรู้สึกว่าวิ่งไม่ค่อยออก ระบบการหายใจไม่เป็นธรรมชาติ ฝืนวิ่งไปได้เพียงสามสิบห้านาทีก็ตัดสินใจหยุดดีกว่า ขอรักษาชีวิตเอาไว้ก่อน

หยุดวิ่งมานั่งพักไปฟังเพลงไป ธรรมชาติเหมือนจะเป็นใจมาช่วยเยียวยา ส่งสายลมพัดเอื่อยแต่ต่อเนื่องมาให้ รู้สึกว่าฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี

สถิติของสัปดาห์นี้จึงไม่เต็มที่นัก แต่ก็ไม่น้อยไปกว่าสัปดาห์ก่อนนั้น

ส่วนน้ำหนักชั่งเมื้อเช้านี้ก็ขอเข้าข้างตัวเองเสียหน่อยว่ายังไม่ขึ้นไปกว่าแปดสิบแปดกิโลครึ่ง แม้จะรู้สึกได้ว่าต้องรัดเข็มขัดมากขึ้นเล็กน้อย

สัปดาห์หน้านี้จะขอเริ่มต้นดีๆ ในวันวิสาขบูชาด้วยการอดล้างพิษหนึ่งวัน ตั้งใจว่าจะสวดมนต์และนั่งสมาธิในระหว่างวันเสียหน่อยด้วย

social sanction

ผมเชื่อในเรื่อง social sanction

แม้แต่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่มีฝีมือก็ไม่ควรขายให้คนเลวและครอบครับได้กิน จนกว่าจะสำนึกและใช้กรรมที่ได้ก่อไว้

สังคมไทยกำลังชื่นชมคนร่ำรวยโดยไม่สนใจว่าเขารวยมาได้อย่างไร แต่ social sanction ควรทำงานกับคนรวยและครอบครัวที่โกงเงินภาษีของประชาชน ทำร้ายสังคม ทำผิดกฏหมาย ทำผิดศีลผิดธรรมในทุกกรณี

เวลาไม่เคยคอย

ไม่อยากบ่นแบบนี้เลย แต่นี่เป็นความรู้สึกจริงๆ ขณะนี้ “วันเวลาช่างเดินหน้ารวดเร็วเหลือเกิน” สัปดาห์หนึ่งผ่านไปอีกแล้ว

สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรให้ประหลาดใจ ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้น ชีวิตดำเนินไปได้เรื่อยๆ อย่างที่ควรจะเป็น

พอสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติแล้ว ก็สามารถคาดการณ์แผนการออกกำลังกายในสัปดาห์ได้ บวกกับปัจจัยในครอบครัวอีกหลายประการทำให้ตัดสินใจเลือกวันศุกร์เป็นวันอดล้างพิษอีกครั้ง

คราวนี้รู้สึกว่าทรมานในระหว่างวันอีกเช่นกัน เหตุผลหนึ่งมาจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุนั่นด้วย ส่วนสถิติประจำสัปดาห์ก็ขยับขึ้นมาใกล้เคียงปกติได้แล้ว

ผลการชั่งน้ำหนักเมื่อเช้าได้ความว่าเข็มเล่นกลวิ่งวนอยู่แถวๆ แปดสิบแปดกิโลครึ่งอีกครั้ง ความแปรปรวนน่าจะอยู่ที่ตัวตาชั่งเองหรือเป็นเพราะมื้อดึกที่อุตริกลับมาในระหว่างสัปดาห์ก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ ไม่อยากเป็นกังวลกับมันมากนักเดี๋ยวจะพาอารมณ์เศร้าหมองกลับมา จะยิ่งมีปัญหากันใหญ่

การดำเนินชีวิตให้เป็นปกติต่อไปคงเป็นเรื่องที่ทั้งต้องใช้ความพยายามและไม่ต้องใช้ความพยายาม จะปล่อยให้เป็นไปเรื่อยๆ ก็ดูชีวิตจะไร้หลักคิดไปหน่อย จะคิดมากะเกณฑ์ให้มากก็ออกจะเครียดเกินไป รักษาวิถีให้อยู่ในเส้นเพื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้น่าจะเป็นแผนการดำเนินชีวิตที่อยู่กลางๆ ได้

ไม่อยากคิดมาก เดี๋ยวจะเซ็งกันไปใหญ่

สัปดาห์ที่ไม่มีวินัย

เริ่มต้นสัปดาห์นี้ด้วยอาการเจ็บข้อเท้าซ้ายเพราะเกาต์กำเริบยังคงหลงเหลืออยู่ เช้าวันอาทิตย์จึงต้องหยุดออกกำลังอีกหนึ่งวัน พอเริ่มบ่ายก็ถึงเวลาที่ต้องเตรียมชุดเซนเซอร์ใหม่ให้พร้อมสำหรับการใช้งานในวันรุ่งขึ้น

อาการที่ข้อเท้าดีขึ้นแล้ว จึงมั่นใจว่าพอจะทดสอบได้ จึงฉวยรองเท้าและเซนเซอร์ชุดใหม่มาลองท่ามกลางเมฆครึ้มที่ช่วยให้บ่ายวันนั้นไม่มีแดดมากนัก

ผลการทดลองไม่แตกต่างจากอาการเอ๋อของเซนเซอร์ชุดเก่า ถึงแม้จะทำการรีเซ็ตไอพ็อดใหม่อีกครั้งก็ยังคงมีอาการไม่ต่างจากเดิม รู้สึกท้อใจไม่น้อย ลองอยู่สองสามรอบจึงตัดสินใจหยุด มานั่งอ่านข้อมูลจากผู้ใช้รายอื่น เขาก็พบปัญหาทำนองนี้ตั้งแต่เริ่มใช้งานใหม่ๆ เหมือนกัน ไม่ได้เป็นที่เราคนเดียว จึงพยายามทำใจ บอกตัวเองว่าอย่าไปยึดติดกับสถิติตัวเลขให้มากนัก ปัญหาสำคัญอยู่ที่วิ่งไปแล้วบนหน้าจอกลับไม่รายงานความเร็วในขณะนั้นออกมา บ้างก็รายงานเพี้ยนไปเป็นช้ากว่าที่ควรถึงสองเท่าตัว คงจะแก้ไขอะไรไม่ได้มากนักในตอนนี้ ตั้งใจใหม่ว่าอย่างไรก็วิ่งให้ได้หกสิบนาทีต่อวันก็แล้วกัน จะได้ระยะทางเท่าไหร่ก็เท่านั้น

ร่างกายที่ได้ออกกำลังต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงหกสิบนาทีน่าจะได้ประโยชน์ในตัวเองอยู่แล้ว

เช้าวันจันทร์จึงเริ่มออกกำลังอีกครั้งด้วยเซนเซอร์ชุดใหม่ สามวันแรกตั้งใจว่าต้องการจบเดือนเมษายนให้ดีที่สุด ก็สามารถทำได้ตามต้องการ

แม้ว่าจะเป็นการจบเดือนที่สถิติต้อยลงกว่าเดิม ก็ต้องบอกตัวเองอีกครั้งว่าอย่าไปยึดติดกับตัวเลขให้มากนัก สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอในการออกกำลังมากกว่า แต่อุปสรรคก็ยังอยู่ที่ใจที่รู้สึกไม่สนุกเหมือนเดิมเสียแล้ว

เช้าวันพฤหัสฯ ตื่นขึ้นมาแบบไม่เต็มจึงต้องขอหยุดวิ่งเสียอีกวัน ใจหนึ่งก็คิดว่าน่าจะลองวิ่งสักครึ่งชั่วโมง ร่างกายก็น่าจะตื่นตัวได้ แต่ก็เพราะความกระตือรือร้นหมดสต๊อก จึงเลือกที่จะพักอีกวัน สาเหตุมาจากที่อยู่ๆ ก็นอนไม่หลับ ลุกขึ้นมาหาอะไรทำไปเรื่อยๆ จนเกือบตีหนึ่งจึงบอกตัวเองว่าไปนอนดีกว่า ดีที่สามารถควบคุมการกินระหว่างวันให้ไม่มากจนล้นเกินได้

รุ่งขึ้นก็สามารถกลับมาออกกำลังได้อีก จนเช้าวันเสาร์ก็มีเรื่องให้แปลกใจเข้าไปใหญ่เมื่อสามารถทำระยะทางได้เกินเก้ากิโลเมตรในหกสิบนาที จึงวิ่งต่อไปเพื่อให้ได้สิบกิโลเสียเลย เพราะอากาศค่อนข้างเย็นจากคืนฝนพรำเป็นใจให้อยู่แล้ว สถิติของสัปดาห์นี้ยังคงไล่เรี่ยกับสัปดาห์ก่อน

เช้านี้ก่อนเดินขึ้นตาชั่งก็ทำใจไว้มากพอสมควรว่าสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นด้วยอารมณ์ไม่สมบูรณ์นักจากปัญหาการทำงานของเซนเซอร์ การนอนที่ไม่เข้าที่เข้าทาง สมองที่ค่อนข้างเบลอ แถมบางวันก็มีมื้อดึกเสียอีก ถ้าน้ำหนักตัวจะเด้งขึ้นก็ไม่น่าจะแปลก แต่ผลปรากฏให้ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีก เพราะการชั่งทั้งสามครั้งได้ออกมาเท่ากันว่าน้ำหนักตัวลงไปอยู่ที่แปดสิบกิโลถ้วนได้

ความไม่แน่นอนทั้งทางร่างกาย จิตใจและสภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีวิตในแต่ละวันเพี้ยนไปได้เหมือนกัน

a silent scream from inside.