เริ่มต้นสัปดาห์นี้ด้วยอาการเจ็บข้อเท้าซ้ายเพราะเกาต์กำเริบยังคงหลงเหลืออยู่ เช้าวันอาทิตย์จึงต้องหยุดออกกำลังอีกหนึ่งวัน พอเริ่มบ่ายก็ถึงเวลาที่ต้องเตรียมชุดเซนเซอร์ใหม่ให้พร้อมสำหรับการใช้งานในวันรุ่งขึ้น
อาการที่ข้อเท้าดีขึ้นแล้ว จึงมั่นใจว่าพอจะทดสอบได้ จึงฉวยรองเท้าและเซนเซอร์ชุดใหม่มาลองท่ามกลางเมฆครึ้มที่ช่วยให้บ่ายวันนั้นไม่มีแดดมากนัก
ผลการทดลองไม่แตกต่างจากอาการเอ๋อของเซนเซอร์ชุดเก่า ถึงแม้จะทำการรีเซ็ตไอพ็อดใหม่อีกครั้งก็ยังคงมีอาการไม่ต่างจากเดิม รู้สึกท้อใจไม่น้อย ลองอยู่สองสามรอบจึงตัดสินใจหยุด มานั่งอ่านข้อมูลจากผู้ใช้รายอื่น เขาก็พบปัญหาทำนองนี้ตั้งแต่เริ่มใช้งานใหม่ๆ เหมือนกัน ไม่ได้เป็นที่เราคนเดียว จึงพยายามทำใจ บอกตัวเองว่าอย่าไปยึดติดกับสถิติตัวเลขให้มากนัก ปัญหาสำคัญอยู่ที่วิ่งไปแล้วบนหน้าจอกลับไม่รายงานความเร็วในขณะนั้นออกมา บ้างก็รายงานเพี้ยนไปเป็นช้ากว่าที่ควรถึงสองเท่าตัว คงจะแก้ไขอะไรไม่ได้มากนักในตอนนี้ ตั้งใจใหม่ว่าอย่างไรก็วิ่งให้ได้หกสิบนาทีต่อวันก็แล้วกัน จะได้ระยะทางเท่าไหร่ก็เท่านั้น
ร่างกายที่ได้ออกกำลังต่อเนื่องเป็นเวลานานถึงหกสิบนาทีน่าจะได้ประโยชน์ในตัวเองอยู่แล้ว
เช้าวันจันทร์จึงเริ่มออกกำลังอีกครั้งด้วยเซนเซอร์ชุดใหม่ สามวันแรกตั้งใจว่าต้องการจบเดือนเมษายนให้ดีที่สุด ก็สามารถทำได้ตามต้องการ


แม้ว่าจะเป็นการจบเดือนที่สถิติต้อยลงกว่าเดิม ก็ต้องบอกตัวเองอีกครั้งว่าอย่าไปยึดติดกับตัวเลขให้มากนัก สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอในการออกกำลังมากกว่า แต่อุปสรรคก็ยังอยู่ที่ใจที่รู้สึกไม่สนุกเหมือนเดิมเสียแล้ว

เช้าวันพฤหัสฯ ตื่นขึ้นมาแบบไม่เต็มจึงต้องขอหยุดวิ่งเสียอีกวัน ใจหนึ่งก็คิดว่าน่าจะลองวิ่งสักครึ่งชั่วโมง ร่างกายก็น่าจะตื่นตัวได้ แต่ก็เพราะความกระตือรือร้นหมดสต๊อก จึงเลือกที่จะพักอีกวัน สาเหตุมาจากที่อยู่ๆ ก็นอนไม่หลับ ลุกขึ้นมาหาอะไรทำไปเรื่อยๆ จนเกือบตีหนึ่งจึงบอกตัวเองว่าไปนอนดีกว่า ดีที่สามารถควบคุมการกินระหว่างวันให้ไม่มากจนล้นเกินได้
รุ่งขึ้นก็สามารถกลับมาออกกำลังได้อีก จนเช้าวันเสาร์ก็มีเรื่องให้แปลกใจเข้าไปใหญ่เมื่อสามารถทำระยะทางได้เกินเก้ากิโลเมตรในหกสิบนาที จึงวิ่งต่อไปเพื่อให้ได้สิบกิโลเสียเลย เพราะอากาศค่อนข้างเย็นจากคืนฝนพรำเป็นใจให้อยู่แล้ว สถิติของสัปดาห์นี้ยังคงไล่เรี่ยกับสัปดาห์ก่อน

เช้านี้ก่อนเดินขึ้นตาชั่งก็ทำใจไว้มากพอสมควรว่าสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นด้วยอารมณ์ไม่สมบูรณ์นักจากปัญหาการทำงานของเซนเซอร์ การนอนที่ไม่เข้าที่เข้าทาง สมองที่ค่อนข้างเบลอ แถมบางวันก็มีมื้อดึกเสียอีก ถ้าน้ำหนักตัวจะเด้งขึ้นก็ไม่น่าจะแปลก แต่ผลปรากฏให้ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีก เพราะการชั่งทั้งสามครั้งได้ออกมาเท่ากันว่าน้ำหนักตัวลงไปอยู่ที่แปดสิบกิโลถ้วนได้
ความไม่แน่นอนทั้งทางร่างกาย จิตใจและสภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีวิตในแต่ละวันเพี้ยนไปได้เหมือนกัน