Tag Archives: nike+

my life as a runner.

สุขที่ได้ออกกำลัง

ยังคงมีปัญหากับคุณภาพการนอนอยู่ อยากนอนดูโทรทัศน์รายการดึกหรือบางทีก็ทำอะไรต่อเนื่องจนดึก แต่สัปดาห์นี้ก็ตั้งใจออกกำลังให้ได้ทุกวันเพราะไม่มีภารกิจอะไรช่วงเช้านัก

เริ่มสัปดาห์มาสองวันก็ปิดเดือนสี่ของปีได้อย่างน่าภูมิใจด้วยระยะทางสะสมสูงที่สุดครั้งใหม่ของปี

จึงให้รางวัลกับตัวเองด้วยเครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอลที่สามารถวัดปริมาณไขมันในร่างกายและคำนวณดัชนีมวลกายได้ด้วย แถมข้อมูลเหล่านี้ยังส่งผ่านเครือข่ายไร้สายสู่โลกอินเตอร์เน็ตไปเก็บไว้ดูสถิติต่อเนื่องได้อีกด้วย ตามด้วยอุปกรณ์สำหรับการชงกาแฟด้วยตัวเองที่บ้าน

วันรุ่งขึ้นยังปิดท้ายด้วยบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นและคงเป็นครั้งสุดท้ายสำหรับร้านนี้

สำหรับตาชั่งเครื่องใหม่ สิ่งที่ได้คือตัวเลขน้ำหนักตัวจริงๆ เนื่องจากเครื่องเก่าใช้งานมานาน สปริงภายในคงล้าไปมากแล้ว ตัดสินใจลำบากเหมือนกันจะปรับข้อมูลประจำตัวไนกี้พลัสในไอพ็อดดีไหม หากไม่ปรับก็ยังสามารถใช้แผนการวิ่งเดิมออกกำลังกายต่อไปได้ แต่ความแม่นยำของข้อมูลที่จะบันทึกจะหมดไป

หากปรับตัวเลขน้ำหนักตัวขึ้นตามความเป็นจริง จะส่งผลถึงอัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกายทันที เนื่องจากตอนที่น้ำหนักตัวสูง อัตราการเผาผลาญก็จะสูงไปด้วย หากใช้แผนการวิ่งเจ็ดร้อยแคลอรี่เหมือนเดิมก็จะถึงเป้าหมายเร็วกว่าเดิม ผลก็คือระยะทางที่วิ่งได้ก็ลดลงไปด้วย

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าต้องการความแม่นยำเป็นหลัก จึงจำเป็นต้องปรับแผนการออกกำลังกายขึ้นเป็นเจ็ดร้อยเจ็ดสิบแคลอรี่แทนเพื่อให้ถึงระยะทางแปดกิโลเมตรเหมือนเดิม ขณะที่ผ่านมาเลือกใช้ตัวเลขน้ำหนักตัวเดิมอยู่นานมากและใช้ตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อความสะดวกในการวางแผนการออกกำลัง

ตลอดสัปดาห์สามารถออกวิ่งได้ครบทุกวันและทำระยะทางได้เท่ากันทุกวัน ระยะทางสะสมเพิ่มขึ้นอีกพอสมควร

ยังมีการแข่งขันในระบบของไนกี้พลัสเองช่วยกระตุ้นอีกแรง เมื่อได้เห็นลำดับของตัวเองในหมู่ผู้ร่วมแข่งขันทั้งหมดก็รู้สึกว่าอย่างน้อยต้องรักษาลำดับเดิมเอาไว้ให้ได้ จึงต้องออกกำลังต่อเนื่องทุกวัน

ตัวเลขที่ได้เห็นจากตาชั่งเครื่องใหม่คือน้ำหนักจริงๆ ที่เก้าสิบสามจุดหกกิโลกรัม สูงกว่าเดิมถึงสามกิโลกรัม จำเป็นต้องปรับจากเดิมที่ตั้งไว้แค่แปดสิบหกกิโลกรัมขึ้นอีกมากพอสมควร

ดูเหมือนตลอดสัปดาห์สามารถควบคุมการกินได้ดีขึ้น แต่ก็ยังได้กินบุฟเฟต์เอย ของอร่อยๆ เอย พอสมควรเช่นกัน น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าจึงยังคงอยู่ที่เก้าสิบสามจุดสองกิโล ถือเอาตัวเลขนี้เป็นจุดเริ่มต้นครั้งใหม่ก็ได้เช่นกัน

เป้าหมายระยะทางของเดือนใหม่นี้ปรับขึ้นไปอยู่ที่หนึ่งร้อยห้าสิบกิโลเมตรอีกด้วย จะพยายามสะสมให้สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้ น้ำหนักตัวก็สำคัญอยู่ แต่ความสุขที่ได้ออกกำลังนั้นสำคัญยิ่งกว่า

ร้อนจนเสียสติ

นอนเต็มอื่มแล้วตื่นมาเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยการวิ่งไกลประจำสัปดาห์ ดีที่เริ่มอย่างรวดเร็วทำให้พอได้สัมผัสสายลมเย็นๆ พัดผ่านไปบ้าง สัปดาห์นี้คงไม่ได้ออกวิ่งทุกวันเหมือนสัปดาห์ที่แล้ว

เนื่องจากมีภารกิจในวันจันทร์และวันศุกร์ ทำให้ตั้งใจว่าวันที่เหลือของสัปดาห์จะต้องออกกำลังครบทุกวัน ถึงกับคิดเลยเถิดไปถึงระยะสะสมสองร้อยกิโลเมตรต่อเดือน แต่ก็เป็นไปไม่ได้แล้วสำหรับเดือนนี้

สัปดาห์นี้สามารถทำระยะทางได้ตามกำลังที่พอจะมีมากขึ้นตามนี้

พยายามหาว่าอะไรเป็นสาเหตุของน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นขนาดนี้ มีความคิดเรื่องน้ำเย็นที่ดื่มดับร้อนนั้นเข้าไปรบกวนการทำงานของตับจนรวนเลยมีการสั่งให้สะสมไขมันเพิ่มขึ้นจนเห็นผลทันตา แต่นั่นก็เป็นเพียงสมมติฐานเท่านั้น

สิ่งที่ทำได้คือพยายามควบคุมการกินหลังมื้อเย็น แต่อากาศที่ร้อนจัดกลับทำให้สติแตกในช่วงบ่ายจนถึงค่ำ พาลทำให้หาอะไรใส่ปากกันวุ่นวายไปหมด มีช็อคโกแลตที่ยังไม่ได้เปิดอีกสองห่อ กินแล้วคงจะอารมณ์ดีขึ้นบ้างก็เป็นได้ หรือว่านั้นเจ้านี่คือตัวการทำให้น้ำหนักขึ้นถึงขั้นนี้แล้วกันแน่

อาการสติแตกแม้ไม่มากนักแต่ก็ทำให้ประเคนทั้งน้ำทั้งผลไม้ต่างๆ ที่พอมีอยู่ใส่ปากเคี้ยวด้วยหวังว่าจะลดความเครียดลงไปได้ แต่ผลไม่เป็นเช่นนั้น ดีที่น้ำหนักชั่งเช้านี้ยังอยู่ที่เก้าสิบเอ็ดกิโลกรัมเท่าเดิมที่พุ่งขึ้นมา ไม่อย่างนั้นอาจจะเสียสติแต่เช้าก็เป็นได้

ยังพอมีสติคิดได้ว่าร่างกายต้องการสภาพที่สมดุลย์พอจะปรับและแก้ไขตัวเองตามธรรมชาติ แผนการล้างพิษตับและถุงน้ำดีครั้งใหม่จึงเกิดขึ้นในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า เร็วขึ้นมาก่อนเวลาเพื่อปรับร่างกายอีกครั้งก่อนเริ่มเดินหน้าตามแนวทางสุขภาพที่ถูกต้อง

แต่ยังไม่รู้ว่าช่วงนี้จะสู้กับความร้อนได้แค่ไหน

สถิติใหม่ของปีนี้

หลังจากตื่นตกใจกับน้ำหนักตัวที่พุ่งขึ้นอย่างแรง ความต้องการออกกำลังกายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็ตามมาเพราะเป็นหนทางเดียวที่สามารถลงมือได้ทันที ประกอบกับแผนการวิ่งไกลประจำสัปดาห์ทำให้เริ่มต้นด้วยระยะสิบกิโลเมตรโดยไม่มีลังเล

จากนั้นมุ่งมั่นว่าสัปดาห์นี้จะต้องออกวิ่งให้ได้ทุกวันด้วยแผนการวิ่งปกติเจ็ดร้อยแคลอรี่ จะได้ระยะทางวันละประมาณแปดกิโลเมตร และก็สามารถทำได้สำเร็จตามต้องการ เป็นครั้งแรกในรอบปีที่สามารถออกวิ่งได้ครบทุกวัน แถมยังทำระยะสะสมประจำสัปดาห์ได้มากที่สุด ถือว่าเป็นการให้รางวัลกับตัวเองได้เหมือนกัน ตามนี้

และในวันจบสัปดาห์ เป้าหมายการวิ่งหนึ่งร้อยยี่สิบห้ากิโลเมตรภายในห้าสัปดาห์ก็บรรลุในเวลาเพียงสามสัปดาห์

มั่นใจลึกๆ ว่าผลตอบแทนกลับมาจะเป็นความแข็งแรงของร่างกายโดยรวมอย่างแน่นอน

แต่แล้วน้ำหนักที่ชั่งเช้านี้ก็สร้างความหวาดหวั่นอีกครั้งเมื่อได้เห็นตัวเลขเก้าสิบกิโลครึ่ง แทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากสัปดาห์ก่อนแม้จะได้ออกวิ่งจะเหงื่อโทรมกายทุกเช้าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่างเป็นแน่ เป้าแรกที่คิดก็คืออาหารการกิน ถึงแม้จะพยายามคุมมื้อเย็นและหลังจากนั้น ประกอบกันพยายามเลื่อนเวลาตื่นนอนให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้ออกกำลังในสภาพอากาศที่ไม่ร้อนนัก แต่ก็ยังมีบางค่ำที่เผลอเรอกับการกิน และอาจจะเป็นเพราะปริมาณอาหารในมื้อกลางวันที่ค่อนข้างเน้นหนัก

ช่วงนี้สภาพอากาศตอนกลางวันล่วงจนบ่ายถึงตอนเย็นไปอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตปกติอย่างมาก มีความต้องการดื่มน้ำเพิ่มขึ้น แถมด้วยการกินจุบจิบเพื่อบรรเทาอารมณ์หงุดหงิด แต่ก็พยายามเลือกกินผลไม้มากกว่า ถึงกระนั้นก็อาจจะมีอะไรผิดพลาดอยู่จนได้เห็นตัวเลขน้ำหนักเช้านี้

พยายามไม่เครียดกับตัวเลขนั้นแต่ก็ไม่อาจละเลยได้ คงต้องปรับกิจกรรมต่างๆ ระหว่างวันให้สมดุลย์ยิ่งขึ้น คงต้องมีการฝืนกายฝืนใจบ้าง ส่วนหลังนี่คงหนักเอาการเลยเหมือนกัน

ต้องเปลี่ยนแปลง

ภารกิจของครอบครัวรออยู่ข้างหน้าในสัปดาห์นี้ จึงพยายามสะสมเอาไว้ตั้งแต่สองวันแรกของสัปดาห์ เมื่อภารกิจสองวันติดต่อกันผ่านไปก็พยายามกลับมาออกกำลังกายอีกครั้งตามปกติ

แต่คืนวันพุธนั่งกับพื้นติดตามสถานะการแผ่นดินไหวแถวหัวเกาะสุมาตราจนหวั่นเกรงกันว่าจะมี ‘ซึนามิ’ เข้าชายฝั่งอันดามันทางภาคใต้ของประเทศ ผลก็คือการกลับมาออกวิ่งอีกครั้งในเช้าวันพฤหัสต้องสิ้นสุดลงอย่างกระทันหันเนื่องจากมีอาการเจ็บที่เข่าซ้ายขึ้นมาเมื่อผ่านระยะทางสองกิโลกว่าๆ ไปเล็กน้อย พยายามฝืนวิ่งต่อไปด้วยหวังว่าอาการจะหายไปเองเหมือนอย่างเคยกับส่วนอื่นของขา

แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น จำเป็นต้องหยุดวิ่งทันทีเพราะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อีก ต้องพึ่งยาเคมีช่วยโดยพลันเพื่อวันข้างหน้า เช้าต่อมา สามารถออกกำลังได้ตามปกติแล้วจึงเดินหน้าแผนการวิ่งเลขตองแปดตามที่เพื่อนนักวิ่งถามถึงไว้ เรื่องสำคัญอีกอย่างคือเช้าวันศุกร์นี้เป็นวันครบรอบห้าปีกับการวิ่งด้วยไนกี้พลัสอีกด้วย นับว่าได้ฉลองไปในตัว

ปิดท้ายสัปดาห์ด้วยระยะที่ลดลงมานิดหน่อยเนื่องจากมีภารกิจของครอบครัวอีกครั้ง ทั้งสัปดาห์สามารถสะสมระยะทางได้พอสมควรตามนี้

ตลอดสัปดาห์นี้ต้องสู้กับอากาศที่ร้อนจัด พยายามบรรเทาด้วยน้ำเย็น น้ำชาผลไม้เย็นๆ อีกทั้งยังไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมไม่ดีหลังมื้อเย็นได้ ทำให้น้ำหนักที่เห็นเช้านี้อยู่ที่เก้าสิบเอ็ดกิโลกรัมไปแล้ว กลัวอย่างเดียวว่าความหดหู่จะกลับมาครอบงำและวงเวียน อ้วน-กิน-เครียด จะหวนกลับมาอย่างเป็นทางการแน่

ถึงเวลาต้องลงมือเปลี่ยนแปลงอะไรต่ออะไรที่ดำเนินมาหลายเดือนหลังน้ำท่วมบ้านนี้ จริงแล้วระหว่างวิ่งตอนเช้าก็มีความคิดจะปรับเวลาการตื่นนอน การออกกำลังกาย จนถึงต้องจัดเวลาเพื่อเก็บข้าวของมากมายที่เก็บย้ายไปก่อนน้ำท่วม คิดต่อไปว่าจะต้องปรับการกินมื้อเย็นและบังคับตัวเองไม่ให้กินอะไรอีกหลังจากนั้น ยังไม่รู้ว่าจะทำได้แค่ไหน

เจ้าความเคยชินนี่มีฤทธิ์น่ากลัวจริงๆ จะสู้กับมันอย่างไรดี

กิจกรรมหน้าร้อน

สัปดาห์ใหม่กับเดือนใหม่ของปีนี้ กังวลไม่น้อยว่าความร้อนของอากาศจะส่งผลกระทบกับแผนการวิ่งมากน้อยขนาดไหน กลายเป็นว่าหน้าร้อนของปีนี้มีฝนเข้ามาแทรกเป็นระยะ

หลังจากวิ่งในวันแรกของเดือนเสร็จก็เป็นเวลาของการตั้งเป้าหมายใหม่โดยเพิ่มระยะทางสำหรับเดือนนี้ขึ้นเป็นหนึ่งร้อยยี่สิบห้ากิโลเมตรแล้ว ถ้าสามารถรักษาแผนการวิ่งได้อย่างสม่ำเสมอก็มีความเป็นไปได้สูง

เช้าต่อมามีภารกิจของครอบครัวบวกกับตื่นสายจึงเลือกปรับลดแผนการวิ่งลงครึ่งหนึ่ง ดีกว่าไม่ได้ออกกำลังเลย พักไปอีกสองเช้าเนื่องจากนอนไม่หลับวันหนึ่งและฝนหน้าร้อนแวะมาทักทายอีกวัน ที่เหลือจึงพยายามออกกำลังให้เป็นปกติตามสมควร

ทั้งสัปดาห์สามารถสะสมระยะทางได้อย่างดีตามนี้

ตลอดสัปดาห์ยังไม่สามารถจัดการมื้อดึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังต้องแบ่งความพยายามอีกส่วนไปควบคุมเวลาการนอนให้เหมาะสม ดูเหมือนจะหลุดออกจากเส้นทางสายสุขภาพไปนานเหมือนกัน น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังคงอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลกรัมเหมือนเดิม ปัญหาคือความรู้สึกในการสวมกางเกงขายาวยังคงคับแน่น ไม่รู้สึกดีขึ้น นี่คือความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องจัดการลดน้ำหนักให้สำเร็จจริง

แผนการวิ่งยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เป็นไปได้ว่ามีบางวันต้องไปทำภารกิจถึงต่างจังหวัด อาจต้องพักการออกกำลังไปบ้าง อย่างน้อยวันที่เหลือก็คงจะได้ออกวิ่งตามปกติ

อีกส่วนที่ต้องจัดการคือตัวเอง คงต้องใช้กำลังจิตมากพอสมควรเพื่อเดินหน้า ว่าแต่จะหามาจากไหน