Category Archives: dietlogue

To reach healthy life, proper weight is a destination. This blog would be recorded in order to maintain diet thought possible.

พักหรือผ่อน

เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ด้วยความรู้ที่แทบจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว เหลืออีกเพียงสี่วันก็จะหมดเดือนแต่สถิติรวมดูวี่แววจะสู้เดือนก่อนไม่ได้เสียอีก จึงต้องวางแผนการวิ่งอีกครั้ง ต้องทำให้อย่างน้อยก็ต้องไม่แย่ไปกว่าเดิมให้มากนัก

ครบสามวันก็ครบเดือน สถิติรวมยังทำได้ไม่ทันอยู่ดี

กลายเป็นว่าเริ่มต้นเดือนใหม่ก็มีภารกิจทำบุญที่โรงเจบ้านบึง ชลบุรีเหมือนปีที่แล้ว จำเป็นต้องหยุดไปหนึ่งวัน ทำไปทำมากลายเป็นว่าตั้งแต่วันพุธจนสิ้นสัปดาห์ในวันเสาร์ไม่ได้วิ่งเลยสักวันด้วยเหตุผลมากมายแตกต่างกันไป

ถือเอาว่าได้พักก็แล้วกัน สถิติของสัปดาห์ก็เลยเหลือเพียงแค่นี้เอง

ผลที่ตามมาจากการออกกำลังกายน้อยไปบวกกับเจริญอาหารเจ น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าจึงเด้งขึ้นไปอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลครึ่งเลยจนได้ เอาเป็นว่าเดือนใหม่คงต้องเพิ่มความหนักขึ้นอีกหน่อย

ตลอดสัปดาห์นอกจากยังคงไม่สามารถควบคุมมื้อดึกได้มากพอแล้ว มีข้อสังเกตประเด็นหนึ่งว่ามื้อเย็นนั้นออกจะแน่นท้องเกินไปหน่อย นี่เป็นเรื่องที่ต้องปรับปรุง เพราะน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลดน้ำหนักไม่ลงได้เหมือนกัน แม้จะออกกำลังกายไปแต่ก็กินกลับเข้าไปไม่น้อย ทำให้พลังงานขาเข้าและขาออกสมดุลย์กันอย่างที่ไม่อยากให้เป็นนัก

พอพักเสียหน่อยก็ต้องพบกับน้ำหนักตัวที่กลับคืนมาในทันที…

กระท่อนกระแท่นไปตามอัตภาพ

เปิดสัปดาห์ใหม่ไม่ค่อยดีนัก นอนไม่พอจนต้องหยุดวิ่งสักวันอย่างน่าเสียดายอากาศดีๆ ในเช้าวันอาทิตย์ และแม้จะล้มตัวลงนอนอีกสักนิดก็ไม่อาจบรรเทาอาการได้เท่าไหร่นัก กลายเป็นวันพักฟื้นไปในตัวเลย

เช้าวันต่อมาจึงต้องจัดแจงชดเชย แต่กลายเป็นวันต้องเสียท่ากับควันธูปจากการไหว้ในวันพระ วิ่งได้สักระยะก็ต้องหยุด สามวันต่อมาจึงตั้งใจไว้เลยว่าต้องทำระยะทางชดเชยให้จงได้ ทำเอาวันละเก้ากิโลเมตรเป็นเรื่องง่ายไปเลย

มาหยุดอีกทีเช้าวันศุกร์เนื่องจากภารกิจ พอพยายามจะต่อในเช้าวันเสาร์กลายเป็นว่าหมดแรงเอาเสียดื้อๆ สัปดาห์นี้เลยเทียบกับสัปดาห์ที่แล้วยังไม่ได้เลย

เช้านี้เดินขึ้นตาชั่งครั้งเดียวพอ ไม่อยากไปกังวลอะไรมาก อ่านเข็มได้เกือบแปดสินเก้าดีก็นับเอาไว้ที่แปดสิบเก้าเหมือนเดิมไปเลยก็แล้วกัน

สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยังพยายามสู้กับมื้อดึก แล้วด้วยระยะที่สามารถทำได้ถึงวันละเก้ากิโลแล้ว ทำให้รู้สึกว่าน่าจะเผาผลาญไปแล้วไม่น้อย แต่มื้อดึกก็กลับมาในครึ่งหลังของสัปดาห์ตามเคย

เริ่มสัปดาห์ใหม่กับภารกิจตามเก็บระยะทางในวันที่เหลือของเดือนให้เต็มที่ พร้อมกับต้อนรับเทศกาลกินเจที่เริ่มขึ้นแล้ว วันพุธหน้าก็ต้องหยุดวิ่งไปอีกวันเพราะมีภารกิจทำบุญที่บ้านบึง ชลบุรี ประจำเทศกาลกินเจของปีนี้

สู้ยืดเยื้อ

ดูเหมือนว่าสัปดาห์นี้จะเริ่มต้นอย่างมีสติ มีความพยายามควบคุมมื้อดึกให้อยู่หมัดเพราะเห็นและสัมผัสได้แล้วว่า หากมีมื้อดึก เช้าขึ้นมาจะไม่สดชื่น ไม่อยากออกว่ิงเลย

แต่ก็ทำได้ไม่กี่วันก็กลับมาเสพติดมื้อดึกต่อไปในครึ่งหลังของสัปดาห์

ไม่เพียงเท่านั้น ระหว่างสัปดาห์ก็มีเหตุให้ต้องหยุดวิ่งไปถึงสองวันคือวันพุธที่ตื่นเช้ามาไม่ค่อยสดชื่นพร้อมกับฝนโปรยปรายและวันศุกร์ที่มีภาะกิจสำคัญแต่เช้า จึงตัดสินใจอย่างหนักแน่นว่าเช้าวันเสาร์จะวิ่งให้ได้มากหน่อย เอาสักเก้ากิโลเลยก็ดี และก็สามารถทำได้ดังใจหวัง

สถิติของสัปดาห์นี้ก็ไม่หวือหวาอะไร แต่ก็ไม่ได้ย่ำแย่

ส่วนน้ำหนักชั่งเมื่อเช้า ขึ้นชั่งเพียงครั้งเดียวพอได้ผลว่ายังอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลก็เดินลงเลย เอาเป็นว่าการศึกครั้งนี้ยืดเยื้อยาวนานแน่นอน เพราะมื้อดึกค่อนข้างแข็งแรง ที่อ่อนแอก็คือใจของเรานี่เอง

ร่างกายนี้เป็นของเราหรือเปล่า…

สู้กับอุปสรรคเก่า

สัปดาห์นี้เริ่มได้ตามปกติ แต่คืนแรกที่กินยาคลายกล้ามเนื้อเข้าไปเพื่อบรรเทาอาการของกล้ามเนื้อไหล่ก็ได้ผลเป็นเช้าวันจันทร์ที่ไม่สามารถออกวิ่งได้ มันสลึมสลือแต่ก็ไม่สามารถนอนต่อได้ พักเป็นวันที่หนึ่ง

วิ่งต่อในเช้าวันอังคารก็ออกอาการอีกแบบคือวิ่งไม่ออก เนื่องจากมื้อดึกที่เหมือนจะกลับมาถาวรเสียอย่างนั้น จึงได้คิดแล้วว่าต้องควบคุมมื้อดึกให้ได้อีกครั้ง

ต่อมาถึงเช้าวันพุธเป็นวันที่สำคัญอีกวันหนึ่งคือสามารถวิ่งได้ครบสี่ร้อบครั้งได้เรียบร้อยแล้ว

จากนั้นก็ต้องหยุดวิ่งไปอีกสองวันเพราะฝนยามเช้า ไม่ต้องโทษใคร ตั้งใจวิ่งต่อไปให้ได้ก็แล้วกัน สัปดาห์นี้ก็วิ่งได้เท่านี้ตามอัตภาพ

มาถึงเช้านี้ก็เดินขึ้นตาชั่งอีกครั้งได้ผลวิ่งกลับไปอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลอีกครั้ง วิ่งไปวิ่งมาอยู่อย่างนี้ ก็เคยคิดอยู่เหมือนกันว่าสงสัยต้องซื้อตาชั่งเครื่องใหม่ที่แม่นยำขึ้นหรือเปล่า …คิดไปเรื่อย

ประเด็นสำคัญอยู่ที่อุปสรรคเก่าคืออาหารมื้อดึกที่กลับมาออกจะนานไปหน่อยแล้ว ยังบังคับตัวเองอย่างเด็ดขาดไม่ได้แต่ก็พยายามจะควบคุมให้ได้

คืบหรือไม่คืบหน้า

ความตั้งใจหลังจากเสร็จการแข่งขันครั้งสำคัญของมนุษยชาติไปแล้วจะหยุดสักหนึ่งวันเพื่อพักฟื้นสนองความขี้เกียจ แต่กลายเป็นว่าวันอังคารตื่นเช้าขึ้นมา เพียงแค่เดินออกมาดูหน้าบ้าน ฝนก็โปรยลงมาสกัดเสียทันที

กลายเป็นภาคบังคับในทันทีที่ต้องออกวิ่งให้ครับวันที่ยังเหลือในสัปดาห์ น่าประทับใจที่สามารถบังคับตัวเองได้ดังที่ตั้งใจไว้ รวมสถิติแล้วออกมาไม่น้อยหน้าสัปดาห์ก่อนๆ เลย

เช้านี้ไม่ลืมเดินขึ้นตาชั่ง น่าสนใจที่น้ำหนักตัวมาอยู่ที่แปดสิบแปดกิโลได้แล้ว แม้ตลอดสัปดาห์จะยังคงพ่ายแพ้ต่อความอยากในภาคดึก กลายเป็นสงสัยเสียด้วยซ้ำว่ามื้อดึกคงจะไม่เป็นอย่างไรกระมัง

ไม่ได้หรอก คิดอย่างนั้นไม่ได้เป็นอันขาด รู้ทั้งรู้ว่านั่นจะเป็นเหตุที่ทำให้ทำอย่างไรก็ลดน้ำหนักไม่ได้ หนักใจไม่น้อยกับเรื่องนี้ ไม่มีอะไรกระตุกให้กลับมาได้เลยหรืออย่างไร