มิตรภาพและกำลังใจ

การเดินขึ้นตาชั่งเช้านี้มีความกลัวเป็นเครื่องนำทาง ใช่ว่าหนทางนี้จะมืดมน ใช่ว่าหนทางนี้จะขรุขระเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่ทางสายนี้ช่างเต็มไปด้วยความคาดหวัง ความหดหู่ ความล้มเหลว และความผิดหวัง เฝ้ารอรับอยู่ตลอดสองข้างทาง

และแล้วหลังจากเดินขึ้นลงอยู่สามครั้งสามคราก็สรุปเอาเองว่าน้ำหนักชั่งเช้านี้อยู่ที่เก้าสิบห้ากิโลได้ เรื่องนี้มีเบื้องหลังที่น่าสนใจ

หลายสัปดาห์มาแล้วที่ผมได้แต่นั่งเฝ้าดูและนั่งเศร้าอยู่กับน้ำหนักตัวเองที่ทำท่าจะวิ่งไปแตะหลักร้อยอยู่แล้ว สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่าที่ผ่านไปมัวแต่พร่ำรำพันไว้ในบล็อกแห่งนี้ว่าด้วยการออกกำลังกายที่ได้ปฏิบัติ พฤติกรรมการกินจุบจิบหลังมื้อเย็น (Post Dinner Syndrome – อันนี้ผมตั้งเอง) จึงตามมาด้วยน้ำหนักตัวที่ลดไม่ลง ข้อหัวเข้าที่ส่งสัญญาณออกมา และเอวกางเกงที่รัดติ้ว

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ด้วยมิตรภาพที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีแก่กัน เพื่อน tum ได้เขียนเรื่อง 1 สัปดาห์ กับ 3 กิโล ลงในบล็อกของตัวเองเพื่อแนะนำผม เพื่อนไม่เคยรอให้ผมหมุนโทรศัพท์ไปปรึกษา เพื่อนเลือกที่จะรีบโทรมาสอบถามสถานการณ์พร้อมกับคำแนะนำมากมาย และให้กำลังใจทุกแง่ทุกมุมถึงความเป็นไปได้ในการลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย และนี้เท่านั้นที่จะเป็นหนทางที่สว่างไสวในชีวิตคนอ้วนๆ คนหนึ่ง

การสนทนาที่เต็มไปด้วยมิตรภาพผ่านไปเป็นชั่วโมงโดยไม่รู้สึกได้ถึงความเร็วของเวลา ความมุ่งมั่นกลับมาอีกครั้ง กำลังใจถ่ายเทมาเต็มเปี่ยม ต่อไปก็เหลือแต่ตัวผมเองที่จะรู้จักปรับเลือกให้เข้ากับวิถีชีวิตของตัวเอง (Optimisation) ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพื่อน tum แนะนำให้เดินให้หนักและนานขึ้น ขนาด 5.5 ไมล์ต่อชั่วโมงเป็นเวลา 60 นาที เพราะการเผาผลาญ (Calories Burning) จะเริ่มต้นเมื่อเวลาผ่านไปแล้ว 30 นาที นี่เองที่ทำให้ผมลดไม่ลงสัดที เพราะเพียงแค่เดินราวกับการเดินย่อยหลังมื้ออาหารแค่ 45 นาที มันไม่พอที่เผาผลาญ เพราะไม่ทันไรก็ไปนั่งเติมพลังที่โต๊ะอาหารอีกแล้ว หลักอยู่ที่ต้องเผาผลาญให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทุกวันนี้ผมใช้ลานหนัาบ้านต่อกับที่จอดรถเป็นที่เดิน เพราะยังไม่มีทางเลือกอื่น เย็นวันพุธนั่นเองที่ผมเริ่มปฏิบัติตามคำแนะนำของเพื่อนทันที ด้วยการเดินในบริเวณเดิมแต่เดินให้หนักขึ้น หมายความว่าเร่งความเร็วในการเดินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซอยเท้าให้ถี่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ และตั้งเวลาไว้ที่ 50 นาที

การเดินในช่วงแรกเกิดความรู้สึกบีบรัดที่ฝ่าเท้า แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็คลี่คลายลง จนกระทั่งราวๆ นาทีที่ 40 อาการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณสะบักขวาก็เริ่มขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ แต่ก็ทนเดินต่อไปจนครบเวลา แล้วค่อยบีบเฟ้นในช่วงผ่อนแรง (Cool Down) มันก็ดีขึ้นโดยเร็ว จากนั้นก็มาทำ sit up ชุดละ 30 ครั้ง 2 ชุด ตามด้วยยกน้ำหนัก 6 กิโล 12 ครั้ง 5 ชุด ด้วยแขนทั้งสองข้าง

วันศุกร์มีงานศพที่วัดเทพศิรินทร์จึงต้องหยุดไปหนึ่งวัน แต่ความวิตกกังวลไม่ได้หยุดไปด้วย เพราะว่าเจ้ากางเกงขายาวที่ดูเหมือนว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนจะไม่รัดเท่านี้เป็นสาเหตุ นี่เป็นตัวชี้วัดผล (Key Performance Indicator) ที่สำคัญที่สุดเลย เพราะหากยังไม่สามารถลดน้ำหนักให้มากพอ เอวกางเกงเจ้ากรรมก็จะรัดติ้วอยู่อย่างนี้เรื่อยไป ความมั่นใจในการแต่งตัวหมดไป การสอบไล่ที่กำลังจะมาถึง ตามด้วยการอบรมเข้มอีก 5 วัน ก็จะกลายเป็นไฟสุมทรวงอยู่ตลอด

วานนี้จึงปรับเพิ่มเวลาเดินให้เต็ม 1 ชั่วโมง อากาศที่ร้อนมากทำให้แทบหมดแรงเอาตั้งแต่นาทีที่ 40 แต่ก็พยายามเข็นตัวเองไปจนครบเวลาได้ คราวนี้ปวดกล้ามเนื้อสะบักทั้งซ้ายและขวาเลย หลังจากบีบเฟ้นสักพักก็คลาย แต่ดันมาผลิดอกออกผลตอนกลางคืนเสียอย่างนั้น การปวดเนืองๆ ตลอดคืนให้รู้สึกตัวหลับๆ ตื่นๆ จนต้องออกมานั่งดูโทรทัศน์ตอนตีสามกว่าๆ แล้วกลับเข้าไปตอนอีกทีตอนตีสี่ครึ่ง โดยอีกไม่นานก็ต้องลุกขึ้นมาเพื่อออกไปใส่บาตรประจำวันอาทิตย์

คาดว่าวันนี้คงต้องงีบหลับตอนกลางวันสักพัก มิฉะนั้นคงอ่านหนังสือต่อไม่ได้ และแน่นอนว่าเมื่อถึงเวลาบ่ายสี่โมงเย็น ก็จะเป็นเวลาเดินออกกำลังกายประจำวันอีกครั้ง

ขอบคุณมากน่ะเพื่อนสำหรับคำแนะนำและกำลังใจ

เครื่องแสดงว่ามีการศึกษา

“คนที่ใช้ภาษาได้ถูกต้องนั้น เป็นเครื่องแสดงว่ามีการศึกษา”

อาจารย์ กาญจนา นาคสกุล อุปนายก ราชบัณฑิตยสถาน
รายการรักเมืองไทย ตอนรักภาษาไทย ทางช่อง 11
14 มี.ค. 2550 20:30-21:30 น.

ยังลดไม่ลงอยู่ดี

หากเป็นวันนี้เมื่อเดือนที่แล้ว ผมคงได้แต่นั่งปลื้มกับงาน Freemac dot NET meeting Vol. 2 อยู่ เป็นการออกงานสังคมของผมครั้งแรกในรอบหลายปี

แต่เช้านี้หลังจากเข็มตาชั่งดีดขึ้นป้วนเปี้ยนอยู่ราวเก้าสิบเจ็ดเก้าสิบแปดกิโล ความหดหู่ดูเหมือนจะกลับมาทักทายอยู่ไม่ไกลออกไปนัก

แม้ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมบังคับตัวเองให้ออกกำลังกายได้ถึงสี่วัน แต่งานเลี้ยงรวมญาติเพื่อสืบสานรสชาติอาหารจีนแคะขนานแท้และดั้งเดิมเมื่อวานนี้คงมีผลอยู่ไม่น้อย อีกประเด็นปัญหาหนึ่งคงเป็นพฤติกรรมการกินจุบจิบตอนกลางคืนที่ยังไม่สามารถควบคุมได้เบ็ดเสร็จคงหลอกหลอนอย่างนี้อยู่ต่อไป

ไม่รู้จะจัดการตัวเองอย่างไรอยู่เหมือนกัน สมองตอนนี้ตั้งใจแต่จะอ่านหนังสือเรียนเทอมนี้ให้จบเร็วที่สุดอย่างเดียว

อ้วน…เครียด…กินข้าว…

เครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป

Dr. Green ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
สมุนไพรเพื่อสุขภาพ Herbal Tea For Health

เครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป สูตรเข้มข้น
ผลิตจากขิงสดที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีผลิตอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้รสชาดและกลิ่นที่คุณชื่นชอบด้วยกรรมวิธีที่ถูกต้องตามหลักอนามัย
ปราศจากการเจือสีและวัตถุกันเสีย
ส่วนประกอบโดยประมาณเมื่อเจือจาง
ขิง 4.2%
น้ำตาลทรายแดง (ไม่ฟอกสี) 2.7%
วิธีชงดื่ม ละลายขิงผง 3 ช้อนชา (15 กรัม) หรือมากกว่านั้นตามความชอบ ในน้ำร้อน 1 แก้ว (200 ซี.ซี.) โดยไม่ต้องเติมน้ำตาล

อย 10-1-02745-1-0006

barcode
8 853256 000032

สมุนไพรพื้นบ้าน
สมุนไพรไทยภูมิปัญญาของคนไทย ความภูมิใจของคนไทย

เครื่องดื่มสมุนไพร “คุณค่าที่มาพร้อมกับภูมิปัญญา” สนองนโยบายเกษตรชุมชนเพื่อเศรษฐกิจแบบพอเพียง
สนับสนุนโดย…กรมส่งเสริมการเกษตร
ราคา 60 บาท
น้ำหนักสุทธิ 500 กรัม

Instant Herbal Tea For Health
By Dr.Green

Direction: Dissolve 3 teaspoons (15 grams) of Dr.Green Instant Herbal Tea into 1 cup (200 c.c.) of hot water. No need to add sugar.

NO PRESERVATION OR ARTIFICIAL COLOURING ADDED

สนองนโบบายเกษตรชุมชนเพื่อเศรษฐกิจแบบพอเพียง
สนับสนุนโดย กรมส่งเสริมการเกษตร
45/12-13 ซอยสวนบุญช่วย ถนนสรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 10210
โทร. (02) 929-6739 โทรสาร (02) 929-1597

45/12-13 Soi Sonbunchuw, Songphapa Road, Donmuang Bangkok 10210 Thailand
Tel: (662) 02-929-6739 Fax: (662) 02-929-1597

Product of Thailand

ร่วมใจอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

MFG ผลิต 20.12.49
EXP บริโภคก่อน 20.12.50

60 Bath
Net Weight 500 Grams

blog tag

ได้รับคำเชื้อเชิญให้เข้าร่วมมหกรรมบล็อกแท็กแห่งชาติจากนาย tum เพื่อนสนิทที่เข้าเรียนเทพศิรินทร์ด้วยกัน จนบัดนี้ก็ยังช่วยกันสร้างสรรเว็ป Freemac dot NET อยู่ เห็นผู้คนบนโลกไซเบอร์เขาสนุกสนานกับการส่งต่อการเขียนเรื่องของตัวเองที่ คนอื่นไม่รู้มาสัก 5 ข้อให้คนที่ยังไม่ถูกแท็กอีก 5 คน ในที่สุดก็ประสพกับตัวเองจนได้