ขอบคุณคุณ pumuq

คุณปุ๋ม pumuq เพื่อนสมาชิก Freemac dot NET ได้พบกันอีกครั้งในการวิ่ง Nike+ จนถึง Facebook และกลุ่มเพื่อนนักวิ่งได้เขียน comment ในโพสต์อัพเดพ dietlogue ล่าสุดที่ผ่านมานี้ว่า

โอ้วววววววววววววว….คุณThanapat Chayakul (มีชื่อเล่นให้ปุ๋มเรียกไม๊คะ 55 พิมพ์ยาก) คือว่า…จะพูดไง ปุ๋มน่ะเคยอ่านบล็อคคุณตอนนั้นพี่เก่งอ่ะค่ะเค้าเอามาโพสเรื่องหนังสือสตาร์บัค ปุ๋มก็ตามลิงค์เข้าไปอ่าน แล้วปุ๋มก็ชอบบทความที่คุณเขียนมากกกกกกกกกกกก ชอบเรื่องกาแฟกับการตลาดอยู่แล้ว อ่านแล้วก็ชอบมากเลย ภาษาก็ดี มันนุ่มนวลน่ะค่ะ พออ่านไป เจอรื่องไนกี้พลัสอีก โหวิ่งมายาวนานขนาดเปลี่ยนเซนเซอร์เพราะแบตหมด ตอนนั้นปุ๋มอยากจะเขียนอะไรสักอย่างลงไปในช่องคอมเมนท์แต่ก็ไม่ได้ทำ คือตอนอ่านแบบว่าโหปลื้มมากเลย แล้วในที่สุดเราก็เจอกันในไนกี้ 555 ขอบคุณมากนะคะ สำหรับการกดไลท์ให้กำลังใจทุกครั้งที่ปุ๋มไปวิ่งมา ขอบคุณมากๆ ดีใจจริงๆที่ได้รู้จักจริงๆค่ะ 555 ดีใจๆๆ ปลื้มมมมม

ขอบคุณมากครับสำหรับคำชมเรื่องการเขียนและอื่นๆ นี่เป็นกำลังใจครั้งสำคัญอีกครั้ง ขอรับไว้เพื่อบอกตัวเองให้รักษามาตรฐานในงานเขียนอย่าให้ตกและรักษาความสม่ำเสมอของการวิ่ง Nike+ เอาไว้นานๆ

การกดไลค์ Like เป็นการให้กำลังใจที่ง่ายที่สุดจึงนิยมกันในกลุ่มเพื่อนนักวิ่ง นอกเหนือจากการให้ข้อมูลดีๆ และคำแนะนำต่อข้อสงสัยต่างๆ อีกมากมาย

มิตรภาพในโลกไซเบอร์ก็เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติเช่นกันในหมู่เหล่าที่รวมตัวกันตามธรรมชาติ

ขอบคุณคุณปุ๋ม pumuq อีกครั้งครับ

ค่อยๆ เพิ่ม

ความก้าวหน้าที่พอจะทำได้คือปรับแผนการวิ่งจากสี่สิบห้านาทีขึ้นเป็นแผนการวิ่งหกร้อยแคลอรี่ที่จะใช้เวลาเกือบหกสิบนาที เริ่มต้นทันทีในวันแรกของสัปดาห์ได้ระยะทางหกจุดแปดกิโลเมตรเป็นพื้นฐาน

ยังคงต้องดูอาการที่จะตามมาจากระยะทางนี้ แม้ว่าจะดูน้อยเมื่อเทียบกับระยะที่เคยทำได้มาก่อน แต่สภาพร่างกายในช่วงเวลานั้นๆ ก็เป็นปัจจัยสำคัญอยู่มากเหมือนกัน ที่เกรงก็คือข้อเท้า ข้อเข่าและกล้ามเนื้อหลังว่าจะเกิดบาดเจ็บขึ้นได้ เนื่องจากนอกเหนือการวิ่งแล้วไม่ได้มีการเสริมสร้างความแข็งแรงด้วยวิธีอื่นๆ เพิ่ม ซ้ำยังมีโรคเกาต์เป็นโรคประจำถิ่นอีกด้วย

ไม่ผิดจากแผนสำหรับภารกิจของครอบครัวในวันจันทร์และวันอังคารจนต้องพักการวิ่งไป อย่างน้อยก็ได้แวะไปซื้อน้ำตาเทียมแบบไม่มีสารกัดเสียตามคำแนะนำของเพื่อนนักวิ่งมาลองใช้หยอดด้วยหวังจะช่วยให้สามารถนั่งทำงานได้นานขึ้นหน่อย มาออกวิ่งต่อในเช้าวันพุธและปิดเดือนหกในเช้าต่อมา

เดือนมิถุนายนกลายเป็นเดือนที่สะสมระยะทางได้น้อยที่สุด แต่ก็ได้สำนึกถึงสาเหตุต่างๆ แล้ว หวังว่าต่อไปนี้จะสามารถสร้างสุขภาพอย่างต่อเนื่องได้อีก

แต่พอเริ่มเดือนใหม่ก็มากับฝนที่ตกมาตั้งแต่เย็นวันพฤหัส เข้าวันศุกร์จึงอดวิ่งทันที มาปิดสัปดาห์อีกครั้งด้วยการทำระยะให้เต็มเจ็ดกิโลได้แล้ว

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังคงอยู่ที่เดิมแปดสิบหกกิโลครึ่ง ทั้งบุฟเฟต์สลัดให้รางวัลกับตัวเองและบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นเบาๆ คงไม่ถึงกับเพิ่มน้ำหนักได้ อุปสรรคสำคัญอยู่ที่มื้อดึกมากที่สุด

ทั้งสัปดาห์ต้องออกจากบ้านทุกวันก็สังเกตได้ว่าเอวกางเกงเริ่มจะคับขึ้นเสียแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังได้รับกำลังใจจากเพื่อนนักวิ่งว่าขอให้ออกกำลังต่อไปเถิด แล้วน้ำหนักตัวจะลดลงเอง ก็จะพยายามรักษาแผนการออกกำลังกายเอาไว้ให้ได้ ส่วนเรื่องอาหารการกินก็ต้องพยายามระมัดระวังให้ดี

ทุกอย่างจะต้องเริ่มที่จิตใจ ทั้งหมดนี้คงต้องค่อยๆ ออกแบบในหัวจนเห็นภาพชัด จะได้นำมาทำให้เป็นจริงตามหวัง