ครบพันครั้ง

อารมณ์อยากห่างจากการวิ่งไปพุ่งถึงขีดสุดในสภาพร่างกายที่แปลกๆ เหมือนจะไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมพอจะทำอะไรทั้งกายและใจ ไม่ได้วิ่งเพราะฝนตกบ้างนอนไม่พอตื่นไม่ไหวบ้างสารพัดจะมีจะเป็น ก็เลยไม่ออกวิ่งเสียอย่างนั้น ถึงกับไม่มีความรู้สึกอยากวิ่งเหลืออยู่กันเลยทีเดียว

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วจึงวางแผนอดล้างพิษแบบหนึ่งวันขึ้นในวันเริ่มสัปดาห์ เป็นการล้างพิษขั้นอนุบาลที่กินเพียงมะละกอสุกแทนอาหาร มาติดตรงคืนนั้นกว่าจะนอนได้เล่นเอาเกือบเที่ยงคืน คืนต่อมาก็เลยยังทำเวลานอนให้เร็วขึ้นไม่ได้เหมือนร่างกายมันคุ้นกับเวลานั้นแล้ว

ระหว่างนั้นก็มีเพื่อนนักวิ่งเอารูปจากการแข่งขันในเว็บไซต์ไนกี้พลัสได้ความว่าอาจจะถูกแซงหน้าเข้าแล้ว บวกกันความต้องการกลับมาวิ่งเริ่มขึ้นอีกครั้ง เช้าวันพุธเป็นเช้าที่ได้ออกไปเก็บระยะทางอย่างเต็มใจด้วยความตั้งใจอีกครั้ง

เมื่อความพอใจกลับมาแล้ว ทุกอย่างก็เหมือนจะดูดีขึ้น และแล้วเช้าวันศุกร์ก็มาถึง ตั้งใจวิ่งในแผนการวิ่งสี่สิบห้านาทีเหมือนเดิมแต่เมื่อผ่านระยะสี่กิโลแล้ว นกพิราบเจ้ากรรมเหมือนจะตั้งใจเกาะบนสายไฟหน้าบ้าน จากนั้นก็ปล่อยของเสียให้เฉียดหัวไปเลอะรองเท้าและกางเกง กำลังมีความสบายในการวิ่งอยู่เลย จะให้วิ่งต่อไปก็ทำได้แต่มันเลอะลงไปถึงถุงเท้าแล้ว รีบล้างออกก่อนน่าจะดีกว่า จึงได้ฉลองการวิ่งครบครั้งที่หนึ่งพันด้วยประการฉะนั้นแล

สิ่งใหม่ที่ได้พบจากเว็บไซต์ไนกี้พลัสคือมีตัวเลือกให้แล้วข้อมูลสถิติของการวิ่งครั้งนั้นๆ ทั้งหมดเพิ่มมากให้้ด้วย สามารถตามดูได้อย่างละเอียดทั้งหมด

เสร็จสิ้นสัปดาห์ไปอย่างไร้ปัญหา การฉลองให้กับการวิ่งครบหนึ่งพันครั้งคงมีขึ้นก่อนสิ้นเดือน ตั้งใจจะไปกินบุฟเฟต์สลัดอีกครั้ง

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้านี้อยู่ที่แปดสิบเจ็บกิโลครึ่ง ที่ยังไม่ลงไปถึงไหนก็เพราะมื้อค่ำที่กลับมาอย่างสม่ำเสมอตลอดสัปดาห์ ราวกับว่าเป็นเรื่องปกติ คิดว่าทางแก้ก็คือพยายามเข้านอนให้เร็วขึ้น แต่ทางเวทีที่มัฆวานก็มีเรื่องราวให้ติดตามจนยากจะเข้านอนเร็วได้

แถมเมื่อวานก็กินข้าวเหนียวไปถึงสองมื้อจึงเตรียมการเรื่องผักสลัดและอื่นๆ ไว้กินเพิ่มมากขึ้นจากสิ่งที่คุ้นเคยอย่างที่ผ่านๆ มา ส่วนแผนการวิ่งจะพยายามปรับเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยเพื่อดูสภาพร่างกายทั้งหลัง ขา เข่าและข้อเท้าว่าจะรับได้แค่ไหน อย่างไรก็ดีสัปดาห์หน้ามีภารกิจนอกบ้านเสียสองวัน จะได้กลับมาออกวิ่งอีกครั้งในวันพุธ ขอให้อากาศเป็นใจด้วยก็แล้วกัน

สลับไปสลับมา

ไม่มีอะไรมาก ตามที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่าขอให้ได้กลับมาวิ่งต่อในวันพุธก็ได้ตามนั้นจริงๆ ทั้งสัปดาห์ออกวิ่งได้สามวัน วันจันทร์และอังคารนั้นเป็นภารกิจสารทบะจ่างของครอบครัว ติดฝนเสียหนึ่งวันก่อนวันสารท ส่วนอีกวันลุกไม่ขึ้นเลยขอนอนต่อไปอีกนิดบวกกับมีภารกิจพอดีจึงได้รีบออกจากบ้านไปโดยเร็ว

ร่างกายที่ได้พักอย่างเต็มที่จะช่วยให้คุณภาพการวิ่งเป็นปกติเหมือนเดิม แทบไม่ต้องพิสูจน์แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการนอนอยู่บ้าง ทั้งสัปดาห์สามารถสะสมได้เพียงเท่านี้เอง

ใกล้จะถึงหลักชัยสำคัญอีกครั้งเร็วๆ นี้ ถ้าไม่มีฝนลงมาสกัดคงได้ฉลองกัน …อะไรดี

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังได้เห็นตัวเลขแปดสิบเจ็บกิโลอยู่เหมือนเดิม โล่งอกไปได้เยอะเพราะทั้งข้าวเหนียวพร้อมเครื่องในบะจ่าง กับข้าวที่ตั้งโต๊ะไหว้บรรพบุรุษและบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น ต่างก็เอร็ดอร่อยแบบต่อเนื่องตลอดสัปดาห์

มีข้อสังเกตหนึ่งคือบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์กินได้นิดหน่อยก็อิ่มแล้ว ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น แต่ก็ตัดใจรักษากระเพาะไว้ดีกว่าเสียดายเงินที่จ่ายไป กินแบบนี้เยอะๆ ก็ทำลายสุขภาพเหมือนกันนะ

คิดเล่นๆ ว่าได้กินจนอิ่มแปร้แล้ว ลองอดให้ท้องกิ่วเป็นการฝึกด้านกลับกันบ้างเอาไหม

…ความรู้สึกมันก็ปรารถนาอย่างนั้น แต่ใจยังแข็งไม่พอแน่นอน

ยังพยายามอยู่

ต่อเนื่องได้จากสัปดาห์ที่แล้ว อย่างที่ออกตัวเอาไว้ ถ้าไม่มีภารกิจหรืออุปสรรคอะไรเข้ามาขวางก็จะพยายามต่อไปให้การออกวิ่งสม่ำเสมอต่อเนื่อง อาจจะไม่หนักเหมือนเคย ช่วงนี้ขอความสม่ำเสมอเอาไว้ก่อน

ขาดวันจันทร์ไปเพราะมีภารกิจครอบครัวแต่เช้า แต่ก็ตั้งใจจะปิดเดือนที่ห้าของปีให้ได้ในวันอังคาร สถิติของเดือนพฤษภาคมสะสมได้ตามอัตภาพเพียงแค่นี้

ที่รออยู่อีกวันคือวันเสร็จจากโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีในเช้าวันพฤหัส คราวนี้ได้เห็นฤทธิ์ของกาแฟเข้มที่กระหน่ำดื่มเข้าไปในช่วงสองสัปดาห์มานี้เนื่องจากเกรงว่ากาแฟถุงโตนี้จะหมดสภาพไปเสียก่อน จนกระทั่งเย็นวันพุธที่ต้องดื่มน้ำผสมดีเกลือฝรั่งก็ได้พบว่าการเคลื่อนตัวของลำไส้นั้นตอบสนองต่อดีเกลือน้อยลงเหมือนท้องจะผูกกว่าเดิม จึงค้นข้อมูลว่ากาแฟมีความเกี่ยวข้องกับอาการท้องผูกหรือไม่ ก็ได้คำตอบแบบรวมๆ ว่าน้ำชากาแฟมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน ถึงแม้ว่ากาแฟที่ชงกินอยู่นั้นจะเป็นกาแฟสดที่มีความเข้มข้นของคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟสำเร็จรูปก็ตาม เป็นความรู้ใหม่จริงๆ

ส่วนเข้าวันศุกร์ออกวิ่งด้วยความหิวเป็นทุนเดิมแถมวิ่งๆ ไปฝนก็เทลงมาราวกับวิ่งขอฝนจึงต้องหยุดก่อนเสร็จสิ้นตามแผนการวิ่งปกติ และเช้าต่อมายังมีฝนกระหน่ำต่อเนื่องอยู่อีก สัปดาห์นี้จึงทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังไม่มีข่าวดีนัก ขนาดได้ผ่านการดัดนิสัยการกินมาอีกครั้ง ภารกิจของครอบครัวในการเตรียมบะจ่างสำหรับไหว้ในเทศกาลตอนเช้าวันจันทร์ก็เป็นส่วนสำคัญให้น้ำหนักขึ้นได้ แม้จะแตะเบรกแทบหัวขมำไปอย่างแรง เข็มก็ยังหยุดอยู่ที่แปดสิบเจ็ดกิโลอยู่อีก

และถ้าฝนยังคงตกลงมาตั้งแต่ก่อนสว่างอย่างนี้ก็คงไม่รู้ว่าไหร่จะได้ออกวิ่งอีก หวังว่าตั้งแต่เช้าวันพุธไปจะได้ออกกำลังตามปกติก็แล้วกัน เดือนนี้ไม่น่ามีอะไรมาขวางอีกแล้ว

ส่วนเรื่องอาหารการกินจะพยายามกลับไปเคร่งครัดอีกครั้งเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้ดีขึ้นโดยเร็ว…

อ่านจบ ถอยไปข้างหน้า ONWARD

ถอยไปข้างหน้า การต่อสู้เพื่อพลิกฟื้นจิตวิญญาณแห่งสตาร์บัคส์
โดย โฮวาร์ด ชูลท์สและโจแอน กอร์ดอน
แปลโดย โตมร ศุขปรีชา
สำนักพิมพ์ อมรินทร์ HOW-TO
ISBN 9 786165 170314
ราคา 295 บาท

ผมได้กลับมาพบปะกับสตาร์บัคส์อีกครั้งเมื่อปลายปีที่ผ่านมาขณะแวะไปดู Tron Legacy 3D ในโรงหนังแถวบ้าน ปกติก่อนเข้าไปดูหนังก็จะหา Espresso ร้อนๆ ดื่มสักแก้วเพื่อจะได้ไม่หลับคาโรงเพราะอากาศเย็นในหน้าหนาว แต่ร้านเดิมที่เคยนั่งดื่มหายไปแล้ว ยังคงเหลือร้านให้เลือกเพียงร้านเดียวคือร้านสตาร์บัคส์ จากที่กล้าๆ กลัวๆ และหวั่นในราคากาแฟที่รู้สึกว่าเกินตัวไปหน่อย เมื่อเทียบกับตั๋วราคาตั้ง 250 บาทยังกล้าจ่าย ลองกาแฟยี่ห้อดังเสียหน่อยจะเป็นไรไป

ด้วยความทรงจำที่ต้องถอยไปไกลสักหน่อย ผมและเพื่อนสนิทคนที่เพิ่งจบป.โทหมาดๆ เคยแวะไปนั่งดื่มกาแฟร้อนตอนดึกๆ ที่ร้านหน้าห้างเซ็นทรัล ชิดลม จำได้ว่าร้านเพิ่งเปิดใหม่และตอนนั้นก็แค่ต้องการหาอะไรดื่มกลางดึกเท่านั้น จากนั้นก็ได้แวะเข้าไปนั่งคุยกับเพื่อนคนเดิมนี้ในสาขาอื่นบ้างแทบนับครั้งได้ โดยไม่ได้รู้สึกสนใจอะไรในความเป็นตัวตนของสตาร์บัคส์เลย ได้ยินข่าวเรื่องการปิดร้านสาขาในอเมริกาขณะที่ในบ้านเราเปิดสาขาใหม่บ้างด้วยความรู้สึกทำนองเปรียบเทียบมากกว่าใส่ใจในข้อมูลเบื้องหลัง แถมยังรู้สึกตัวเองไม่เหมาะกับสินค้าที่ราคาเกินตัวอยู่ดี

จนได้ผลักประตูเข้าไปในร้านว่างๆ ขณะรอดูหนัง ยืนเงอะๆ งะๆ พยายามมองเมนูว่าพอจะดื่มอะไรได้บ้าง ก็ได้ยินพนักงานถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรว่า “ร้อนหรือเย็นดีค่ะ?” นั่นเป็นคำถามที่ประทับใจอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยนั่นก็เป็นคำถามแรกที่สมควรถามเป็นที่สุดสำหรับลูกค้าที่สั่งเครื่องดื่มไม่ถูกและนั่นก็เป็นการเปิดบทสนทนาที่ช่วยให้ผ่อนคลายความเกร็งและพร้อมจะพูดคุยต่อไปได้อีกหลายประโยค ด้วยสถานะที่สามารถรับผิดชอบกาแฟที่ราคาขนาดนี้ได้แล้ว ก็ยังตัดสินใจสั่ง Americano short​ ร้อน แก้วเล็กราคาถูกที่สุดมาดื่ม ด้วยเพราะไม่นิยมการเติม dairy product ในกาแฟแบบอื่นๆ เป็นเหตุผลเสริม ระหว่างดื่มก็มีแหม่มสั่งกาแฟและครัวซองก์มานั่งร่วมโต๊ะด้วย แล้วคนที่มีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงมากๆ ก็ได้เรียนรู้วีธีการนั่งดื่มกินร่วมกับเพื่อนร่วมโลกผู้นิยมกาแฟยี่ห้อนี้ไปในตัว และ Americano short ร้อนแก้วนี้ก็ทำงานของมันเป็นอย่างดีสำหรับ Tron Legacy 3D

ต่อมาหลังจากขับรถกลับจากพาครอบครัวไปไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลตรุษจีน ไม่รู้มีอะไรดลใจให้อยากแวะหากาแฟดื่มโดยหากจะฝืนขับต่อไปก็ถึงบ้านได้ปกติอย่างที่ผ่านมา แต่วันนั้นไปหยุดรถที่หน้าร้านสตาร์บัคส์ สาขามอร์เตอร์เวย์ขาเข้า พี่ชายที่นั่งอยู่ข้างคนขับก็หยิบเอา ‘สตาร์บัคส์การ์ด’ มาให้ใช้แทนเงินสดที่ต้องจ่าย ขณะที่รอ Americano short ร้อนอยู่นั้นก็ได้เห็นเมล็ดกาแฟและที่ชงกาแฟแบบเฟรนช์เพรสวางให้เลือกซื้ออยู่ด้วย อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนั้น เจ้าที่ชงตัวเก่าตกแตกไปสักระยะหนึ่งแล้ว เคยเดินดูในห้างใหญ่ก็ไม่มีอย่างที่ถูกใจ ที่นี่มี Bodum ขนาดกำลังดีอย่างที่ต้องการเสียด้วย เก็บข้อมูลนี้ไว้เพื่อประกอบการตัดสินใจได้ทันที

วันพฤหัสฯ ต่อมา ต้องไปทำธุระแถวถนนราชดำเนินตามปกติ จึงวางแผนว่าจะแวะเข้าไปที่สาขาถนนข้าวสารเพื่อขอดูเจ้า Bodum French Press Coffee Maker เสียหน่อย ไม่ได้คาดหวังอะไรมากแถมยังประหม่าไม่น้อยอีกด้วย แต่เมื่อได้พูดคุยกับพนักงานแล้วก็ได้รับความประทับใจในบริการอย่างท่วมท้นอีกครั้ง โดยเธอให้คำแนะนำเกี่ยวกับตัวชงกาแฟอย่างดีมาก ได้ความรู้มากมายที่เอามาปรับใช้กับการชงกาแฟด้วยตัวเองโดยไม่รู้สึกว่าถูกหว่านล้อมให้ต้องซื้อสินค้านี้ทันที จะต้องปิดการขายให้ได้โดยเร็วแต่อย่างใด เหมือนได้คุยกับคนที่รักการชงและการดื่มกาแฟอย่างแท้จริง วันนี้ก็ได้แซนด์วิชโฮลวีตทูน่ากลับมาฝากแม่สำหรับเข้ารุ่งขึ้นอีกด้วย ตามด้วยเซอร์ไพรส์โปรโมชั่นซื้อสินค้าด้วย ‘บัตรสตาร์บัคส์การ์ด’ ได้ส่วนลดทันที 5% จึงเลือกบัตรลายประเทศไทยเป็นบัตรส่วนตัวใบแรก ก่อนออกจากร้านพนักงานอีกคนก็ยังถามฝากว่าไม่รับเมล็ดกาแฟไปด้วยหรือ จึงตอบไปว่าที่บ้านยังมีอยู่ …เพราะซื้อเก็บไว้ก่อนที่ได้เจอกับ Bodum รุ่น Kenya ตัวนี้เสียอีกโดยยังไม่ได้เปิดซองเลยเพราะตัวเก่าแตกไปแล้วอย่างที่เกริ่น… เลยตอบไปว่าเอาไว้หมดแล้วจะแวะมาอีกครั้ง

อีกหนึ่งเดือนได้แวะกลับไปที่สาขาถนนข้าวสารอีก เหมือนจะมาตามสัญญาเมื่อกาแฟหมด บวกกับได้พบกับหน้า Facebook ของ Starbuck Thailand กำลังมีการพูดคุยเรื่องเมล็ดกาแฟออกใหม่สำหรับการฉลองวาระครบรอบ 40 ปีของบริษัท ก็อยากแวะไปคุยกับพนักงานอีกครั้ง สมดังใจที่ได้พบกับเธอคนเดิมและก็จำได้ด้วยว่าเดือนที่แล้วมาซื้อที่ชงกาแฟไป จึงได้ขอคำแนะนำเรื่องรสชาดของกาแฟแต่ละเบลนด์ ได้ความรู้เรื่องเมล็ดกาแฟ การคั่วการบดการชงอีกมากมาย เทียบไม่ได้กับเมื่อครั้งที่พี่ชายเคยซื้อมาฝาก ชงดื่มเองผสมร้อนบ้างผสมเย็นบ้างไปแบบงูๆ ปลาๆ จนไม่ได้รู้ซึ้งถึงรสชาดแท้ของมันอย่างน่าเสียดาย ได้ข้อมูลกระทั่งอะไรที่ควรทานคู่กับกาแฟที่ดื่ม เป็นเรื่องราวที่ชวนให้อยากเป็นนักดื่มกาแฟตัวจริงเสียแล้ว โดยขอละแบบที่ราคาแพงๆ เอาไว้ก่อน

เคยดูรายการหนึ่งทางช่อง Discovery เป็นเรื่องราวของกาแฟนี่เอง มีประโยคเด็ดของบาริสต้า/เจ้าของร้านกาแฟผู้หนึ่งกล่าวไว้น่าฟังว่า “หากคนรวยสามารถมีความสุขกับการนั่งจิบไวน์ราคาแพงๆ ได้ คนจนๆ ก็มีความสุขกับการดื่มกาแฟดีๆ ได้เหมือนกัน” มาทราบทีหลังว่านั่นเป็นรายการ How Stuff Works? และประโยคเด็ดนี้ก็ประทับอยู่ในใจได้ดีทีเดียว

เวลาผ่านไป Starbucks Espresso Roast ถุงแรกก็หมดลง จนปลายเดือนเมษายนก็ได้ข่าวการเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ของเจ้าของสตาร์บัคส์ภาคภาษาไทย ด้วยนิสัยรักการอ่านทำให้ได้เวลาออกเดินทางเพื่อตามหาหนังสือเล่มนี้หลังจากที่เปิดตัวไปเพียงวันเดียว เป็นการหัดเดินไปในตัว จึงเลือกที่จะแวะไปสาขาถนนข้าวสารอีกครั้ง แต่ไม่เจอพนักงานคนเดิมที่เคยแนะนำอะไรมากมายให้ พนักงานคนใหม่ก็ทำหน้าที่ได้ดีเหมือนกัน หนังสือไม่มี ส่วนแก้วเครื่องดื่มเย็นแบบฝาโดมที่กำลังฮิตก็เหลือไม่มาก แม้จะประทับใจในแก้วฝาโดมนี้อย่างมากก็ต้องกัดฟันวางเอาไว้ก่อนเพราะนิยมดื่มร้อนมากกว่า อย่างไรก็ไม่เสียเที่ยว คราวนี้ได้ ‘ม่วนใจ๋เบลนด์ Muan Jai Blend’ ติดมือกลับมาด้วย

รสชาดที่เป็นเอกลักษณ์ของม่วนใจ๋เบลนด์น่าประทับในไม่น้อยไปกว่าที่ได้สนับสนุนผู้ปลูกกาแฟรายย่อยทางตอนเหนือของบ้านเราไปด้วย แต่เส้นทางสายกาแฟยังอีกยาวไกลนัก

มาได้หนังสือเล่มนี้ที่ร้านใหญ่กลางใจเมืองในวันรุ่งขึ้นแทน คราวนี้ได้ทั้งเล่มต้นฉบับปกแข็งและเล่มแปลปกอ่อนพร้อมกับเลยทีเดียวแถมส่วนลด 20% และ 10% ตามลำดับ ห่างจากร้านนี้ไปนาน สงสัยต้องแวะไปให้บ่อยขึ้นอีกเพราะมีหนังสือใหม่ๆ เข้ามาพอสมควร จึงได้ปกแข็งออกใหม่เอี่ยมอีกเล่มในราคาลด 20% เหมือนกัน

ชีวิตผมมักจะเป็นแบบนี้ ดูราวกับสิ่งต่างๆ ได้ถูกวางเอาไว้เพื่อทำความรู้จักกันอย่างต่อเนื่องและหนังสือเล่มนี้ก็มีเบื้องลึกเบื้องหลังน่าสนใจสำหรับสร้างความคุ้นเคยกันมากขึ้น พอดีกับช่วงเวลาของชีวิตที่อยากปลีกตัวจากเรื่องราวของคอมพิวเตอร์สุดรักยี่ห้อผลไม้ถูกกัดลูกนั้นเพื่อค้นหาสิ่งใหม่มาเติมเต็มมุมมองสำหรับอนาคตอยู่พอดี

สิ่งที่ได้เรียนรู้เป็นแก่นแท้ของเจ้าของธุรกิจผู้ไม่สามารถฝืนความรู้สึกของตัวเองแล้วปล่อยให้สิ่งที่สร้างขึ้นมากับมือพังลงไปต่อหน้าต่อตาขณะที่บริษัทอีกมากมายล่มสลายลงไปก่อนแล้ว ในทางธุรกิจ การกอบกู้ย่อมต้องการการปรับเปลี่ยน และผู้นำที่ดีต้องเป็นผู้บอก ขอร้อง กระตุ้นและรับฟังทุกคนที่ร่วมกันมา ก่อนเป็นผู้นำลงมือทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขสิ่งผิดให้กลายเป็นความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนได้อีกครั้ง

ตอนท้ายของหนังสือ โฮวาร์ด ชูลท์สกล่าวถึงลักษณะสำคัญของผู้นำไว้ว่า

Grow with discipline. Balance intuition with rigor. Innovate around the core. Don’t embrace the status quo. Find new ways to see. Never expect a silver bullet. Get your hands dirty. Listen with empathy and overcommunicate with transparency. Tell your story, refusing to let others define you. Use authentic experiences to inspire. Stick to your values, they are you foundation. Hold people accountable but give them the tools to succeed. Make the tough choices; it’s how you execute that counts. Be decisive in times of crisis. Be nimble. Find truth in trials and lessons in mistakes. Be responsible for what you see, hear, and do. Believe.

คำแปลในเล่มภาษาไทยคือ

จงเติบโตพร้อมการมีวินัย รักษาสมดุลระหว่างสัญชาตญาณกับความมีระเบียบวินัย สร้างนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก อย่ายึดติดกับสภาพเดิมๆ ค้นหาหนทางใหม่ๆ อย่าคาดหวังว่าจะมีหมัดเด็ด ให้มือของตัวเองรู้จักเลอะเทอะเปรอะเปื้อนบ้าง รับฟังด้วยความเห็นอกเห็นใจและลื่อสารให้มากด้วยความโปร่งใส บอกเล่าเรื่องราวของตัวเองและอย่าปล่อยให้ผู้อื่นมานิยามคุณ ใช้ประสบการณ์ความเป็นตัวจริงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ยึดมั่นในคุณค่าของตัวเอง ซึ่งเป็นรากฐานของคุณ ทำให้ผู้คนรับผิดชอบแต่ก็ต้องมอบเครื่องมือสู่ความสำเร็จให้พวกเขาด้วย จงตัดสินใจเรื่องยากๆ เพราะวิธีการบริหารของคุณเป็นเรื่องสำคัญที่สุด จงเด็ดเดี่ยวในยามวิกฤต จงคล่องแคล่ว ค้นหาความจริงในปัญหาและบทเรียนจากความผิดพลาด จงรับผิดชอบต่อสิ่งที่คุณเห็น ได้ยิน และทำ จงเชื่อมั่น

เรื่องที่น่าเรียนรู้อย่างมากคือจิตวิญญาณการให้บริการของพาร์ทเนอร์ (คำเรียกพนักงานในร้านและในบริษัท) ที่ได้ถ่ายโอนจากตัวโฮวาร์ดมาถึงทุกคนได้อย่างน่าสนใจ ดูได้จากเสียงตอบรับของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ การวางสถานะของร้านให้เป็นเหมือนแหล่งพักพิงแห่งที่สาม รองจากบ้านและที่ทำงานเป็นการกำหนดบทบาทของพาร์ทเนอร์ทุกคนในร้านว่าจะต้องวางตัวอย่างไรกับลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามา นี่เป็นกรณีตัวอย่างสำหรับกิจการอื่นๆ แม้จะไม่ใช่สินค้าที่เปรียบเทียบกับตรงๆ ได้แต่เรื่องจิตวิญญาณการบริการสามารถเรียนรู้จากกรณีศึกษาที่เป็น Best Practice นี้ได้

ความน่าสนใจน่าติดตามทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นได้เลยหากโลกนี้ไม่มีคนที่รักในบริษัทของตัวเองสุดหัวใจอย่าง ‘โฮวาร์ด ชูลท์ส’

ส่วนเรื่องราวของกาแฟสำหรับผมจะยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมากมาย ตราบใดที่คนจนสามารถหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ ได้จากการดื่มกาแฟคุณภาพดีสักแก้ว

…สำหรับบัตรส่วนลดซื้อ 1 แถม 1 ที่มากับหนังสือคงได้ใช้ในเร็ววัน