ธรรมชาติบำบัดคือคำตอบ

ยังคงรักษาตัวต่ออีกในสัปดาห์นี้ทั้งที่ยังหวังว่าจะออกวิ่งได้เป็นปกติโดยเร็ว และก็ได้วิ่งปิดเดือนมีนาคมในวันอังคาร เพราะหลังวิ่งแล้วก็ยังมีอาการอยู่บ้าง จึงต้องพักไปอีกวัน สรุปภาพรวมของเดือนสามได้เพียงเท่านี้เอง

งวดนี้พักรักษาตัวนานมาก การออกวิ่งอีกครั้งจึงไม่สามารถวิ่งในระดับเดิมได้ทันที เพราะเพียงแค่วิ่งให้จบยังเป็นเรื่องที่คาดหวังไม่ได้เลย

ความตั้งใจของเดือนใหม่ก็ยังต้องการวิ่งได้ให้ทุกวันอยู่ เพียงแต่ร่างกายระยะนี้คงต้องสะสมกำลังความพร้อมอีกสักหน่อย ขอให้ได้วิ่งก็พอใจแล้วในขั้นนี้

และก็สามารถออกวิ่งอีกครั้งในทันทีที่เริ่มเดือน วิ่งได้สองวันก็มาถึงสถิติสำคัญอีกครั้ง คือ สะสมเวลาในการวิ่งได้ครบแปดร้อยชั่วโมง สุดจะจินตนาการจริงๆ

แม้จะยังมีอาการอยู่บ้าง ทั้งที่เท้าซ้ายและความยากลำบากในการลุกจากที่นอน ก็ยังสามารถออกวิ่งวันละเล็กวันละน้อยได้จบครบ ทั้งสัปดาห์สะสมไปได้อย่างน่าประทับใจอย่างนี้

อย่างที่ตั้งใจไว้ว่าจะเริ่มกระบวนการธรรมชาติบำบัด ต้องวงเล็บไว้หน่อยว่าตามอัตภาพ สัปดาห์นี้จึงต้องพา ‘วารีบำบัด’ กลับมาหลังจากที่ห่างหายไปนาน น้ำแข็งในถุงก็ยังแช่เก็บไว้ในตู้เย็นอยู่นั่น ได้ใช้งานอีกครั้งคราวนี้ นำมาแช่ในถังบรรจุน้ำสามขัน แล้วแช่เท้าขวาลงไปนานราวครึ่งชั่วโมง เช้าเย็นพอประมาณ บางวันอาจเหลือครั้งเดียวตามแต่จะความสะดวก

อาการเจ็บกล้ามเนื้อฝ่าเท้าก็บรรเทาลง อาการเจ็บข้อหัวแม่เท้าขวาที่ยังเป็นๆ หายๆ ก็ดีขึ้น ยาประจำวันละหนึ่งเม็ดกำลังจะหมด จะหยุดกินไปเลยดีไหม???

ส่วนเครื่องปั่นแยกกากที่เก็บเอาไว้นานก็ได้เวลาพามาประจำการอีกครั้ง เลือกเวลาที่ท้องว่างหน่อย ปั่นแครอท ฝรั่ง และเซเลอรี่สลับกันไปวันละหนึ่งอย่าง ดื่มตอนท้องว่างเพื่อให้เอนไซม์จากการคั้นจะได้ดูดซึมไปใช้งานได้มากที่สุด

ส่วนอาหารการกินอื่นๆ ก็ไม่ต่างไปจากปกติมากนัก สายวันศุกร์ได้เวลาไปซื้อของใช้ที่บ้านเจ้าพระยาอีกครั้ง คราวนี้ติดน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นกลับมาด้วย จะลองดื่มอีกครั้ง

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้านี้อยู่ที่ปริ่มๆ แปดสิบสามกิโล ปริ่มในทางขาด น้ำหนักขึ้นลงตามวิถีชีวิตอย่างนี้ ยิ่งต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดของชีวิต

สัปดาห์ใหม่อาจจะได้ทดลองอะไรอีกหลายอย่าง การวางแผนการวิ่งก็เป็นกิจกรรมลับสมองที่สนุนสนานมาก อยากจะปรับเพิ่มก็ต้องดูสภาพแวดล้อมอื่นๆ อย่างน้อยขอให้ได้วิ่งทุกวันก่อนนั่นแหละความสุขสมใจ