เห็นท่าจะเริ่มต้นใหม่ไม่นานก็ต้องพักรักษาตัวอีกครั้ง แน่นอนว่าครั้งนี้ต้องฝืนใจหันไปพึ่งยาเคมีช่วย จนเย็นวันอาทิตย์อาการที่ข้อเท้าขวาเริ่มดีขึ้น สามารถออกไปปฏิบัติภารกิจประจำสัปดาห์ในเช้าวันจันทร์แทน ศรัทธาเต็มเปี่ยม
เมื่ออาการค่อยๆ ดีขึ้น ก็เป็นโอกาสที่จะลดยาเคมีลง คอยพิจารณาความพร้อมของข้อเท้าบวกกันความต้องการสะสมระยะทางสำหรับสัปดาห์นี้สักหน่อย จึงริเริ่มวางแผนเบาๆ เพื่อกลับมาออกกำลังกายได้อย่างยั่งยืน
เช้าวันศุกร์จึงเริ่มออกเดินอีกครั้ง ตั้งโปรแกรมไว้ที่สี่สิบห้านาที หวังว่าน่าจะทำระยะทางได้สักสี่กิโล แต่พอก้าวเดินไปไม่กี่ก้าว ความอึดอัดก็เข้าครอบงำ ร่างกายเร่งขาจากเดินไปสู่วิ่งเยาะๆ ในทันทีเพื่อบรรเทาอาการอึดอัดดังกล่าว ได้ผล
ความรู้สึกต่อมาก็คือโปรแกรมก็ตั้งไปแล้ว จะวิ่งไหวหรือ แต่ก็ฝืนสาวเท้าต่อไป และไม่ลืมที่จะพิจารณาร่างกายไปพลาง ฟังเพลงในพ็อดคาสท์ไปพลาง ในที่สุดก็สามารถทำระยะทางได้เกินห้ากิโลเมตร
วันรุ่งขึ้นก็หวังว่าจะทำได้ไม่ด้อยไปกว่าวันก่อน โปรแกรมเดิมและเริ่มวิ่งต่อไปจนสะสมระยะทางได้ถึงระดับหกกิโลเมตรอีกครั้ง
แม้จะได้ออกวิ่งเพียงสองวัน แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ไม่เลวนัก
เช้านี้เดินขึ้นตาชั่งเพียงครั้งเดียวได้ผลอยู่ที่แปดสิบสามกิโลกรัมจึงเดินลงทันที ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีความรู้สึกต้องการอาหารหลังจากมื้อเย็นล่วงเลยไปสักระยะ ทำให้ร่างกายส่งสัญญาณออกมาอย่างสม่ำเสมอราวกับคุ้นเคย เป็นที่มาของนิสัยการกินมื้อค่ำที่ไม่อยากให้กลับมาอีก
แถมเมื่อกลางสัปดาห์มีการออกไปทดลองร้านอาหารบุฟเฟต์อีกยี่ห้อหนึ่ง ผลก็คือไม่ดีเท่าที่ควร และยังได้ผงชูรสเป็นของแถมกลับมามากมาย ถึงกับคืนวันพุธต้องดื่มน้ำอย่างต่อเนื่องโดยหวังว่าจะถ่ายล้างมันออกจากร่างกายได้บ้าง เล่นเอาแทบไม่ได้นอน ตื่นนอนในเช้าต่อมาแล้วยังต้องหวนกลับไปหาที่นอนต่ออีกสองชั่วโมง
สัปดาห์หน้าจะเริ่มโปรแกรมล้างพิษตับและถุงน้ำดีอีกครั้งในวันพุธ ร่างกายที่เริ่มส่งสัญญาณมาอีกครั้ง คงจะได้เห็นกันว่าอะไรจะออกมาบ้าง
ที่สำคัญ ต้องแก้ไขความต้องการหลังมื้อเย็นให้ได้
