มลพิษทางเสียง

ผ่านพ้นไปด้วยดีกับการสอบไล่ภาค 1/2548 ของ มสธ. ตอนแรกก็กลัวเหมือนกันว่าจะยากไหม แต่ก็ผ่านไปได้หมด โดยเฉพาะวิชาเมื่อวานตอนช่วงเช้า 12301 วิวัฒนาการการเมืองไทย เพราะเร่งอ่านหน่วยเรียนให้จบโดยเร็วที่สุด ส่วนของวันนี้ก็ใช่ย่อย ช่วงเช้า 10201 ประวัติศาสตร์ไทย และช่วงบ่าย 10151 ไทยศึกษา วิชาหลักของหลักสูตรไทยคดีศึกษาที่เลือกเรียน

การได้เคร่งครัดในการจัดเวลาอ่านหนังสือจะเป็นการเริ่มต้นสร้างวินัยให้ตัวเองเพื่ออ่านหนังสือให้ได้มากขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้

เช้านี้ขณะทำข้อสอบก็ไม่อาการง่วงเหงาหาวนอนเหมือนกัน ทั้งที่นอนมาเต็มที่ ผิดกลับเมื่อวานที่นอนไม่ค่อยหลับเมื่อคือก่อนสอบ แต่ตอนสอบก็ไม่มีอาการเท่าไหร่ คงตื่นเต้นกระมัง

อาการง่วงเรื้อรังมาจนถึงช่วงเที่ยงขณะทบทวนวิชาอยู่ จะงีบหลับสักครู่ก็เกรงว่าจะเลยเถิด

เมื่อถึงเวลาสอบสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดก็เกิดขึ้น ขณะทำสอบอยู่นั้น เสียงเพลงสนุกสนานครื้นเครงก็ล่องลอยมาจากวัดที่อยู่ข้างโรงเรียนที่สอบนั้นตลอดเวลา แบบไม่มีขาดช่วง หรือ non stop แหม…เกือบของขึ้นอยู่เหมือนกัน เพราะความรู้สึกเมื่อครั้งพักอยู่ที่โคราช จะมีซุ้มคาราโอเกะข้างทาง สร้างเสียงเพี้ยนๆ ขึ้นมารบกวนการนอนได้ถึงชึ้น 4 ของอาคาร เป็นอันว่าต้องเปิดแอร์นอนตลอดเพื่อกั้นเสียงเพื้ยนๆ แบบนั้น

แต่นี่ไม่เพี้ยนหน่ะสิ เสียงใสเหมือนฟังอาจารย์สันทนาการร้องปลุกใจตอนเข้าค่ายลูกเสือเมื่อครั้งยังเด็ก จะแตกต่างไปก็เพียงเพลงคราวนี้เป็นเพลงแนวผู้หญิงหาผัวเสียส่วนมาก

ก็ต้องใช้เทคนิคทางจิตเพื่อกำหนดย้ายความสนใจจากเสียงที่แผดลั่นอยู่นั้นให้ตรึงอยู่กับข้อสอบทั้ง 120 ข้อนี้ ไม่อย่างนั้นได้ลงทะเบียนสอบซ่อมแน่!

จนแล้วจนรอด จนทำข้อสอบเสร็จเสียงเพลงนั้นก็ยังไม่มีเค้าว่าจะจบลง งานรื่นเริงยังไม่เลิกรา

สมองส่วนหนึ่งก็ใช้เรียบเรียงแนวเรื่องที่เขียนอยู่นี้ อีกส่วนก็ทำข้อสอบไป แหม…มันช่าง preemtive multitasking จังน่ะ กลับมาถึงบ้านแล้วก็ไม่รอช้าที่จะเขียนเรื่องนี้ให้เสร็จ

สงสัยเหมือนกันว่าคนกลุ่มนั้นจะรู้ไหมนี่ว่าเขาได้ทำกรรมเอาไว้ด้วยการส่งเสียงรบกวนนักศึกษาที่เข้าสอบวันนี้เข้าอย่างจัง

หรือว่าเขาตั้งใจมาช่วยไม่ให้ความรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนกำเริบ!!!