หายไปจากการวิ่งเสียหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้ว่าถึงสิ้นเดือนสิงหาคมน่าจะทำระยะทางสะสมได้มากจนน่าพอใจ แต่เพราะอาการกำเริบ ความสิ้นหวังจึงเข้ามาเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง
สรุปว่าเดือนที่แล้วสะสมระยะทางไปได้เพียงเท่านี้เอง
การพาตัวเองกลับมาวิ่งเหมือนเดิมดูแล้วรู้สึกยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่า การเริ่มต้นอีกครั้งจึงต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่างน้อยก็เพื่อให้จิตใจกลับมาพอใจกับการวิ่งเหมือนเดิม
แต่สัปดาห์นี้มีภารกิจนอกบ้านอีกครั้งในวันอังคาร ไม่เพียงวันเดียวที่ต้องการพักหลังจากนั้น แรงเฉื่อยภายในยังคงมีอยู่ กว่าจะบอกตัวเองให้กลับมาวิ่งอีกครั้งก็หมดสัปดาห์อีกแล้ว สิ่งที่ทำได้ก็คือบังคับตัวเองให้วิ่งในระดับเดิมที่เคยทำได้ทันที
ระยะทางสะสมจึงทำไปได้เพียงเท่านี้ก่อน
ส่วนน้ำหนักชั่งเมื่อเช้าลดลงมาหนึ่งกิโลหลังจากที่พุ่งไม่หยุดในสัปดาห์ก่อนเพราะไม่ได้วิ่งเลยอยู่ที่แปดสิบสี่กิโล เป็นไปได้ว่าควรจะทำให้ลดลงไปเรื่อยๆ จนอยู่ในระดับสมดุลย์อีกครั้งโดยไม่ต้องพึ่งการอดหนึ่งวัน …หวังว่าอย่างนั้น
หลุมดำนอกจากครอบงำจิตใจแล้วยังชักพาพฤติกรรมต้องห้ามกลับมาอีกด้วย ‘มื้อดึก’ ที่ห่างหายไปนานแล้วกลับมาพักพิงแทบจะเป็นการถาวร เรื่องนี้ต้องตั้งสติพิจารณาให้ดีเพื่อบังคับตัวเองให้หลุดพ้นจากหลุมดำตื้นๆ นี้ให้ได้
ระหว่างที่วิ่งตอนเช้าวันนี้ก็คิดเล่นๆ ว่าหากสามารถกลับมาวิ่งได้เหมือนเดิมสัปดาห์ละห้าวัน วันละแปดกิโล ภายในเดือนนี้ก็น่าจะทำระยะทางได้ถึงระดับหนึ่งร้อยกิโลได้อีกครั้ง หลังจากที่เป้าหมายหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลของเดือนที่แล้วล้มเหลวไม่เป็นท่า
สิ่งที่ต้องทำก็คือตั้งสติแล้วบอกกับจิตใต้สำนึกภายในว่าจำเป็นต้องพาตัวเองให้พ้นจากหลุมดำแห่งหายนะที่กำลังหลงวนเวียนอยู่นี้ ส่วนแรงผลักดันที่จะทำให้สำเร็จนั้น ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะหาจากที่ไหน…

