ภารกิจที่ต้องรับผิดชอบในสองวันทำงานเมื่อเริ่มต้นสัปดาห์เป็นตัวเร่งให้ต้องทำทุกทางให้อาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าซ้ายเบาลงมากที่สุดอย่างรวดเร็ว และยังต้องวางแผนให้สามารถทำงานต่อเนื่องได้สองวันอีกด้วย
แต่ภารกิจของครอบครัวในวันที่เหลือของสัปดาห์ก็ยังตามมาทุกวันเนื่องจากกำลังเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับเทศกาลกินเจที่กำลังจะตามมา
พยายามกลับมาออกกำลังอีกครั้งในเช้าวันพฤหัส ประเมินตัวเองแล้วอย่างน้อยก็น่าจะออกวิ่งเหยาะๆ เบาๆ ได้ จึงกำหนดเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเพื่อดูอาการในวันแรก วิ่งเสร็จก็ปิดสถิติอันสุดรันทดของเดือนกันยายนปีนี้ไปในตัว เป็นเดือนที่สะสมระยะทางได้น้อยที่สุดของปีราวๆ หนึ่งในสามของที่ควรทำได้เท่านั้น
วันศุกร์จึงลองวิ่งด้วยความเร็วเท่าเดิมแต่ยืดเวลาออกไปด้วยแผนการวิ่งห้ากิโลแทน ก็ไม่พบปัญหาอะไรตามมา จึงต่อด้วยแผนการวิ่งห้าร้อยแคลอรีในวันต่อมา และแผนการวิ่งนี้น่าจะคงไว้อีกระยะเพื่อปรับสภาพร่างกายทั้งหมดให้พร้อมสำหรับเป้าหมายที่มากขึ้นต่อไป สัปดาห์นี้สะสมระยะทางไปได้เท่านี้
น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบหกกิโลแล้ว เมื่อได้ออกกำลังกายอย่างที่เคย เตาเผาพลังงานข้างในก็คงเริ่มติดขึ้นมาอีกครั้ง หวังว่าสัปดาห์ใหม่จะสามารถออกวิ่งได้ทุกวัน เพื่อให้เตาเผาข้างในกลับมาทำงานเต็มที่เหมือนเดิม
ความพยายามแก้ไขนิสัยแย่ๆ ที่หลงทางไปก็เริ่มขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ที่ลำบากที่สุดคือการจัดการกับความอยากที่ยังคงมีอยู่ จนบางวันก็หลุดรั่วจากการควบคุมไปเหมือนกัน
หากสามารถออกกำลังกายได้เต็มที่เหมือนเดิม ก็น่าจะมองเห็นอนาคตของสุขภาพทั้งหมดได้ลางๆ อีกครั้ง

