เป้าหมายยังเหมือนเดิม

เช้านี้อากาศเย็นลงต่ำกว่ายี่สิบห้าองศาได้จริง ผมคิดถึงหน้าหนาวในกรุงเทพที่เคยเย็นถึงสิบห้าสิบหกองศา และที่เขาชนไก่ที่เคยเย็นต่ำกว่าิสิบสององศา ตอนนั้นเกือบสิบโมงเช้าแล้ว ผมเอาไฟแช็คลนฝ่ามือตัวเองยังไม่รู้สึกเท่าไหร่เลย

สวมเสื้อกันหนาวเสียหน่อยเหตุเพราะคิดดูแล้วได้ไม่คุ้มเสียเมื่อต้องออกไปทำกิจตั้งแต่ยังไม่สว่าง กลับเข้าบ้านมาก็ถือหนังสือพิมพ์เข้าห้องน้ำเสร็จแล้วก็เดินขึ้นตาชั่งดู เข็มชี้ไม่ถึงเก้าสิบสี่กิโลดี ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง นับว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา แนวรบด้านทิศนั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมยังจมอยู่ในความรู้สึกเครียดเพราะคาดหวังกับภาระกิจสำคัญอีกครั้งหนึ่งในชีวิต จนไม่เป็นอันอยากจะทำอะไร นั่งหวังว่าจะเห็นความสำเร็จ มีคนเตือนว่า ‘ผมไม่จะเป็นต้องเคร่งเครียดเกินไป จริงแล้วผมน่าจะหาเสียงหัวเราะในภาระกิจต่างๆ ที่ทำอยู่ได้’ ก็เป็นคำแนะนำไม่ให้ความรู้สึกเครียดจากความคาดหวังของผมมันดำดิ่งลงลึกไปจนเสียผู้เสียคนจนเกินไปนัก แต่ก็ทำเอาไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะำไรอย่างอื่นเอาอยู่เหมือนกัน เรื่องออกกำลังจากจึงถูกข้ออ้างสารพัดยกมาสกัดเอาไว้

จนภาระกิจสำเร็จในวันพุธ มีการฉลองนิดหน่อย แต่ตลอดสัปดาห์นั่นผมควบคุมมื้อเย็นค่อนข้างมาก เหมือนอยากจะกินมื้อเย็นให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำให้กลางดึกไม่มีปัญหาตามมา แต่ก็ต้องพบกับอาการหิวจนนอนไม่หลับรบกวนอยู่เนืองๆ

เหตุทั้งหมดนั้นนำมาซึ่งผลที่วัดได้จริงในเช้าวันนี้ อากาศจะยังคงเย็นอย่างนี้กี่วันก็ไม่รู้ ที่แน่ๆ ต้องอ่านหนังสือและออกกำลังกายให้ได้มากที่สุด เพราะเป้าหมายสำหรับปีใหม่ที่เคยตั้งไว้นั้นคงเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่เป้าหมายนั้นจะยังคงอยู่ต่อไปเพื่อเดินทางไปให้ถึง ยั่งยืน และจะมีสิ่งดีๆ อีกมากมายตามมา