สุดท้ายก็เหลว

ทดลองเพิ่มแผนการวิ่งเท่าวันจริงที่แปดจุดสี่กิโลเมตรได้สองวันก็ได้เรื่องเลย

เริ่มสัปดาห์ใหม่กับการปรับเพิ่มแผนการวิ่งให้เท่าวันจริงเพื่อดูร่างกายว่าจะตอบสนองอย่างไร ทั้งที่ระยะนี้เคยทำได้ต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน แต่แล้วก็กลายเป็นระยะที่ร่างกายในวันนี้ไม่ยอมรับเสียอย่างนั้น

อาการหนืดๆ ที่ข้อเท้าขวาค่อยๆ ตามมาหลังจากอาการเมื่อยที่กล้ามเนื้อน่องนำไปก่อนแล้ว มาได้ออกวิ่งสั้นๆ อีกครั้งในเช้าวันอังคารเพื่อเตรียมตัวไปทำภารกิจนอกบ้าน และก็ต้องพักการวิ่งไปเลยในวันที่เหลือเพื่อไม่ให้อาการที่ว่านั่นลุกลามไปกว่านั้น

แน่นอนว่าต้องอาศัยยาแก้อาการอักเสบเข้าช่วยอีกแรงด้วย น่าเสียดายที่ทำไม่ได้อย่างที่หวัง

ที่คิดจะไปร่วมงานเดินวิ่งเฉลิมพระเกียรติในเช้าวันนี้ก็เป็นอันยกไปด้วยความไม่พร้อมทั้งทางร่างกาย จิตใจและสภาพแวดล้อม

น้ำหนักชั่งเมื่อเช้าอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลอีกจนได้ นอกจากไม่ได้ออกกำลังแล้ว เมื่อวานยังเป็นวันทำแซนด์วิชกับหลานจึงสนุกกับการกินมาเป็นพิเศษ ยังไม่นับบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นอีกครั้งในวันพุธ

มันเป็นวัฏจักรที่ไม่ต้องการให้เกิดจริงๆ เริ่มที่ ยิ่งเครียด ยิ่งกิน – ยิ่งกิน ยิ่งอ้วน – ยิ่งอ้วน ยิ่งเครียด และยังคงดำเนินอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ไม่รู้จะทำใจอย่างไรให้ดีกว่านี้อีกแล้ว หวังก็เพียงได้ออกกำลังทุกวันอย่างสม่ำเสมอไปเรื่อยๆ ก็แล้วกัน อะไรๆ คงจะเข้าที่เข้าทางได้เอง