สัปดาห์นี้ต้องล่าช้ามาถึงวันจันทร์จนได้ เนื่องเพราะเมื่อวานกว่าจะกลับมาจากเที่ยวตรุษจีนก็ค่ำมืด แถมยังเหน็ดเหนื่อยต่อเนื่องเป็นวันที่สองต่อจากวันไหว้ ที่ไปไหว้ตรุษจีนที่ชลบุรี ทั้งที่บ้านบึงและหนองใหญ่
วานนี้เช้าขึ้นมาก็เดินขึ้นตาชั่งก่อน เพราะอีกไม่นานก็ต้องออกจากบ้านไปสมทบกับพี่น้องอีกสองบ้าน เข็มเด้งแรงไปหยุดอยู่ที่เก้าสิบหกกิโลเสียแล้ว
สาเหตุมาจากอาหารมื้อที่ 4 ที่แทบจะเป็นปกติวิสัยไปเสียแล้ว นั่นเพราะรู้สึกเหลิงไปว่าได้ออกกำลังกายตอนก่อนมื้ออาหารเย็นไปแล้ว คิดไปเองว่าเตาเผาไขมันไปงานเต็มที่แล้ว
นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ต้องเคร่งครัดทั้งการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารไปด้วยกันเพื่อให้เห็นผล ต้องเลิกการกินจุบจิบตอนกลางคืนอย่างเด็ดขาด ต้องทำให้ได้
ถึงวันนี้ก็ยังขอพักเหนื่อยอีกหนึ่งวัน แขนก็ล้าเพราะได้อุ้มเจ้าหลานรักเดินไปสักการะที่วิหารมงคลบพิตรแล้วก็อุ้มกลับ ไม่อยากปล่อยให้เดินเองเพราะคนมากมายจะทำให้ดูแลลำบาก ถือว่าเป็นการออกกำลังไปในตัวก็แล้วกัน ลุงไม่ได้บ่นนะ…
ความรู้สึกหลังได้ออกกำลังกายด้วยการเดินประมาณสี่สิบถึงห้าสิบนาที ต่อด้วยการลุกนั่งสามชุด ชุดละยี่สิบครั้ง และปิดท้ายด้วยการยกน้ำหนักห้าชุด ชุดละสิบสองครั้ง เป็นไปค่อนข้างดี ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะได้สัมผัสกับสารเอนดอร์ฟินหลังออกกำลังกาย หรือภูมิใจที่สามารถลุกนั่งได้มากขึ้น แต่ผลรวมๆ ก็ดี จะได้มีกำลังใจออกกำลังกายต่อไป