เริ่มเดือนใหม่ เริ่มบทใหม่

หน้าร้อนปีนี้สถานการณ์ไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย ก็เล่นร้อนอย่างแรงถึงสามสิบแปดองศาเซลเซียสเสียตั้งแต่จะปลายเดือนมีนา ไม่รู้ว่าถึงเมษาแล้วจะร้อนปรอทแตกขนาดไหน

ที่แน่ๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาวะหลังการออกกำลังกายนั้น หนักหนาถึงกลับหมดแรงข้าวต้มไปเลย เดินออกกำลังกายไปก็รู้สึกได้ว่าแรงจะหมดเอาก่อนเวลาอันควรเสียอีก แต่ก็พยายามเดินตามความตั้งใจให้ได้ออกกำลังกายเกือบทุกวัน

ผลที่ได้ เช้านี้ชั่งน้ำหนักตัวแล้วครั้งเดียวชักจะไม่แน่ใจ ต้องขึ้นๆ ลงๆ ให้ครบสามครั้งเพื่อหาค่าเฉลี่ย สรุปว่ายังเท่าเดิมที่เก้าสิบห้ากิโล ทำไปเป็นเสียอย่างนั้น

การเดินออกกำลังกายบนพื้นราบเองนั้นเทียบไม่ได้กับการออกกำลังกายบนลู่วิ่งที่สามารถกำหนดความเร็วของสายพานให้เร็วพอ แต่ต้องคอยสังเกตตัวเองอยู่ตลอดว่ากำลังก้าวเดินไปด้วยความเร็วสูงสุดที่ทำได้หรือไม่ จนได้รู้ว่าบางครั้งก็ก้าวช้าลงไปเอง ไม่รู้ว่าด้วยปัจจัยอะไร พอรู้ตัวก็ต้องรีบสั่งให้ขาก้าวเดินให้เร็วขึ้นไปอย่างที่ควรจะเป็น มีบ้างที่เร่งไม่ขึ้นเอาเสียดื้อ

เป็นไปได้ว่าการเดินนั้นยังไม่สามารถเผาผลาญได้มากพอ พลังงานที่ยังเหลืออยู่น่าจะมาจากการกินจุบจิบตอนกลางคืนที่ยังคงมี แผนต่อไปคือต้องควบคุมพลังงานขาเข้ามากขึ้น หลังสองทุ่มจะต้องเหลือแต่น้ำเเปล่าเท่านั้นที่กินได้

เมื่อวันพฤหัส ได้ฟังวิทยุรายการของอาจารย์วีณา ทาง FM 97.0 MHz ก็ได้ความรู้ใหม่ว่าไขมันในตัวเรานั้นมีสองแบบคือแบบที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายภายนอกที่เห็นได้ และแบบที่สะสมอยู่ตามอวัยวะในร่างกาย มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า การที่จะไปใช้บริการดูดไขมันส่วนเกินจะเป็นเพียงการดูดไขมันแบบแรก โดยไม่ได้แตะต้องไขมันแบบที่สองที่น่ากลัวกว่า การออกกำลังเท่านั้นที่จะช่วยได้

วันนี้เป็นวันเริ่มต้นเดือนใหม่พอดิบพอดี คิดถึงเป้าหมายสิ้นเดือนนี้แล้วทำให้มุ่งมั่นที่จะลดน้ำหนักให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขอให้สามารถสวมใส่การเกงขายาวได้สบายขึ้นอีกนิด คงทำให้การสอบไล่ประจำภาคและการเข้ารับการอบรมเข้มฯ ไม่อึดอัดจนเสียสมาธิ

เริ่มต้นเดือนใหม่วันนี้ด้วยการเปลี่ยนเวลาเดินออกกำลังมาเป็นตอนเก้าโมงเช้า เพื่อให้ตอนบ่ายสามารถทำอะไรได้นานๆ สักหน่อย ที่ทำได้เพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์ ไม่มีเสื้อผ้าซักแล้วที่แขวนตากแดดให้แห้งไวมาเป็นอุปสรรคเช่นวันธรรมดาที่ต้องเลือกเวลาเดินเป็นช่วงสี่โมงเย็น

เช้านี้เริ่มต้นได้ดี สามารถเดินเร็วได้เต็มชั่วโมง การเดินในช่วงแรกรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อขาถูกเค้นให้ออกแรงอย่างมากเพื่อก้าวตัวออกไป ราวๆ ครึ่งชั่วโมงจึงเริ่มเข้าที่ (สมถะ) จากนั้นสมองจึงเริ่มเข้าสู่ระยะที่ใช้ขบคิดปัญหาได้ (วิปัสสนา) ระหว่างนี้ก็คิดถึงโอกาสในการใช้งาน Apple TV สำหรับการสร้างสื่อใหม่ที่ไม่ต้องพึ่งคลื่นความถี่สาธารณะแต่อย่างใด นี่จะเป็น New Media/Offline Video(pod)cast ที่มีต้นทุนไม่สูงมากนัก น่าจะเป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่มีใจอันเป็นกุศลอย่างแท้จริงที่จะสร้างสรรค์รายการที่ดีมีประโยชน์ต่อสาธารณะได้ โดยมีช่องทางการเข้าถึงผู้ชมตั้งแต่หน้า web ต่อไปยัง iTunes (feed) เพื่อดาวน์โหลดมาไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถเปิดดูได้เลย หรือจะถ่ายโอนไปยัง iPod เพื่อดูรายการที่ไหนก็ได้ และทางเลือกใหม่คือ Apple TV ที่ช่วยให้สามารถชมรายการนั้นได้จากโทรทัศน์ประจำบ้านเลย

เรื่องที่ขบคิดต่อมาคือ หากไม่สามารถจะไปออกกำลังในสถานบริการที่มีเครื่องออกกำลังพร้อมสรรพจะยังมีตัวช่วยอะไรอีกไหม ก็สะดุดคิดถึง Nike + iPod ขณะที่ทุกวันนี้ก็ฟังเพลงผ่าน iPod สีขาวอยู่ตลอดอยู่แล้ว ทำให้สนใจในรายละเอียดขึ้นมาว่าจะสามารถบอกข้อมูลเหล่านี้ได้ไหม ตั้งแต่ ระยะเวลา ระยะทาง ความเร็ว พลังงานที่เผาไป อัตราการเต้นหัวใจ เท่าที่มีข้อมูลคือการใช้งานต้องใช้คู่กับรองเท้า Nike+ แล้วรองเท้าอื่นที่มีอยู่แล้วใช้ได้ไหม และสุดท้ายต้องใช้กับ iPod nano เท่านั้นหรือไม่

หากเจ้า Nike + iPod สามารถตอบสนองเรื่องข้อมูลในการออกลังกายทั้งหมดนั้นได้ก็วิเศษ แต่การลงทุนครั้งใหม่จะต้องใช้เงินราวๆ สองหมื่นบาทเลยทีเดียวเพราะต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่หมดตั้งแต่รองเท้า (USD 100.00) อุปกรณ์ Nike + iPod (USD 29.00) และ iPod nano (USD 199.00) มันจะคุ้มค่าไหม ยังตอบไม่ได้ตอนนี้

ครบเวลาหนึ่งชั่วโมงแล้ว ต่อด้วยการซิทอัพเซทละสามสิบครั้ง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะเพิ่มจากสองเซทเป็นสามเซท เรียกเหงื่อได้หลายปีบเลยทีเดียว แม้จะเสร็จสิ้นการออกกำลังไปแล้วก็ยังรู้สึกร้อนผ่าว หวังว่านี้จะเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของการเผาผลาญพลังงานสะสมในร่างกาย เพื่อให้ได้ผลเป็นน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างถาวร