ขบคิดการศึกษา

นั่งอ่าน blog เรื่องล่าสุดของ อ.เดฟ ณ ThaiMacDev เรื่อง printf(“ถึงนักศึกษาที่รัก”); ด้วยความสนใจเรื่องการศึกษาเป็นทุนเดิมอยู่ จึงนิยมอ่านเรื่องราวที่อาจารย์แกพามาฝากอยู่เนืองๆ

และผมก็นิยมขบคิดในประเด็นนั้นๆ ต่อไปอีกด้วย ความว่า

หากการศึกษาบ้านเราเป็นสายพานการผลิต ครูก็เป็นแท่นพิมพ์ จะมีครูมากน้อยแค่ไหนที่เป็น QC Quality Control ไปด้วยในตัว จำนวนไม่น้อยเป็นได้แค่เพียง Inspector

แต่สุดท้ายแล้วกระบวนการทั้งหมด ต้องการ QA Quality Assurance เพื่อตอบสนองสังคมด้วยบัณฑิตใหม่ที่สามารถทำงานให้กับสังคมได้จริง ไม่เห็นแก่ตัว มุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ รองรับเรื่องใหม่ๆ ของโลกได้ และใช้ความรู้ใหม่ๆ นั้นกลับมาทำงานให้สังคมต่อไป

สังคมที่พยายามจะเป็นอุตสาหกรรมโดยที่ไม่เข้าใจตัวตนที่แท้จริง ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะขาดๆ เกินๆ ผิดฝาผิดตัวเช่นนี้แล

ขอบคุณสำหรับข้อมูลเรื่องการศึกษาบ้านเราครับ

ประสบการณ์ตรงผมของผม แค่นักเรียนชั้นประถม ครูผู้สอนสั่งงานให้หาข้อมูลจากอินเตอร์เนตมาทำรายงานส่ง ก็เดือดร้อนผู้ปกครองสิครับ กลายเป็นว่านักเรียนก็ไม่ต้องคิดไม่ต้องฝึกฝนการทำรายงาน เป็นหน้าที่ของผู้ปกครองไป

ห้องสมุดกลายเป็นสุสานของหนังสือไปเสียแล้ว การไฝ่รู้ของเด็กกลายเป็นทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้ปกครองทำรายงานให้เท่านั้นเอง

กระบวนการเรียนรู้มันพิการตั้งแต่ครูแล้วครับ จะหาอาจารย์ที่ตั้งใจสอนแบบ อ.เดฟ นี่ บอกตรงๆ ว่าในชีวิตของ เห็นมาไม่กี่คนจริงๆ

ส่วนตัวเองก็อยากเป็นครูสอนวิชาความรู้เหมือนกันครับ แต่อยากสอนระดับประถม มัธยม มากเพราะอยากปูพื้นทั้งเรื่องคุณธรรม จริยธรรม วิธีคิดให้คนรุ่นนี้ โดยหวังว่าจะสามารถทนแรงเสียดทานในโลกของวัตถุได้อย่างรู้เท่าทัน

อยากสร้างให้คนรุ่นนี้เป็น lifetime learner/continuous learner/self learner ได้จริง เพราะอย่างน้อยเขาก็จะไม่เป็นภาระต่อสังคม และไม่สร้างภาระใหม่เพิ่มขึ้น

เรื่องคนที่เข้าเรียนครูเพราะไม่รู้จะเรียนอะไรดี เรียนไปเพราะสอบที่อื่นไม่ติด เรื่องนี้เป็นเรื่องระดับโครงสร้าง ต่อให้มีรัฐมนตรีหัวสมัยใหม่ที่สุด ก็ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ หากยังคิดไปในทางเดิม คือ “มุ่งสร้างบุคคลากรเฉพาะด้าน เพราะตอบสนองการขยายตัวทางเศรษฐกิจ” โดยไม่ต้องมองเรื่อง “ความเป็นคน” อีกต่อไป ทุกอย่างเป็นเรื่องของวัตถุโดยสมบูรณ์

อยากจะบอกว่า “เงินทองเป็นมายา ข้าวปลาคือของจริงครับ”