ศรัทธาและการพิสูจน์

การรักษาศรัทธาให้ยังคงแข็งแรงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะบททดสอบที่ผ่านไปตลอดเวลา ยังไม่มีวี่แววของความสำเร็จให้เห็นเลยแม้แต่น้อย

ที่เขียนอย่างนั้นไม่ใช่เพราะกำลังจะสิ้นหวังอีกครั้ง เพราะเช้านี้เดินขึ้นลงตาชั่งอยู่หลายครั้ง ผลที่ออกมาไม่อยากจะเชื่อจักษุวิญญาณของตัวเองเลย แม้ต้องปรับเครื่องชั่งให้ตรงอีกสักครั้ง ผลก็ยังเหมือนเดิมคือเก้าสิบหกกิโล ไม่ลดลงไม่ว่า นี่กลับขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

จะว่าหมดศรัทธาก็หาไม่ สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เดินออกกำลังแทบทุกวัน เว้นแค่วันจันทร์และวันศุกร์ไว้ เพราะมีภาระกิจในสองวันนี้อยู่หลายครั้งแล้ว น่าจะให้เป็นวันพักไปเลยก็ดี

ที่สำคัญ เริ่มเมื่อวานนี้ ได้กลับไปเยือนสวนสมเด็จฯ ที่จตุจักรอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้ไปเดินที่นี่มาหลายปี เช้านี้ก็ไปเดินซ้ำอีก จนคิดวางแผนเอาว่า เช้าวันเสาร์และวันอาทิตย์น่าจะเหมาะสมกับการไปฟอกปอดที่นี่ สะดวกที่สุดเพราะขากลับรถไม่ติดเช่นวันธรรมดา

พื้นทางเดินในสวนสร้างขึ้นด้วยอิฐก้อน แบบอิฐตัวหนอนแต่ไม่ใช่ วางเรียงกันเป็นลวดลายสวยงาม ชวนให้เดิน จะมีบ้างที่บางจุดไม่ราบเรียบเท่าที่ควร แต่เมื่อเทียบกับอากาศบริสุทธิ์จากต้นไม้ในสวนแล้ว ข้อด้อยเหล่านั้นสามารถละไว้ไม่ต้องสนใจได้

อารมณ์ในการเดินต่างกับการเดินบนพื้นปูนที่บ้านอยู่มาก การก้าวเดินที่นี่ต้องใช้แรงส่งจากกล้ามเนื้อน่องทั้งสองข้างค่อนข้างมากกว่า ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะทำความเร็วไม่ดีกว่าเคยสักเพียงใด แต่ดีกว่าในอดีตที่เคยมาเดินออกกำลังแบบทอดน่องที่นี่แน่นอน เสร็จจากการเดินแล้วมานั่งพัก ก็มีอาการซ่าที่เท้าทั้งสองข้างขึ้นทันที หลังกลับมาบ้านแล้ว ก็มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อขาที่จุดต่างๆ ปรากฏขึ้น

การออกกำลังกายตอนเช้าแบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ เพราะหลังจากนั้นตลอดทั้งวันจะสามารถทำงานอะไรต่อเนื่องนานๆ ได้ คงขึ้นอยู่กับแผนงานในแต่ละวัน จะเช้าหรือจะเป็นบ่ายก็ขอให้ได้ออกกำลังกายก็แล้วกัน

ความหมายก็คือยังมุ่งมั่นเรื่องนี้ได้ต่อไป ยังไม่ถอดใจ