ยังทดลองไม่เสร็จหรือไร

ไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไรดีกับผลที่ออกมาว่าน้ำหนักยังไม่ยอมลงเลย ยังคงปริ่มๆ อยู่ที่เก้าสิบสองกิโลอยู่ ก็น่าอยู่หรอก เพราะตลอดสัปดาห์มานี้ นอกจากจะคุมอาหารคาวได้อยู่ แต่อาหารหวานอุดมสมบูรณ์นัก เริ่มกันตั้งแต่ไอศครีมกระทิท้ายซอย บราวนี่ช็อคโกแลตจากพี่สะใภ้ ไปจนถึงลอดช่องน้ำกระทิจากตลาดศาลายา โอ้ว…ล้วนแต่แหล่งแคลอรี่ทั้งนั้น

ต่อมาได้อ่านบทความใหม่เรื่อง The Guide to Cardio จาก TheRyo’s GYM ก็ได้ความรู้ใหม่ว่าไม่ควรกินคาร์โบไฮเดรทก่อนการออกกำลังกาย ที่ดีควรกินโปรตีนมากกว่า พ้องกับความสงสัยของตัวเองอยู่เหมือนกันว่าที่รองท้องก่อนเดินออกกำลังตอนเช้านั้น กลายเป็นการเผาแค่ส่วนที่เพิ่งกินเข้าไปเองหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ทั้งที่จริงต้องการเผาส่วนที่เก็บสะสมอยู่มากกว่า จึงรีบได้คว้าถึงขนมปังโฮลวีตมาอ่านข้อมูลโภชนาการโดยพลัน ได้ความว่าขนมปังสองแผ่นให้พลังงานราวหนึ่งร้อยห้าสิบแคลอรี่ ขณะที่นมถั่วเหลืองหนึ่งกล่องก็ให้พลังงานพอๆ กัน จึงคิดเอาเองว่าด้วยขนมปังเพียงหนึ่งแผ่นคงไม่เป็นอะไร

และต้องย้ายเครื่องดื่มน้ำส้มแอ็ปเปิ้ลไซเดอร์ผสมน้ำผึ้งกลับไปหลังเดินเสร็จเหมือนเดิม

เมื่อวานมุ่งไปเดินที่สวมสมเด็จฯ อีกครั้ง เพราะคิดว่าได้เดินที่นี่จะได้ความหนักมากกว่าเดินที่บ้าน จะเดินได้เร็วกว่า แถมได้อากาศบริสุทธิ์เป็นรางวัล แต่กลับได้ผลข้างเคียงเป็นความเครียดในกล้ามเนื้อหลายส่วนกลับมา โดยเฉพาะที่สะบักด้านซ้ายมือเครียดเกร็งจนปวดเมื่อเดินไปได้ครึ่งทาง ทำให้ช่วงท้ายของการเดินรู้สึกทรมานอีกครั้ง ผิดกับการเดินที่บ้านที่จะปวดเกร็งที่สะบักด้านขวามากกว่า

กลับบ้านมาดูข้อมูลการเดิน พบว่าแทบจะไกล้เคียงกับการเดินเสาร์ที่แล้ว ช่วงกิโลเมตรแรกเดินได้เร็วกว่านิดหน่อยเสียด้วย และผลรวมของการเดินตลอดสัปดาห์ดีกว่าที่ผ่านมาทั้งหมดอีกด้วย

Saturday walk in the park Summary Week 200721

เช้านี้จึงตัดสินใจเดินอยู่ที่บ้าน แต่เดินให้เร็วขึ้นจากที่เจ็ดโมงกว่าๆ มาเป็นหกโมงครึ่งเหมือนที่ไปเดินที่สวมสมเด็จฯ เพราะไหนๆ ก็ตื่นแต่เช้าไปปฏิบัติกิจอยู่แล้ว ทำให้คิดเอาว่าสงสัยต้องตื่นนอนให้ได้เหมือนวันเสาร์อาทิตย์แบบนี้เพื่อจะได้เดินออกกำลังเร็วขึ้น ในเวลาที่อากาศยังน่าจะดีอยู่

เพราะเวลาช่วงสายไปแล้ว ควันไอเสียจากรถโดยเฉพาะพวกสองล้อยนต์ สร้างความรำคาญให้อากาศบริสุทธ์ของคนที่ออกกำลังเป็นอย่างมาก ขณะที่ร่างกายจะหายใจถี่ขึ้นเพื่อนำเข้าออกซิเจนมากขึ้น กลับได้ก๊าซพิษจากเครื่องยนต์ของคนที่ไม่เคยใส่ใจสิ่งแวดล้อมและคนรอบข้างในสังคมเป็นของแถม

ก็บ่นไปอย่างนั้นเอง คงได้แต่ทำใจ รักษาใจเราเองไว้ให้ดีที่สุด จะประเสริฐกว่า…