จากหนังสือ สินในน้ำหมึก พ.ศ. ๒๔๘๖ โดย โชติ แพร่พันธุ์ (ยาขอบ)
- เขียนจากการปฏิบัติเข้ามาหาทฤษฎี
- ผู้ที่ต้องการบรรลุความมีชื่อในการประพันธ์ต้องสลัดความเหิมเห่อออกไปจากตนให้ได้เสียก่อน ความเหิมเห่อนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เมื่อหลุดเข้าไปในหัวของผู้ใด ก็ย่อมจะทำให้หัวผู้นั้นจนยากแก่การจะเกาหัวตัวเองให้ถึงทีเดียว
- มิตรแท้เป็นสิ่งสำคัญข้อต้นในหนทางของการประพันธ์ เพราะการจะกล้าเตือนกันในความเห่อเหิมฟุ้งซ่านนั้น จะหาได้ง่ายก็แต่ในมิตรแท้เท่านั้น
- ความเป็นนักประพันธ์คือเป็นคนรู้คน
- ธาตุแท้ที่กุมกันขึ้นเป็นนักประพันธ์ ปลีกตัวออกไปจากความรู้มากหรือรู้น้อยในด้านอักษรศาสตร์เสียแล้ว แต่ทะเล้นไปปรากฏตัวอยู่ในด้านความเป็นผู้รู้มนุษยศาสตร์ คือรู้คน รู้จักว่าคนคืออะไร ภาวะแวดล้อมคนมีอย่างไร ความรัก ความโกรธ ความโหดเหี้ยม และเมตตาปราณี เป็นกลไกที่บงการการกระทำต่างๆ ของคนเพียงไร ยิ่งรู้คนมากขึ้นเท่าไหร่ ธาตุแท้ของนักประพันธ์ก็ยิ่งคุมกันแน่นแฟ้นมากขึ้นเท่านั้น
- นักประพันธ์ย่อมปลอดโปร่งพอจะดูสิ่งที่เกิดแล้วกับตนเหมือนเรื่องละคร ถ้าใครขาดสิ่งนี้ ไม่ใช่ขาดพรสวรรค์ แต่ขาดธาตุแท้ของนักประพันธ์ ขาดพรสวรรค์เป็นนักประพันธ์ แต่ไม่ดี แต่ขาดธาตุแท้ เป็นไม่ได้ ! ขาดจินตนาการอับซาบซึ้งเป็นนักประพันธ์ที่ดีไม่ได้ แต่ขาดความปลอดโปร่งอันเป็นบ่อเกิดของจินตนาการเป็นนักประพันธ์ไม่ได้ทีเดียว !
- การประพันธ์ในเมืองไทยเป็นอาชีพที่อยู่ได้ ไม่มีไส้แห้งตาย ในเมื่อเป็นนักประพันธ์แล้วก็ดำเนินชีวิตอย่างนักประพันธ์ อย่าริไปดำเนินชีวิตอย่างเจ้าของบ่อน้ำมัน
- เกิดเป็นคน ตายไปแล้วทำให้คนอยู่ต้องระลึกถึง ก็นับว่าเป็นคนกับเขาชาติหนึ่งไม่เสียเปล่า