ยัง ยังไม่ยอมลง น้ำหนักชั่งเมื่อเช้ายังดงอยู่ที่เก้าสิบสามกิโลอยู่ ตลอดสัปดาห์ยังใช้ความพยายามในการลดมื้อเย็นและหยุดมื้อค่ำให้อยู่หมัด แต่น้ำหนักก็ยังไม่ลง
ไม่อยากจะหดหู่เพราะมีเรื่องอื่นสร้างความหมองมัวในใจให้อยู่มากแล้ว เช้าวันจันทร์ที่ผ่านมาถึงกับต้องหยุดเดินเสียหนึ่งเช้าเพราะนั่งติดตามข่าวสารบ้านเมืองสำคัญเรื่องหนึ่ง ยิ่งดูก็ยิ่งพาจิตใจไปในทางต่ำลง ต่อมาเช้าวันศุกร์ก็ตื่นขึ้นมาพร้อมอาการเจ็บที่ข้างเอ็นร้อยหวายด้านนอกของข้อเท้าซ้าย ทำให้ต้องพักการเดินไปอีกหนึ่งวัน ต้องบรรเทาอาการก่อน ไม่อาจฝืนเดินไปให้ยิ่งแย่ไปกว่าเดิม
ส่วนเป้าหมายที่ตั้งไว้จะเดินให้ได้ความเร็วสิบนาทีสามสิบวินาทีต่อกิโลเมตร สิบครั้ง ภายในยี่สิบแปดวัน ก็ทำได้ครึ่งทางแล้ว
สถิติในการเดินได้เกิดขึ้นใหม่ถึงสองครั้งติดต่อกันในสัปดาห์นี้
ครั้งแรกเมื่อวันพุธ กว่าจะได้เดินก็เริ่มสาย เพราะมัวแต่นั่งดูข่าวสำคัญอีกข่าวหนึ่ง …คงต้องบังคับตัวเองไม่ให้ดูอะไรก่อนเดิน… พอเริ่มเดินก็บอกกับตัวเองว่าสายแล้ว รีบเดินเข้าจะได้เสร็จไวๆ ผลที่ำได้คือความเร็วเฉลี่ยยกขึ้นไปถึง สิบนาทีสามวินาทีต่อกิโลเมตร ทั้งๆ ที่เดินอย่างไม่เครียดหรือเกร็งแต่อย่างใด ผลที่ได้คือตะลึง
ครั้งที่สองในวันรุ่งขึ้น ตื่นขึ้นแต่เช้า ทำกิจทั่วไปจะเสร็จ ก็เริ่มออกเดิน บอกตัวเองว่าอย่างน้อยก็ไม่แย่ไปกว่าเมื่อวาน อากาศในเช้านี้ดีมากช่วยให้การเดินดีไปด้วย ผลที่ได้ก็ดีขึ้นไปจริงๆ คือความเร็วเฉลี่ยขึ้นไปถึงเก้านาทีห้าสิบห้าวินาทีต่อกิโลเมตร อีกทั้งยังเดินได้เกินเป้าหมายหกร้อยแคลอรี่ไปถึงห้าสิบแคลอรี่ ทุกอย่างดีไปหมด เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการเดินที่บ้านก็สามารถยกระดับได้เช่นกัน
แต่พอเช้าวันรุ่นขึ้นก็เจ็บเท้าอย่างที่เขียนไว้ข้างบนนั้น เช้าวันเสาร์ ทุเลาลงก็ออกเดินได้ไกล้เคียงเมื่อวันพฤหัส คงให้ดีกว่านั้นคงไม่ได้แล้ว เพราะต้องการความสมบูรณ์มากกว่าที่เป็นอยู่นี้ จนเช้านี้ก็เจ็บขึ้นมาอีก เพราะเมื่อวานคิดว่าคงหายแล้วจึงไม่แช่เท้าซ้ายในน้ำเย็น กลายเป็นว่าเช้านี้ต้องรีบแช่โดยเร็ว สงสัยว่าต้องพักฟื้นอีกหน่อย เพียงวันเดียวที่ดูเหมือนดีขึ้น พอไปหักโหมเข้า ก็ได้ผลเสียอย่างนั้น
ส่วนการแข่งขันก็ยังคงใกล้เคียงที่ผ่านมา ยิ่งสัปดาห์นี้ต้ิองเดินๆ หยุดๆ คงถูกแซงหน้าไปอีก ไม่เป็นไร เมื่อเข้าร่วมการแข่งขันก็ต้องกระตุ้นตัวเองให้พยายามให้ถึงที่สุด ผลที่ได้เป็นอย่างไรค่อยมาดูกัน อย่าเพิ่งถอดใจไปเสียก่อน