ขอรวบยอดมาเขียนทีเดียวสัปดาห์นี้ เพราะสัปดาห์ที่แล้วไม่เพียงสภาพอากาศที่แม้ร่างกายสมบูรณ์ดีก็ไม่สามารถออกกำลังได้ สภาพร่างกายที่กว่าจะฟื้นข้อเท้าให้เดินตรงๆ ได้ก็ต้องใช้เวลาหลายวัน แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือสภาพจิตใจและความคิดที่ถดถอยถึงจุดที่ไม่สามารถคืบหน้าไปได้
ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นเพราะยังไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุแห่งปัญหานี้ เอาเป็นว่ารักษาใจไว้ไม่ให้ตกต่ำลงไปกว่านี้เป็นความสำคัญลำดับแรก
สัปดาห์นี้จึงต้องพยายามกลับมาวิ่งออกกำลังกายให้ได้ก่อนเป็นลำดับแรก เพราะรู้สึกตัวเองว่าเมื่อขาดการออกกำลังไปแล้วจะยิ่งทำให้ร่างกายถดถอยเข้าไปใหญ่
การกลับมาจะเริ่มต้นให้เหมือนหรือเท่าเดิมเลยนั้นเป็นเรื่องสำคัญไม่ใช่น้อย เพราะร่ายกายที่หยุดพักไปก็จำเป็นต้องค่อยเริ่มต้นให้ได้ระดับที่สามารถออกำลังได้สม่ำเสมอก่อนเป็นลำดับแรก เพราะไม่เพียงร่ายกายที่อาจจะไม่ไหวแล้ว อาจจะทำให้จิตใจยิ่งหดหู่เพราะความล้มเหลวอีกก็เป็นได้
สัปดาห์นี้จึงเริ่มต้นที่สี่สิบห้านาทีต่อวันหรือระยะทางหกกิโลเมตรเสียก่อน เพื่อให้ได้ใช้เวลาสังเกตร่างกายและจิตใจขณะวิ่งก่อน จากนั้นค่อยวางแผนสำหรับวันหน้าอย่างค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป
สัปดาห์นี้ก็ยังต้องหยุดพักระหว่างกลางเพื่อปฏิบัติกิจส่วนตัวและหลีกทางให้กับฝนยามเช้าไปบ้าง น่าสังเกตอย่างหนึ่งว่าสามารถเริ่มการออกวิ่งได้อย่างไม่ลำบากนัก
สถิติรวมของสัปดาห์นี้จึงเป็นไปตามอัตภาพดังนี้
ส่วนน้ำหนักชั่งเมื่อเช้าก็ยังคงเท่ากับสัปดาห์ก่อนที่ไม่ได้ออกกำลังเลยคืออยู่ที่แปดสิบเก้ากิโล ดีที่ไม่ขึ้นไปมากกว่านี้ทั้งที่มื้อดึกยังไม่สามารถหักห้ามใจได้ แถมยังรู้สึกตัวว่ามีท็อกซินในร่างกายจนสมควรจะต้องล้างพิษเสียสักวันหนึ่ง สัปดาห์หน้าจะเริ่มต้นด้วยภาะกิจนี้
ส่วนแผนการออกกำลัง อาจจะยังรักษาความสม่ำเสมอเอาไว้ก่อน อีกใจหนึ่งก็สนใจมาระยะหนึ่งแล้วว่าจะลองปรับเปลี่ยนแผนการวิ่งแบบคงที่เป็นแบบช่วงเวลา เพราะเคยอ่านบทความว่าการออกกำลังแบบช่วงเวลาจะทำให้เผาผลาญพลังงานได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญมีพ็อดคาสท์สำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะมาระยะหนึ่งแล้ว
ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะสามารถกู้จิตใจกลับมาได้มากน้อยเร็วช้าขนาดไหน แต่ก็ต้องพยายามทำทุกอย่างให้สามารถครองสติปัญญาให้เป็นปกติให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
