จบเดือนด้วยงานใหญ่

วันนี้เป็นวันสิ้นเดือนสิงหาคมพอดิบพอดี ไม่เพียงเท่านั้น วันนี้ยังเป็นวันวิ่งสิบกิโลของมนุษยชาติที่จัดขึ้นโดยไนกี้พลัส เอาไว้จะเขียนเรื่องนี้อย่างละเอียดอีกที

สัปดาห์นี้จึงเริ่มต้นเหมือนเป็นการซ้อมเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในวันนี้ ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาก็พยายามยกระดับการวิ่งในแต่ละวันขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถวิ่งได้เต็มสิบกิโลได้อีกครั้งจนจบ

จะขาดไปก็สามวันตั้งแต่วันอังคารถึงวันพฤหัสเพื่อเข้าร่วมภารกิจศักดิ์สิทธิ์เพื่อชาติและกลับมาติดตามสถานการณ์อีกสองวัน กลับมาซ้อมอีกครั้งวันศุกร์และเสาร์ จนเมื่อวานนี้สามารถทำระยะทางได้ถึงเก้ากิโลได้ ช่วยเสริมความมั่นใจสำหรับงานวันนี้ได้ไม่น้อย

ตลอดเดือนที่ผ่านมา แม้จะฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บแล้ว แต่ก็ด้วยความอ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจจึงทำให้ยังคงเวลาในการวิ่งออกกำลังไว้ที่สี่สิบห้านาทีต่อวันเป็นการฟื้นฟูตัวเองอย่างช้าๆ

สถิติของสัปดาห์พบว่ามีปัญหาในระบบไม่ยอมนับรวมระยะในวันศุกร์ที่เพิ่งกลับมาวิ่งจึงขอตัดไป สถิติของเดือนสิงหาคมทั้งเดือนก็ดีขึ้นดังนี้

และสิ่งสำคัญในวันนี้อีกเรื่องก็คือสามารถวิ่งได้ถึงสามพันกิโลเมตรแล้ว

แต่ปัญหาอยู่ที่เมื่อเช้านี้ลืมชั่งน้ำหนักตัวก่อนออกวิ่ง จิตใจจดจ่ออยู่กับงานใหญ่จึงมุ่งมั่งอบอุ่นร่างกายให้พร้อมก่อนที่จะออกวิ่ง มานึกขึ้นได้อีกทีก็วิ่งไปสักพักแล้ว

จึงตั้งใจว่าวิ่งเสร็จแล้วค่อยมาชั่ง ได้ความว่าอยู่ที่แปดสิบเจ็ดกิโลกรัม หลังจากเผาผลาญไปมากกว่าหนึ่งพันแคลอรี่ เหงื่อไหลไคลย้อยไปก็ไม่น้อย คาดว่าน้ำหนักตัวปกติน่าจะอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลเหมือนเดิม เอาเป็นว่ายอมรับได้เพราะมื้อดึกยังคงอยู่

อยากให้ตัวเองสนุกกับการวิ่งอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ เป้าหมายใหม่อยู่ที่เจ็ดร้อยแคลอรี่ แปดกิโลเมตร หรือหนึ่งชั่วโมงต่อวัน เป็นอย่างน้อย