กลัวตัวเองอยู่ไม่น้อยว่าจะเดี้ยงในช่วงต้นเดือนอย่างที่เคยเป็นมาในปีที่แล้วหลายครั้งหรือไม่ กลัวว่าจะกระทบหน้าที่การงานและแผนการต่างๆ
เริ่มต้นสัปดาห์ก็ค่อนข้างดี สามารถเริ่มงานได้อีกครั้ง แม้จะต้องหยุดวิ่งไปถึงสองวันคือในวันอังคารและวันพุธ ในวันพฤหัสก็สามารถกลับมาวิ่งได้เต็มที่ แถมยังสามารถทำเวลาในแผนการวิ่งเจ็ดร้อยแคลอรี่ได้ภายในหกสิบนาทีเสียด้วย แต่บ่ายวันศุกร์อาการเจ็บที่ข้อเท้าขวาก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ทั้งๆ ที่เช้าก็ไม่ได้วิ่งอีกเพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยได้เลย
จำเป็นต้องหยุดวิ่งไปเลยเพราะหากไม่รีบบำบัดอาการ อาจกระทบแผนงานในสัปดาห์หน้าที่ค่อนข้างแน่นอีก สัปดาห์นี้จึงทำระยะทางได้เพียงเท่านี้
เผาพลังงานได้น้อยบวกกับยังสนุกสนานกับการกินอยู่อย่างต่อเนื่อง ก็กลัวสิว่าน้ำหนักตัวจะเป็นอย่าง เพราะปล่อยตัวปล่อยใจกับความอร่อยปากไปจนไม่อยากหันหลังกลับ
น้ำหนักชั่งเช้าวันนี้จึงเด้งขึ้นไปอยู่ที่แปดสิบเก้ากิโลแล้ว แม้จะเด้งขึ้นไม่ค่อยแรงแต่ก็ยังเป็นทิศทางขาขึ้น ยิ่งมาบาดเจ็บอยู่อย่างนี้อีก ใจหนึ่งก็ไม่อยากเป็นกังวลมากนักเพราะอาจจะทำให้หายช้าเข้าไปอีก แต่ก็อดกังวลเป็นครั้งคราวไม่ได้
พยายามประมวลเรื่องราวตลอดสัปดาห์ว่าอะไรน่าจะเป็นสาเหตุของอาการบาดเจ็บนี้ ก็เข้าใจว่าคงเป็นมื้อดึกของคืนวันพฤหัสก็ได้ เพราะพอเริ่มนอนไม่หลับก็เริ่มเดินหาอะไรใส่ปาก กระบวนการย่อยอาหารระหว่างนอนหลับตอนกลางคืนคงมีผลต่ออาการข้ออักเสบกำเริบก็เป็นได้
คงต้องควบคุมมื้อเย็นและมื้อดึกให้มากขึ้นไปอีก
